ข่าวนี้ที่ 1

สแกน "หุ้นทางเลือก" น่าลงทุน ช่วง SETอึมครึม

สแกน

    โบรกเกอร์ จัดกลุ่มหุ้นทางเลือกที่น่าลงทุนในช่วงตลาดผันผวน หลังการเมืองยังไม่ชัดเจน ทรีนีตี้ เปิดโผหุ้น 8 กลุ่ม Outperform ตลาด ด้าน เอเซียพลัส แนะหนีปัจจัยในประเทศ ไปลงทุนหุ้น Global Play ทั้งน้ำมัน - อาหาร ฟาก โนมูระฯ เน้นหุ้นกลุ่ม Domestic Play และหุ้น 25 ตัวที่เข้า MSCI ขณะที่โปรแกรม efin Stockpickup สแกนพบ 10 หุ้นปันผลสูง 4-7% เตรียมขึ้น XD เม.ย.-พ.ค.นี้    

*** ทรีนีตี้ เปิดโผหุ้น 8 กลุ่ม  Outperform ตลาด
    บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะปรับตัว Outperform ตลาดในเดือนเมษายนนี้ มีอยู่ 8 กลุ่ม ได้แก่
             1) กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ปันผลสูงที่ราคายังคง Laggard และมี Valuation ถูก ได้แก่ BBL, PTTGC, BCP
              2) กลุ่มโรงกลั่นที่คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานดีในไตรมาส 1/62 ได้แก่ TOP
              3) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการพิจารณาเกณฑ์ NVDR ของ MSCI และราคายังคง Laggard ได้แก่ MTC, BDMS, CPN, CPALL
              4) กลุ่มหุ้นที่มีโอกาสถูกพิจารณานำเข้าสู่ดัชนี MSCI ในรอบเดือนพฤษภาคม ได้แก่ KTC
              5) กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะถูกนำเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบเดือนมิถุนายน ได้แก่ OSP
              6) กลุ่มหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่อาจมีแรงเข้าซื้อเพื่อเก็บเงินปันผล ได้แก่ AP, QH
              7) กลุ่มหุ้นที่รับรู้ข่าวร้ายไปมากและมีความเสี่ยงต่ำแล้ว ได้แก่ ROBINS
              8) กลุ่มหุ้นที่มักปรับตัว Outperform ได้ดีในทุกไตรมาส 2 ของทุกๆปี ได้แก่ KCE

*** เอเซียพลัส มองกรอบ SET ช่วงนี้ 1,640-1,660 จุด 
    บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า แม้ปัจจัยภายนอกผ่อนคลาย  โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบโลกที่ฟื้นตัวจนใกล้ 70 เหรียญฯต่อบาร์เรล และวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นได้สิ้นสุดลง ขณะที่เอเชียพบว่าหลายประเทศได้ลดเบี้ยแล้ว ทั้งอินเดีย- จีน  แต่ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยถ่วงจากปัญหาการเมืองในประเทศ ที่คาดหมายว่าการจัดตั้งรัฐบาลน่าจะล่าช้า และถือเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจในประเทศให้ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ที่ 3.4%  รวมถึงในเดือน เม.ย. มีบริษัทจดทะเบียนราว 63 บริษัท ที่ขึ้นเครื่องหมาย XD (กดดัน SET ประมาณ 9 จุด) อาจจะสร้างแรงกดดันให้ SET Index เกิดความผันผวนมากขึ้น ฝ่ายวิจัยจึงประเมินกรอบการลงทุนไว้ที่ 1,640-1,660 จุด 

*** แนะเล่นหุ้นอิงศก.โลก หนีการเมือง 
    บล.เอเซียพลัส แนะกลยุทธ์ลงทุนให้ปรับน้ำหนักการลงทุนในสอดคล้องกับปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยให้เน้นการลงทุนในหุ้นที่อิงเศรษฐกิจภายนอกมากขึ้น (Global) จากเดิมที่เคยให้น้ำหนักอิงกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ (Domestic)  มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นหุ้น Global Play ที่เกี่ยวกับราคาสินค้าภัณฑ์ (น้ำมัน) และได้ประโยชน์จาก Stock Gain ในงวด 1Q62 ดังตาราง ชอบ PTT(FV@B56), PTTEP(FV@B178) และ PTTGC (FV@B79)
    นอกจากนี้ยังมีหุ้นเกษตร-อาหาร ที่ได้ประโยชน์จากการที่ EU เพิ่มโควตานำเข้าไก่จากไทย และราคาเนื้อสัตว์ในประเทศทยอยฟื้นตัวในปี 2562 ได้แก่ GFPT (FV@B16.95) TFG (FV@B4.50) และ CPF (FV@B31.50)   รวมถึงหุ้นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่เติบโตตามการพัฒนา EEC คือ CK(FV@B34.0) ตามที่ได้กล่าวข้างต้นถึงโอกาสจะได้งานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะเพิ่ม Backlog  และความสามรถรับรู้รายได้ในระยะยาว และ EASTW(FV@B13.5) นอกจากได้ประโยชน์จากการขายน้ำดิบแก่ผู้ประกอบการภาคตะวันออกแล้ว ปี 2562  ยังเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ เร็วกว่าทุกปี ทำให้ปริมาณฝนตกทั่วประเทศลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 30 ปี  (คาดว่าเดือน มี.ค.-เม.ย. 62 ฝนตกต่ำกว่าค่าปกติราว 10-20%)  จะทำให้ปริมาณการขายน้ำดิบสูงขึ้นกว่าสมมติฐาน (คาดปริมาณขายน้ำดิบเติบโต 3.2%YoY)และมี Div Yield สูงราว 4.2% และยังมี Upside 18.42% 

*** "โนมูระ พัฒนสิน" เปิดลิสต์ 25 หุ้นเข้า MSCI    
    บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่าสำหรับ  นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำลงทุนในหุ้น 82.5% ทองคำ 12.5% ตลาดบอนด์ 5% และเงินสด 0%  โดยหุ้น 82.5% เน้นสะสมหุ้น Domestic Play อย่าง  BBL- AOT- CPALL- ROBINS- TU- CPF- ADVANC- CK- STEC- PYLON- AMATA - ERW - WHA -  GULF และ Global Play อย่าง PTT - TOP  
     รวมถึงดัชนีบริษัท Morgan Stanley Capital International (MSCI)    เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย 0.5% เป็น 2.8% ของ Emerging Market หรือของตลาดเกิดใหม่  โดยประเมินว่าจะสนับสนุนให้เม็ดเงินถึง 2.4พันล้านดอลลาร์ไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนพ.ค.นี้  
      - สำหรับหุ้นที่จะเข้า MSCI รอบใหม่ คือ INTUCH - RATCH -  CENTEL - DTAC และ เพิ่มน้ำหนัก SCC - BDMS -  CPN- CPALL -  BBL/F -  EGCO -  LH -  KBANK - BANPU -  PTT -  TU -  ADVANC -  CPF -  HMPRO -  MINT -  EA -  BH -  BTS - GULF -  TRUE -  IRPC และลดน้ำหนัก SCB 
    - ขณะที่หุ้นเข้าใหม่ MSCI Small Cap เข้าใหม่คือ BLA -  AEONTS -  LHFG -  TASCO -  EASTW -  COL -  TIP
 
***ส่อง 10 หุ้น Dividend Yield สูง 4-7% ขึ้น XD เดือนเม.ย.-พ.ค. นี้ 
    สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย รวบรวมข้อมูลจากฟังก์ชั่น XD Ranking ใน eFin Stock Pick Up ซึ่งเป็นการเรียงลำดับหุ้นที่มีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงสุดเทียบกับราคาปิดล่าสุด (4 เม.ย. 62) โดยใส่เงื่อนไขมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 5 วันทำการมากกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อคัดหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง และหุ้นทั้งหมดกำลังจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือน เม.ย.-พ.ค. นี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนจากปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ พบว่า 10 อันดับหุ้นที่ให้ Dividend Yield สูงสุด เป็นดังนี้

หุ้น     ราคาปิด(บ.)    ปันผล(บ./หุ้น)     %Dividend       วัน XD   
TISCO   88.75 7.000 7.89 29/4/2019
KGI     4.98 0.385 7.73 18/4/2019
BIG     1.21 0.080 6.61 7/5/2019
AP    7.05 0.400 5.67 8/5/2019
NER    2.52 0.130 5.16 7/5/2019
VNT    25.50 1.300 5.10 3/5/2019
ALLA    1.69 0.080 4.73 2/5/2019
QH    3.02 0.140 4.64 24/4/2019
ORI   6.90 0.300 4.35 2/5/2019
NWR   0.95 0.040 4.21 18/4/2019

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด