ข่าวนี้ที่ 1

BEAUTY ลั่นปีนี้โตกว่า 20% รุกตลาด 15 ประเทศ-ลุยอีคอมเมิร์ซ

BEAUTY ลั่นปีนี้โตกว่า 20%  รุกตลาด 15 ประเทศ-ลุยอีคอมเมิร์ซ

    "บิวตี้ คอมมูนิตี้" กางแผนปี 62 ตั้งเป้ารายได้โตมากกว่า 20% รักษาอัตรากำไรสุทธิมากกว่า 25% ชูกลยุทธ์รุกหนักตลาดต่างประเทศ จัดงบลงทุน 85 ล้านบาท พัฒนาธุรกิจค้าปลีก เสริมระบบสนับสนุนธุรกิจ-เดินหน้าอีคอมเมิร์ซ เผยโครงการซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้น ซื้อได้ 12.67 ล้านหุ้น ใช้เงิน 99 ล้านบาท ด้านโบรกฯ แนะ"ซื้อ" ให้เป้า 9 บาท กำไรปี 62 เติบโต 16.7%

*** ลั่นปี 62 ยกระดับสู่แบรนด์อินเตอร์

    นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีวิสัยทัศน์ (VISION) ในการดำเนินธุรกิจด้วยนโยบาย  International Beauty & Health Business เพื่อยกระดับแบรนด์สินค้าภายใต้การจำหน่ายของบริษัทเข้าสู่การเป็นแบรนด์ด้านความงามและสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานของบริษัทจะมุ่งเน้นใน 6 ด้านหลัก ประกอบด้วย
    1.ขยายตลาดต่างประเทศเชิงรุก จำนวน 15 ประเทศ โดยมี 10 ประเทศที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในปี 2561 ซึ่งจะเน้นการทำการตลาดร่วมกันและเพิ่มจำนวน SKUs สินค้า และมีอีก 5 ประเทศเป้าหมายใหม่ในปี2562 ที่มีแผนจะขยายตลาด คือ อินเดีย รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บรูไน และแคนาดา  ในรูปแบบของตัวแทนจำหน่าย Product Distributor ,Shop Licence , Shop in Shop หรือ Counter sales  รวมทั้งยังเน้นรุกตลาดประเทศจีนซึ่งถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่มีโอกาสทางธุรกิจสูง โดยมีแผนกระจายสินค้าผ่านช่องทาง Cross Border E-commerce (CBEC)อย่างต่อเนื่องซึ่งช่องทางนี้ถือเป็นโอกาสใหม่สำหรับการค้าออนไลน์ในจีนที่รัฐบาลจีนมีมาตรการสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางโดยผู้ค้าออนไลน์จะได้รับสิทธิส่วนลดทางภาษีในอัตราพิเศษ
    โดยในปี 2561 บริษัทมีสินค้าวางจำหน่ายแล้วจำนวน 7 Platforms และในปีนี้มีแผนเจรจาเพิ่มจำนวน Platform อีก 2 รายและยังขยายจำนวน SKUs สินค้าเข้าจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้ภายในไตรมาส 1 ปี 62 บริษัทได้เริ่มส่งสินค้าเข้าจำหน่ายช่องทางตลาดหลัก( General Trade )ที่ประกอบด้วยช่องทาง Offline และ Online  ในตลาดทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน(Mainland China) สำหรับตลาดการขายสินค้าหลักของจีนมีทั้งที่เป็นช่องทางออฟไลน์ เช่น เทรดดิชั่นนอลเทรด คอนวีเนียนสโตร์ โมเดิร์นเทรดต่างๆ และช่องทางออนไลน์ที่เป็นเว็ปไซต์ อีคอมเมิรซ์ต่างๆที่จัดจำหน่ายสินค้าในประเทศจีน
    2.ช่องทางร้านค้าปลีกเข้มแข็ง (Retail Business Models) ด้วยศักยภาพที่บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 347 สาขา จะพัฒนาปรับปรุงและสร้างความเข้มแข็งให้ช่องทางร้านค้าปลีก โดยจะมีการพัฒนาการบริหารร้านค้าปลีก ,เปิดสาขาใหม่ 15 สาขา ,เน้นการทำการตลาดได้ด้วยตัวร้านค้าปลีกเอง (Local Store Marketing) ,สร้างโมเดลการขายสินค้าที่เป็นสินค้า Multi Brand เข้ามาจำหน่ายในร้าน Beauty Buffet , สร้างร้านต้นแบบใหม่เพื่อจำหน่ายสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุม
    3. กลุ่มสินค้าอุปโภคเติบโตต่อเนื่อง (Consumer Product)เพิ่มประสิทธิภาพในช่องทางการจำหน่ายเดิมโดยเน้นการเพิ่มจำนวน SKUs สินค้าและทำการตลาดรวมกับห้างพร้อมกับเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆที่มีโอกาสเติบโตสูงและเข้าถึงกลุ่มลูกค้า
    4.ช่องทางอีคอมเมิร์ซ( E-Commerce) ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างระบบอีคอมเมิร์ซให้มีประสิทธิภาพ วางเป้าหมายรุกตลาดออนไลน์ ด้วยกลยุทธ์ O2O และพันธมิตร รวมถึงพัฒนาระบบรองรับพฤติกรรมการจับจ่ายผ่านมือถือของบริษัทเอง ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยผลักดันให้บริษัทมีรายได้เติบโตก้าวกระโดด
    5. กลยุทธ์การขายโดยใช้สินค้าขับเคลื่อน (Product Driven) ขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตโดยการสร้าง Product Heros ที่มีกระแสดึงดูดลูกค้าทั้งสินค้าเดิมที่มีอยู่แล้วและสินค้าใหม่ เน้นสินค้าที่เป็นอินโนเวชั่นตามเทรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    6.กลยุทธ์การตลาดแบบ O2O การเชื่อมสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม นำเสนอ Influencers ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพนักงานทุกระดับ เพื่อสร้าง Engagement กับลูกค้าวงกว้างและเป็นพลังในการสร้างยอดขายให้แก่ช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ ร่วมกับการพัฒนาการตลาดระดับ Reginal สร้างตลาดต่างประเทศไปพร้อมกัน

*** ตั้งเป้ารายได้โตกว่า 20% รักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำ 25%

    ในปีนี้ BEAUTY วางเป้าหมายรายได้เติบโตมากกว่า 20% พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิมากกว่า 25%

*** จัดงบ 85 ลบ.พัฒนาธุรกิจค้าปลีก-เดินหน้าอีคอมเมิร์ซ

    จากการดำเนินงานในปี 2561 ถือเป็นการปรับธุรกิจตามยุทธศาสตร์ใหม่ บริษัทได้พัฒนาตลาด วางรากฐานช่องทางในตลาดต่างประเทศ ,สินค้ากลุ่มอุปโภค รวมถึงการวางแนวทาง E-Commerce ชัดเจนเพื่อเป็นฐานการขยายตลาดในปี 2562  สำหรับภาพรวมธุรกิจเครื่องสำอางปี 2562 คาดว่ายังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับความงาม สุขภาพและผิวพรรณต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพมีความหลากหลายเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งการขยายตัวดังกล่าวเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่จะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศและในระดับนานาชาติ ขณะที่งบลงทุนอยู่ที่ 85 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้สำหรับการเปิดสาขา พัฒนาระบบสนับสนุนธุรกิจและระบบอีคอมเมิร์ซ

*** ปิดโครงการซื้อหุ้นคืนได้ 12.67 ล้านหุ้น
    
    บริษัทฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศปิดโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงินโดยเป็นการซื้อในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้เปิดโครงการตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ถึงวันที่ 23 มกราคม 2562 มีจำนวนรวมหุ้นที่ซื้อคืน 12.675 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.42% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด เป็นมูลค่ารวม 99.068 ล้านบาท จากจำนวนหุ้นที่จะซื้อตามโครงการไม่เกิน 64 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 2.13 ของหุ้นที่จาหน่ายได้แล้วทั้งหมด ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 950 ล้านบาท
    สำหรับการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนตามโครงการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะนาเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอีกครั้ง

*** บล.ดีบีเอสฯ แนะ"ซื้อ" ให้เป้า 9 บาท

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส  แนะ"ซื้อ" จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาเติบโตได้ในปลายปี 61 บ่งชี้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวผ่านจุดต่ำสุดและเริ่มฟื้นตัวแล้ว โดยกระทรวงท่องเที่ยวเปิดเผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดือนพ.ย.61 +4.54% ดีขึ้นจากต.ค.61 ที่ -0.51% (จำนวนยอดสะสม 11M61 เป็น +7.53% ที่ 34.4 ล้านคน และทำรายได้สะสม +9.79% ที่ 1.8 ล้านล้านบาท) เพราะได้รับอานิสงค์บวกจากมาตรการฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 21 ประเทศ ซึ่งรวมนักท่องเที่ยวจีนด้วย
    ยอดขายมีโมเมนตัมดีต่อมาใน 1Q62 ทั้งนี้ปกติไตรมาส 4 เป็น High season ของการขาย แต่ในช่วง 4Q61 อาจจะเติบโตได้ไม่มากนักเพราะในช่วงต้นไตรมาสยังซบเซา แต่ก็มีโมเมนตัมดีขึ้นตั้งแต่ปลายปี 61 เรื่อยมาถึง 1Q62
    ตลาดต่างประเทศขยายตัวได้ดี ทั้งในจีน เมียนมา ไต้หวัน หลังจากเพิ่มช่องทางจำหน่าย ปรับรูปแบบกับพันธมิตรธุรกิจ ขณะเดียวกันช่องทางจำหน่าย Consumer products เติบโตแข็งแกร่ง แนวโน้มไปได้ดีต่อในปี 62 จากการขยายจุดจำหน่ายและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
    แนะนำซื้อเก็งกำไร กำไรปี 62 เติบโตดีขึ้น & Valuation ไม่แพง ทางฝ่ายวิจัยฯ DBSVTH ประมาณการว่ากำไรสุทธิปี 62 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น +16.7% จากที่ +2.4% ในปี 61 ณ ราคาปัจจุบัน 7.10 บาท ซื้อขายที่ P/E ปี 62 ที่ 14.5 เท่า ซึ่งมี PEG อยู่ที่ 0.87 เท่า ฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยเป็นเงินสดสุทธิ ประเมินราคาตามพื้นฐานไว้ที่ 9.00 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด