ข่าวนี้ที่ 1

GPSC ตั้งโต๊ะเทนเดอร์ฯ GLOW ปรับราคาเหลือ 90.81 บ./หุ้น

GPSC ตั้งโต๊ะเทนเดอร์ฯ  GLOW ปรับราคาเหลือ 90.81 บ./หุ้น

 "โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่" ประกาศตั้งโต๊ะ 25 มี.ค.-17 พ.ค. 62 รับซื้อหุ้น "โกลว์ พลังงาน" อีก 30.89%  พร้อมปรับราคารับซื้อเหลือหุ้นละ 90.81 บาท หลังประกาศจ่ายเงินปันผล ด้าน "บี.กริม เพาเวอร์" จ่อรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า SPP 1 ในเดือน เม.ย.นี้ คาดทำรายได้ปีละ 3 พันล้านบาท  เล็งสร้างโรงไฟฟ้าใหม่อีก 2 แห่ง กำลังผลิตรวม 140 เมกะวัตต์  

*** GPSC ตั้งโต๊ะเทนเดอร์ GLOW  25 มี.ค.-17 พ.ค.62
    บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC   แจ้งความประสงค์ขอเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดของ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน)  หรือ GLOW  จำนวนทั้งสิ้น 451,889,002 หุ้น  คิดเป็นร้อยละ 30.89 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของกิจการ และสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ  หลัง GPSC   และ Engie Global Developments B.V. ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมใน GLOW จำนวน 1,010,976,033 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 69.11 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของ
กิจการ และสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561
    โดยกำหนดวันรับซื้อ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. -17 พ.ค. 2562   ในราคาเสนอซื้อหุ้นละ  90.8136  บาท  โดยราคาสุทธิที่ผู้ขายจะได้  อยู่ที่ 90.57067362 บาท โดยมี  บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)เป็นตัวแทนการรับซื้อ

*** ปรับราคาเทนเดอร์ฯ เป็น 90.81 บ./หุ้น 
    ราคาเสนอซื้อหุ้นเท่ากับ 91.9906 บาทต่อหุ้น  จะปรับลดตามจำนวนเงินปันผลส่วนที่เหลือของกิจการ (ในอัตรา 1.177 บาทต่อหุ้น) ตามที่ผู้ถือหุ้นของกิจการจะได้รับตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ของกิจการ ซงึ่ จะจัดขึน้ ในวันที่ 23 เมษายน 2562 ดังนั้นราคาเสนอซื้อภายหลังการปรับลดเงินปันผลดังกล่าวจะเท่ากับหุ้นละ 90.8136 บาท/หุ้น   และราคาเสนอซื้อสุทธิ (ภายหลังหักค่าธรรมเนียมในการเสนอขายหุ้น และภาษีมูลค่าเพิ่ม) ที่ผู้แสดงเจตนาขายหุ้นจะได้รับจากผู้ทำคำเสนอซื้อครั้งนี้จะเท่ากับ เท่ากับ 90.57067362 บาท /หุ้น 
    โดยกที่ประชุมคณะกรรมการ GLOW ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล ประจำปี 2561 ในอัตรา 2.785 บาทต่อหุ้น  เมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 1.608 บาทต่อหุ้น (ที่กิจการได้จ่ายให้กับผู้ถือหุ้นของกิจการแล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2561)  จึงจะจ่ายเงินปันผลส่วนที่เหลือ ในอัตรา 1.177 บาทต่อหุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นของกิจการในวันที่ 17  พ.ค. 2562 โดยกำหนดวัน Record Date เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 3 พ.ค. 2562  ดังนั้น ระยะเวลาการรับซื้อตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-17 พ.ค.2562   ผู้ทำคำเสนอซื้อจะได้รับโอนหุ้นของผู้ถือหุ้นที่แสดงเจตนาขายภายหลังระยะเวลารับซื้อ ภายหลังวัน Record Date เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล ดังนั้นผู้ทำคำเสนอซื้อจึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลดังกล่าวข้างต้นจากหุ้นของผู้ถือหุ้นที่แสดงเจตนาขาย
     และเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากหรือข้อผิดพลาดจากการกำหนดสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลข้างต้น และเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมกับผู้แสดงเจตนาขายหุ้นสามัญของ GLOW ทุกรายจากสิทธิในการรับเงินปันผลดังกล่าว ผู้ถือหุ้นที่แสดงเจตนาขายไว้ก่อนวันที่ 7  พ.ค. 2562 จะปรากฎชื่อเป็นผู้ถือหุ้น ณ วัน Record Date เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผลวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 และยังคงเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิในเงินปันผลของGLOW โดยผู้ถือหุ้นของGLOW สามารถยื่นแบบตอบรับการแสดงเจตนาขายหุ้นได้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2562 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ทุกวันทำการของตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น. แต่ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์จะตอบรับและเริ่มรับโอนหุ้นของผู้ถือหุ้นที่แสดงเจตนาขายเข้าบัญชีของตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ทุกวันทำการของตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 16.00 น. 

 *** BGRIM จ่อสร้าง 2 โรงไฟฟ้า หลังซื้อ SPP1
     นายนพเดช กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน  บริษัท บี.กริม เพาเวอร์  จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM  เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาแผนการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ 2 แห่ง ทดแทนโรงไฟฟ้าเดิม มีกำลังการผลิต 70 เมกะวัตต์/แห่ง   หลังจากที่บริษัทได้เข้าซื้อบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด มูลค่า 3.3 พันล้านบาท ซึ่งเหลืออายุ  6 ปี ก่อนที่จะเข้าสู่ Replacement Theme โดยบริษัทจะสามารถรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าดังกล่าวตั้งแต่เดือน เม.ย. 62 ทันที ซึ่งที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีรายได้ปีละ 3 พันล้านบาท และมี EBITDA อยู่ที่ราว 650 ล้านบาท

*** รุกขยายลงทุนใน-ต่างประเทศ
      บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติรวม ทั้งในและต่างประเทศ  2-3 แห่ง คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้  โดยในต่างประเทศจะเน้นในกลุ่มอาเซียน ขนาดกำลังการผลิตแห่งละ 100-300 เมกะวัตต์
    นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่าศึกษาลงทุน  โครงการ IPP ที่จะเปิดประมูล และโครงการอื่นๆ ในแผน PDP ฉบับใหม่ ส่วนต่างประเทศ สนใจลงทุนในหลายโครงการ เช่น โรงไฟฟ้าในเกาหลีใต้ โครงการพลังงานลมกำลังการผลิต 100-150 เมกะวัตต์  โครงการพลังงานฟอสซิลในมาเลเซีย กำลังการผลิต 200-250 เมกะวัตต์  โครงการโซลาร์ฟาร์มในฟิลิปปินส์ กำลังการผลิต 50-200 เมกวัตต์ โครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามที่มีโอกาสต่อเนื่องจากโครงการที่ดำเนินการอยู่ โครงการพลังงานทดแทนในกัมพูชา กำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ คาดว่ารัฐบาลกัมพูชาจะเปิดประมูลในช่วงไตรมาส 3/62 และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว กำลังการผลิต 350 เมกะวัตต์ 
     บริษัทตั้งเป้าปี 68 มีกำลังผลิตแตะ 3,245 เมกะวัตต์  พร้อมกับการเดินหน้าขยายลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มเพื่อไปสู่เป้าหมาย ที่ 5,000 เมกะวัตต์
            โดยปีนี้มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam Che กำลังการผลิตติดตั้ง 15 เมกะวัตต์ ที่คาดว่าจะ COD ได้ในครึ่งแรกของปี 62 และโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 5 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนด COD สิ้นปี 62   และกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 2,896 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะมีโครงการเพิ่มเข้ามาทุกปี 

*** วางงบลงทุนปีนี้ 1.6-2 หมื่นลบ.
      บริษัทตั้งงบลงทุนในปี 62  ที่ 1.6-2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการเดิม 1.4 หมื่นล้านบาท แล ะลงทุนโครงการใหม่ 6 พันล้านบาท พร้อมวางแผนลดต้นทุนการเงินเหลือ 4.2-4.4% จากปัจจุบันที่ 4.6% จากทั้งการกู้ยืมเงินจากสถาบันทางการเงินและการออกหุ้นกู้  ซึ่ง  ไตรมาส 2/62 ที่จะมีเงินกู้ครบกำหนด 2.3 พันล้านบาท  และช่วงครึ่งปีหลังมีแผนจะออกหุ้นกู้ราว 5-7 พันล้านบาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด