ข่าวนี้ที่ 1

BCPG ทุ่ม 4 หมื่นลบ.ซื้อโรงไฟฟ้า ดัน EBITDA โตปีละ 15%

BCPG ทุ่ม 4 หมื่นลบ.ซื้อโรงไฟฟ้า ดัน EBITDA โตปีละ 15%

    "บีซีพีจี" เผยตั้งงบซื้อกิจการ 5 ปี (61-65) ที่ 4 หมื่นลบ.เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในมือ โดยอยู่ระหว่างศึกษาเจรจาร่วมทุนและเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 4-5 โครงการ ในออสเตรเลีย เวียดนาม คาดเห็นความชัดเจนต้นปี 62 พร้อมตั้งเป้า EBITDA ปี 62-66 เติบโตเฉลี่ยปีละ 13-15% ตามโรงไฟฟ้าที่จะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์(COD)ต่อเนื่อง และจากการเข้าซื้อกิจการ

*** 5 ปี วางงบ 4 หมื่นลบ.ลุยซื้อกิจการ
    
    นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เปิดเผยว่า ภายใน 5 ปี (61-65) บริษัทวางงบซื้อกิจการไว้ที่ระดับ 40,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในมือ โดยบริษัทจะมุ่งเน้นการซื้อกิจการในพลังงานสะอาดที่เปิดดำเนินการแล้ว และอยู่ระหว่างก่อสร้างในแถบเอเซียแปซิฟิกที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัท ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย เวียดนาม สปป.ลาว ไต้หวัน และเกาหลีใต้
    "บริษัทวางงบลงทุนซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งรูปแบบที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและที่ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว ไว้ราว 4 หมื่นล้านบาท ในกรอบระยะเวลา 5 ปี (61-65) ซึ่งบริษัทมีความสนใจที่ขยายไปทวีปเอเชียแปซิฟิกที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง โดยต้องมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 13-15%"นายชาญวิทย์ กล่าว

*** เจรจาซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน คาดชัดเจนปี 62

    บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาและเจรจาเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้า 4-5 โครงการ ในประเทศเวียดนาม ออสเตรเลีย และ สปป.ลาว โดยมุ่งเน้นในโครงการที่มีขนาด 100-300 เมกะวัตต์ (MW) เบื้องต้นคาดว่าจะมีความชัดเจนในปี 62 เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
    "คาดว่าต้นปี 62 จะได้เห็นความชัดเจนในประเทศออสเตรเลีย,เวียดนาม และสปป.ลาว ก่อนเป็นอันดับแรก ที่อยู่ระหว่างศึกษาและเจรจาอยู่ราว 4-5 โครงการ ในเบื้องต้นรูปแบบโรงไฟฟ้าเป็นพลังงานทดแทนทั้งหมด อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานลม,โครงการโซลาฟาร์ม และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ โดยมีขนาดกำลังการผลิตตั้งแต่ 100 - 300 MW"

*** ตั้งเป้า EBITDA ปี 62-66 โตเฉลี่ย 13-15% 
     
    บริษัทวางแผนการดำเนินงานช่วง 5 ปี (62-66) ตั้งเป้าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) เฉลี่ยที่ระดับ 13-15% ต่อปี ซึ่งจะเป็นการเติบโตตามโรงไฟฟ้าที่จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) อย่างต่อเนื่อง และการเข้าซื้อกิจการ
    สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 62 คาดว่า EBITDA จะเติบโตได้ 15% จากปีนี้ที่เติบโต 10-15% จากการรับรู้รายได้โครงการพลังงานลมกำลังการผลิต 10 MW เข้ามาเพิ่มเติม และรับรู้รายได้จากโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) บางโครงการเข้ามาเต็มปี
     
*** ปี 62 จัดงบ 5 พันลบ.รองรับโครงการระหว่างก่อสร้าง

     บริษัทยังได้วางงบลงทุนรวมในปี 62 ไว้ราว 5 พันล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนของโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยมีกำลังการผลิตอยู่ราว 191.30 MW ประกอบไปด้วย โครงการพลังงานลมในประเทศไทยกำลังการผลิต 10 MW,โครงการในประเทศญี่ปุ่นกำลังการผลิต 151.30 MW,ประเทศฟิลิปปินส์กำลังการผลิต 6 MW และประเทศอินโดนีเซียกำลังการผลิต 24 MW
     สำหรับผลประกอบการปี 61 บริษัทยังคงเป้า EBITDA เติบโต 10-15% เนื่องจากบริษัทจะรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 381 MW รวมถึงบริษัทมีการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
    โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่จ่ายแล้ว กำลังการผลิตรวม 381 เมกะวัตต์ (MW) ได้แก่ ในประเทศไทย กำลังการผลิต 192 MW,ประเทศญี่ปุ่นกำลังการผลิต 17.4 MW,ฟิลิปปินส์กำลังการผลิต 14 MW และอินโดนีเซียกำลังการผลิต 157.5 MW
 
*** บล.เคจีไอ มองการเติบโตดีขึ้นใน 2 ปีข้างหน้า

    บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุ การเติบโตปีนี้ไม่น่าสนใจ แต่จะน่าตื่นเต้นมากขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า โดยคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ BCPG ในปีนี้จะลดลง 4.3% เนื่องจากรังสีความร้อนจากพระอาทิตย์ในประเทศไทยลดลง และมีการขายโครงการ Nagi และ Nikaho ออกไปใน 3Q61 รวมถึงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยก็สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม กำไรจากการขายโครงการสุทธิ 658 ล้านบาท ก็จะช่วยหนุนให้กำไรสุทธิปีนี้โตได้ 10.9% เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน FY62-63 จะพลิกมาเติบโตเป็นบวกได้ 12.1% และ 22.1% จากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามาในระบบ







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด