ข่าวนี้ที่ 1

PTTEP วางงบ 5 ปี 7.16 แสนลบ. หวังดันยอดขายโตปีละ 6%

PTTEP วางงบ 5 ปี 7.16 แสนลบ. หวังดันยอดขายโตปีละ 6%

     "ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม" กางแผนธุรกิจ 5 ปี (2563-2567)  ใช้งบดำเนินงาน 24,619 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7.16 แสนล้านบาท  โดยปี 63 คาดใช้งบ  4,613 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เน้นเพิ่มปริมาณการผลิต -สำรวจแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติม คาดช่วยดันปริมาณขาย 5 ปี โตเฉลี่ยปีละ 6%  ด้าน "ไออาร์พีซี" ชงบอร์ดเคาะงบ 5 ปี ลงทุน 5 หมื่นล้านบาท เน้นโครงการ MARS-UCF และซื้อกิจการ

 ***  วางงบ 5 ปี ลงทุน 7.1 แสนลบ.  

      นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่?บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP  เปิดเผยว่า   แผนการลงทุน 5 ปี (ปี 2563-2567) นั้น บริษัทได้จัดสรรงบประมาณรวม 24,619 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 716,216 ล้านบาท)  แบ่งเป็น รายจ่ายลงทุน 14,239 ล้านดอลลาร์ สรอ.  รายจ่ายดำเนินงาน 10,380 ล้านดอลลาร์ สรอ.  

     บริษัทได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ไว้ที่ 4,613 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สรอ.) (เทียบเท่า 143,012 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็นรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure หรือ CAPEX) จำนวน 2,647 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 82,064 ล้านบาท) และรายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure หรือ OPEX) จำนวน 1,966 ล้านดอลลาร์ สรอ. (เทียบเท่า 60,948 ล้านบาท) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

  ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2563-2567
รายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) 2,647 3,011 3,342 2,873 2,366 14,239
รายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure) 1,966 2,000 1,995 2,462 1,957 10,380
รายจ่ายรวมทั้งสิ้น (Total Expenditure) 4,613 5,011 5,337 5,335 4,323 24,619

หน่วย: ล้านดอลลาร์ สรอ.

 ***  ปี 63 ปริมาณขายโต 11%

       ปตท.สผ. คาดว่าในปี 2563 จะสามารถเพิ่มปริมาณการขายปิโตรเลียมได้ประมาณ 11% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ 

     จากแผนลงทุนดังกล่าว ส่งผลให้ PTTEP ตั้งเป้าปริมาณการขายปิโตรเลียมจากโครงการผลิตปัจจุบัน โดยมีอัตราการเติบโตของปริมาณการขายโดยเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (Compounding Annual Growth Rate: CAGR) ในช่วง 5 ปี ระหว่างปี 2563-2567 ประมาณร้อยละ 6  

     ปริมาณการขายเฉลี่ยในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ ถือเป็นความสำเร็จจากการดำเนินการตามกลยุทธ์ Expand ทั้งการชนะการประมูล และการเข้าซื้อกิจการในพื้นที่ยุทธศาสตร์การลงทุนในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และในตะวันออกกลาง 

    "ปี 2563 จะมุ่งเน้นการดำเนินการตามกลยุทธ์ Execute โครงการหลักต่าง ๆ เพื่อรักษาปริมาณการผลิต และเร่งการพัฒนาโครงการที่สำคัญให้สามารถเริ่มการผลิตได้ตามแผนเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต รวมทั้งเร่งกิจกรรมการสำรวจเพื่อค้นหาปิโตรเลียมเพิ่มเติม เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว" นายพงศธร กล่าว  

  ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567
ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 388,000 403,000 450,000 464,000 467,000

 หน่วย : บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

*** เปิดแผนปี 63 มุ่งกลยุทธ์ Execution

จากความสำเร็จในการขยายการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามกลยุทธ์ Expand ในปีที่ผ่านมา แผนการดำเนินงานในปี 2563 จึงจะมุ่งเน้นกลยุทธ์ด้าน Execution โดยให้ความสำคัญกับแผนงานหลัก ดังนี้

1. การรักษาปริมาณการผลิตจากโครงการผลิตหลักที่สาคัญ ได้แก่ โครงการเอส 1 โครงการบงกช โครงการอาทิตย์ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย และโครงการซอติก้า รวมถึงการรักษาปริมาณการผลิตและบริหารจัดการโครงการใหม่ที่ได้มา ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ได้แก่ โครงการ Malaysia โครงการ Partex รวมถึงโครงการ G1/61 (แหล่งเอราวัณ) และโครงการ G2/61 (แหล่งบงกช) โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนจำนวน 1,941 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว

2. การเพิ่มปริมาณการผลิตในอนาคต โดยมุ่งเน้นและผลักดัน 3 โครงการหลักที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ได้แก่ โครงการมาเลเซีย- แปลงเอช โครงการโมซัมบิก แอเรีย วัน และ โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ ให้สามารถเริ่มการผลิตได้ตามแผน นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญในการเร่ง การพัฒนาโครงการมาเลเซีย ซาราวัก เอสเค 410 บี ซึ่งประสบความสำเร็จในการเจาะสำรวจในปีที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถเข้าสู่ขั้นตอนของการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision) โดยบริษัทได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนในส่วนนี้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 425 ล้านดอลลาร์ สรอ.

3. การเร่งกิจกรรมการสำรวจเพื่อค้นหาทรัพยากร (Contingent Resources) เพื่อรองรับ การเติบโตในระยะยาว โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนจำนวน 281 ล้านดอลลาร์ สรอ. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายในการเจาะหลุมสำรวจและประเมินผลสำหรับโครงการสำรวจในมาเลเซีย และเมียนมาเพื่อความต่อเนื่องในการดำเนินงานตามแผนข้างต้น

*** มุ่งโอกาสลงทุนใหม่ๆ

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังให้ความสำคัญกับการปรับตัวเพื่อพร้อมรับมือกับสภาพ การดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และการศึกษาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ อาทิ การลงทุนในธุรกิจ Gas to Power ในเมียนมาเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่งก๊าซธรรมชาติที่บริษัทมีการลงทุนอยู่แล้ว รวมถึงการลงทุนในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ผ่านบริษัท AI & Robotics Venture (ARV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. เป็นต้น โดยแผนการดำเนินงานข้างต้น ปตท.สผ. ได้ยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่าน การดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย ทุกฝ่าย

*** IRPC ชงบอร์ดเคาะงบ 5 ปี

 ด้าน นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท วันที่ 17 ธ.ค.63 จะพิจารณางบลงทุน 5 ปี เบื้องต้นจะใช้เงินลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท ลงทุนโครงการผลิตอะโรเมติกส์ (MARS:Maximum Aromatics Project) โครงการUltra Clean Fuel Project (UCF) รวมถึงการเข้าซื้อกิจการต่างๆตามแผน M&A

  โดยแผนงาน 5 ปีของบริษัท จะยังคงใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้มากที่สุด และต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ ด้วยการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้เป็นแบบชนิดพิเศษ ซึ่งคาดสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษจะมีสัดส่วนในรายได้รวมเติบโตปีละ 5% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 55%

*** ปี 63 ปิดดีลร่วมพันธมิตรขายเม็ดพลาสติก

   ต้นปี 63 บริษัทจะสรุปดีลร่วมทุนกับพันธมิตรในการจัดตั้งบริษัทเพื่อขายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกเกรดชนิดพิเศษ ประเภท PP Compound ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยายนต์ ประมาณ 10,000 -20,000 ตันต่อปี

โดยพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมลงทุนนั้นจะเป็นฝ่ายทำการตลาดให้กับบริษัท เพื่อนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จำหน่ายให้กับค่ายรถยนต์ประเทศญี่ปุ่นที่มีความต้องการใช้เม็ดพลาสติกเกรดชนิดพิเศษ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ประเภท PP Compound สามารถช่วยสร้างมาร์จิ้นให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิต PP Compound อยู่ 1.4 แสนตันต่อปี

สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในปี 63 จะยังคงได้รับกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีของการตกลงในข้อสัญญาร่วมกัน รวมถึงการที่ราคาผลิตได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

ทั้งนี้ คาดว่าภาพรวมในธุรกิจปิโตรเคมีจะมีมาร์จิ้นที่ดีขึ้น จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นและมีระดับราคาที่มีเสถียรภาพ จากก่อนหน้านี้ราคาลดลงกว่า 40% จึงทำให้โรงงานผลิตหลายแห่งปิดตัว ซึ่งส่งผลให้มีซัพพลายในตลาดในระดับต่ำ จึงทำให้ราคาปรับตัวขึ้นแบบสมดุล

*** โบรกฯชี้เป้า 135-147 บาท

บล.กรุงศรี ให้เป้า PTTEP 135 บาท ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบกลับมาฟื้นตัว และไม่มี Over hang จากประเด็นการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันมากวนใจ ขณะที่แนวโน้มงบ 4Q19 จะยังเด่นสุดของกลุ่ม PTT เพราะมีแรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้การผลิตจากแหล่งเมอร์ฟี่ที่ซื้อเข้ามาเต็มไตรมาส

 

บล.เอเชีย เวลท์ ให้เป้า 147 บาท โดย PTTEP ปิดดีล Partex เรียบร้อย ก่อนสิ้นปี 2562 คาดปี 2563 ยอดขายจะปรับเพิ่มเป็น 3.8 แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 9.8%YoY

ราคาน้ำมันโลกผันผวน จากความไม่แน่นอนของกลุ่ม OPEC เรายังเชื่อว่าอยู่ในกรอบสมมติฐานที่เราประเมินไว้ที่ 63 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ปี 2563 จะยังใกล้เคียงกับช่วงปลายปี 2562 ที่ระดับ 60 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปรับลดความกังวลกรณี ราคาน้ำมันเตา (HSFO) ลดลงอย่างมาก เราประเมินแล้วเชื่อว่ากระทบโครงสร้างราคาก๊าซฯ ของ PTTEP ไม่มาก คาดกำไรสุทธิปี 2563 ยังคงตัวในระดับสูงที่ 4.8 หมื่นล้านบาท

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด