ข่าวนี้ที่ 1

หุ้นไทยรูดหนัก 28 จุด ผวาวิกฤติค่าเงิน-สงครามการค้า

หุ้นไทยรูดหนัก 28 จุด ผวาวิกฤติค่าเงิน-สงครามการค้า

ตลาดหุ้นไทยร่วงแรง 28 จุด จากความกังวลค่าเงินในตลาดเกิดใหม่อ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว และความไม่ชัดเจนของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-แคนาดา และการตั้งกำแพงภาษีกับจีน ขณะที่ผู้จัดการ ตลท.มองปัจจัยภายนอกทำตลาดผันผวนระยะสั้น เชื่อเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งและการเลือกตั้งจะสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนในระยะยาว 

     ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงตามตลาดตลาดหุ้นทั่วโลก ฉุดดัชนีหลุด  1,700 จุดอีกรอบ  โดยวานนี้ (5ก.ย.61) ปิดตลาดที่ 1,686.37 จุด ลดลง 28.04 จุด คิดเป็น  1.64% มูลค่าการซื้อขายกว่า  60,127 ล้านบาท   จากแรงกดดันของวิกฤตค่าเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ประกอบยังต้องติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-แคนาดา และกำแพงภาษีรอบใหม่ของสหรัฐฯ-จีน   โดยต่างชาติยังเทขายสุทธิต่อเนื่องอีก  2,225.44 ล้านบาท 

*** ตลท.ชี้ปัจจัยภายนอกผันผวนหนัก
    นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  เปิดเผยว่า ในช่วงนี้นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยภายนอกยังคงผันผวน ทำให้เม็ดเงินลงทุนของต่างชาติไหลออกไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย แต่มองว่าเป็นภาวะที่กระทบฟันด์โฟลว์ในระยะสั้นเท่านั้น 
    ขณะที่การจัดงานไทยแลนด์โฟกัส 2018 ช่วงวันที่  29-31 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการตอบรับจากนักลงทุนในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ เพราะนักลงทุนได้รับทราบความชัดเจนทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งจะเพิ่มความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในระยะยาว
    นอกจากนี้ มองว่าฐานนักลงทุนในประเทศเริ่มมีบทบาทและแข็งแกร่งมากขึ้น สะท้อนจากการที่นักลงทุนต่างชาติขายต่อเนื่อง แต่เริ่มไม่ส่งผลกระทบต่อดัชนีมากนักเหมือนก่อนหน้านี้

*** วิกฤตค่าเงินประเทศเกิดใหม่กดดันหุ้นทั่วโลก
    นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน- กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลดลงแรงเนื่องจาก ค่าเงินในตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว อาทิ ค่าเงินลีรา ในตุรกี ปรับตัวลงอยู่ที่ระดับ 68 ลีรา/ดอลลาร์สหรัฐ โดยต้องติดตามว่าหลังจากแบงก์ชาติตุรกีจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย5% ในสัปดาห์หน้าจะช่วยลดความผันผวนของตลาดเงินได้มากน้อยเพียงใด
    นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังได้รับผลกระทบจากตลาดเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่ปรับฐานแรงหลังกระทบหุ้นไทยลบตาม
    ทั้งนี้ยังต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่หารือนอกรอบอีกครั้งกับจีน  และการตอบรับของตลาดหลังวันที่ 6 ก.ย.นี้ ที่สหรัฐจะใช้นโยบายกีดกันการค้ากับจีนอีกครั้ง รวมถึงการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา   
    ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ยังคงมีกรอบปรับตัวลงให้แนวรับ 1,680-1,675จุด แนวต้าน 1,700-1,707 จุด แนะนำหุ้นแบงก์ BBL และกลุ่มรับเหมา STEC , AMATA

*** ยังจับตาสงครามการค้า
    นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET เปิดเผยว่า วานนี้ (5 ก.ย.61) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงค่อนข้างแรง ตามภาวะตลาดโลกที่ได้รับปัจจัยกดดัน จากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯกับประเทศแคนนาดา ส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงให้นักลงทุนมีการขายออกไป และประกอบดัชนีที่ปรับตัวลดลง ทำให้นักลงทุนบางกลุ่มขายเพื่อทำกำไร
    แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อ ซึ่งได้รับปัจจัยกดดันจากภายนอกหลักอย่างข้อสรุปสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและแคนนาดาที่ยังไม่มีความชัดเจน รวมทั้งกำแพงภาษีระหว่างสหรัฐฯและจีนว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสินค้าจากประเทศจีนในกลุ่มใดบ้าง 
    ขณะที่ ปัจจัยในประเทศยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากตัวเลขเงินเฟ้อ,ดัชนีความเชื่อของผู้บริโภคและตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง  มองดัชนีตลาดหุ้นไทยจะมีแนวรับอยู่ที่ 1,680 จุดและแนวต้านที่ 1,700 จุด ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนให้เลือกซื้อในกลุ่มหุ้นที่แนวโน้มผลประกอบช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง เช่น GFPT, PTTEP, BBL, KBANK, SCB และ BDMS
 
*** หวังเลือกตั้งชัดหนุนฟันด์โฟลว์

     นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย  มั่นใจว่า ไทยจะมีเลือกตั้งภายในครึ่งแรกปี 62   โดยคาดว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พ.ร.ป. สส.) และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (พ.ร.ป.สว.) จะได้รับการโปรดเกล้าฯ ภายในวันที่ 13-14 ก.ย.นี้ เนื่องจากครบกำหนด 90 วันหลังจากทูลเกล้าฯ เมื่อ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา  พร้อมคาดว่ากฎหมายการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับจะประกาศใช้ได้ช่วงต้นปี 62 โดยคาดว่ากรอบการกำหนดวันเลือกตั้งจะอยู่ช่วง 24 ก.พ.-5 พ.ค.62 ตามโรดแมปการเลือกตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 
     ทั้งนี้คงเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,805 จุด กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เติบโต 10% โดยมั่นใจว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลกลับอย่างมีนัยสำคัญ หากมีความชัดเจนเลือกตั้ง   ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยปี 62  คาดที่ 1,898 จุด กำไร บจ. เติบโต 9.7% ประเมินว่าการเลือกตั้งและเศรษฐกิจในประเทศจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ขณะที่มองว่าปัญหาสงครามการค้าจะเริ่มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้ เพราะเริ่มเห็นสัญญาณการหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศที่มีข้อพิพาทกันอยู่ในขณะนี้ 
     อย่างไรก็ตามหากสัปดาห์หน้า กฎหมายการเลือกตั้ง ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรงในช่วงสั้น และหากมีการยืดเยื้อต้องเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด จะส่งผลต่อดัชนีปี 62 ลดลงเหลือ 1,810 จุด กำไร บจ. เติบโตเหลือ 8%
     นอกจากนี้มองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้  มองอย่างเร็วที่สุดในต้นปี 62  เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ระดับต่ำเพียง 0.6% ประกอบกับค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม เอื้อต่อภาคการส่งออก รวมถึงเพื่อป้องกันการโจมตีค่าเงิน ซึ่งหากรีบขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้มีเงินไหลเข้าตราสารหนี้และมีการเก็งกำไรเงินบาท ซึ่งจะเป็นเป้าหมายการโจมตีค่าเงินได้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด