ข่าวนี้ที่ 1

หุ้นรพ.ดิ่งยกแผง รัฐทุบโต๊ะคุมค่ารักษาพยาบาล หวั่นฉุดกำไร 8-10%

หุ้นรพ.ดิ่งยกแผง รัฐทุบโต๊ะคุมค่ารักษาพยาบาล หวั่นฉุดกำไร 8-10%

หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลกอดคอทรุดถ้วนหน้า หลังพาณิชย์ มีมติเพิ่มเวชภัณฑ์ การรักษาพยาบาล และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุม  พร้อมเชิญตัวแทนจากทุกฝ่ายร่วมเป็นคณะอนุกรรมการดูแลให้ครอบคลุมและเป็นธรรม ด้าน "รพ.ราชธานี " ยอมรับกระทบรายได้ แต่ขอรอดูความชัดเจนของมาตรการก่อน ส่วน "เอกชัยการแพทย์" เชื่อ โรงพยาบาลขนาดใหญ่มีแนวทางรับมือ ด้านนักวิเคราะห์ ชี้โรงพยาบาลระดับพรีเมียมกระทบมากสุด เหตุคิดค่าบริการสูง หวั่นฉุดกำไรลดลง 8-10%

*** ดึงเวชภัณฑ์-บริการการแพทย์ เป็นสินค้าควบคุม
     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 1/ 62 เพื่อทบทวนรายการสินค้า และบริการควบคุมประจำปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาสินค้า โดยที่ประชุม มีมติเพิ่มบัญชีรายการสินค้าและบริการควบคุม อีก 1 รายการ คือ เวชภัณฑ์ จากเดิมที่มีเพียง ยารักษาโรค เป็นสินค้าควบคุม ส่วนบริการควบคุม เพิ่มอีก 1 รายการ ได้แก่ บริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นๆ ของสถานพยาบาล เข้ามาอยู่ในบัญชีควบคุม
     นอกจากนี้ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณากำหนดมาตรการในการดูแลรายการสินค้าและบริการควบคุมใหม่ โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ สมาคมประกัยภัย มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เสีย ร่วมกำหนดมาตรการดูแลให้ครอบคลุมและเป็นธรรม
     ที่ประชุมยังมีเห็นชอบให้ถอด 4 รายการสินค้า ออกจากบัญชีสินค้าควบคุม ได้แก่ เยื่อกระดาษ เนื่องจากไม่มีปัญหาด้านโครงสร้างราคาแล้ว เม็ดพลาสติก เนื่องจากมีผู้ผลิตหลายราย ทำให้การแข่งขันสูง แบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งเป็นแบบดั้งเดิมมีผู้ใช้จำนวนน้อย และน้ำตาลทราย ให้สอดคล้องกับนโยบายการลอยตัว และขณะนี้ ราคาในตลาดอยู่ในระดับต่ำ 
     ทั้งนี้ ในปี 62 จะมีสินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุม จำนวน 52 รายการ แบ่งเป็นสินค้า 46 รายการ และบริการ 6 รายการ 

*** RJH รับกระทบรายได้
    นายวชิระ วุฒิกุลประพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ยอมรับมาตรการการให้เวชภัณฑ์ บริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าควบคุม ทำกระทบรายได้  เนื่องจากสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากคนไข้เงินสด ซึ่งคิดเป็นประมาณ 58% ของรายได้รวม โดยส่วนที่เหลือมาจากคนไข้ประกันสังคม 42%
    เบื้องต้นขอดูความชัดเจนด้านรายละเอียดของมาตรการ ซึ่งจะมีการประชุมของสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเสนอให้ตัวแทนกับคณะอนุกรรมการ จะทำหน้าที่ในการศึกษาและพิจารณาหาข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการที่จะเข้ามาดูแลสินค้ายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์
     "กระทบรายได้ของบริษัทแน่นอน เพราะบริษัทมีรายได้ที่เป็นคนไข้เงินสดสัดส่วน 58% แต่จะกระทบมากน้อยแค่ไหนนั้นจะต้องดูรายละเอียด ซึ่งทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนอาจจะมีตัวแทนไปเจรจาร่วมเป็นตัวแทนกับคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณารายละเอียด"นายวชิระ กล่าว

*** EKH  มองรพ.ใหญ่หาแนวทางรับมือ
    นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เชื่อเกณฑ์ควบคุมราคายา และเวชภัณฑ์จะไม่มีผลกระทบต่อบริษัท เพราะค่ายารักษาโรคของบริษัทต่ำกว่าโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ทั่วไป และเชื่อว่าจะต่ำกว่าเกณฑ์การควบคุม ขณะเดียวกันเชื่อว่าโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าว ก็อาจจะปรับรูปแบบของการรับมือมาตรการควบคุมค่ายาและเวชภัณฑ์ ด้วยการเพิ่มค่าบริการทางการแพทย์
     แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องรอดูรายละเอียดว่าจะมีมาตรการควบคุมในระดับใด โดยประเภทของยารักษาโรคมีหลายประเภท ซึ่งตัวยาบางรายการมีมาร์จิ้นที่ไม่เกินเกณฑ์ควบคุม ดังนั้น หากมีมาตรการควบคุมเพดานราคายา ก็อาจจะส่งผลให้สถานพยาบาลปรับราคาเพื่อเพิ่มมาร์จิ้นให้ถึงเกณฑ์ควบคุมไว้ได้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีมาร์จิ้นในระดับต่ำ
     "เชื่อว่าโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ที่มีต้นทุนราคายาที่แพง อาจจะมีวิธีรับมือด้วยการไปปรับเพิ่มรายได้จากส่วนให้บริการทางการแพทย์ แต่ทั้งนี้ จะต้องรอดูว่าจะควบคุมให้มีมาร์จิ้นขายได้แค่ไหน อย่างไรก็ตาม ยาบางตัวที่มาร์จิ้นต่ำ ไม่ถึงเกณฑ์ และไม่ถึงเพดานควบคุมก็อาจจะหาโอกาสปรับเพิ่มราคาขายให้ไปเท่ากับเพดาน" นายแพทย์อำนาจ กล่าว

*** โบรกเกอร์ชี้ รพ.เกรด A กระทบมากสุด 
    บทวิเคราะห์บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า การนำค่าเวชภัณฑ์ยา และค่าบริการรักษาจะเป็นสินค้า-บริการควบคุม จะกระทบโรงพยาบาลระดับ เกรด A  (premium) จะได้รับผลกระทบมากกว่าโรงพยาบาลที่รับรักษาระดับกลาง เพราะมีการคิดค่ายา และค่าบริการรักษาทางการแพทย์ที่สูงกว่าอยู่แล้ว โดยโรงพยาบาลระดับ Premium เช่น BDMS, BH, BCH ระดับกลาง เช่น CHG, RJH, LPH และ EKH เป็นต้น

*** ฉุดกำไรหด 8-10%
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส  ประเมินว่าทุกๆ 5% ของรายได้ค่ายาที่ลดลงจะกระทบกำไรราว 8-10%  แต่เชื่อว่าโรงพยาบาลจะมีวิธีปรับตัวเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว เราเลือก Top Pick เป็น BDMS (ราคาเป้าหมาย 30 บาท) และ BCH (ราคาเป้าหมาย 21 บาท)

    สำหรับราคาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล  เมื่อวันที่ 9 ม.ค.62   ร่วงยกกระดาน นำโดย บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH  ร่วงหนักสุด   ปิดตลาดลดลง 8.57% ลดลง 16.50 บาท มาอยู่ที่ 176 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,091 ล้านบาท 
     บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)  หรือ BDMS ร่วงหนัก  8.10%  ปิดตลาดที่ 22.70 บาท ลดลง 2 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6,029 ล้านบาท  
    บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH  ลดลง 3.66%  หรือ 3.60 บาท มาอยู่ที่ 15.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 646 ล้านบาท 
    บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ลดลง 3.14% หรือ 0.06 บาท อยู่ที่ 1.85 บาท มูลค่าการซื้อขาย 206 ล้านบาท 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด