ข่าวนี้ที่ 1

BAY ลั่นดันสินเชื่อปีนี้โต 5-7% คุม NPL ไม่เกิน 2.5%

BAY ลั่นดันสินเชื่อปีนี้โต 5-7% คุม NPL ไม่เกิน 2.5%

"ธนาคารกรุงศรีอยุธยา" วางเป้าหมายธุรกิจปี 63  สินเชื่อเติบโต 5-7% โดยยังเน้นสินเชื่อรายย่อยเป็นหลัก  พร้อมคุม NPL ต่ำกว่า 2.5%  ขณะที่ NIM คาดอยู่ที่ 3.4-3.6% ด้าน"โบรกเกอร์" มองกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เผชิญหลายปัจจัยลบกดดันผลการดำเนินงาน

*** วางเป้าสินเชื่อปีนี้โต 5-7%  เน้นรายย่อย
    นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า  ในปี 63 ธนาคารตั้งเป้าหมายทางการเงิน ประกอบด้วย การเติบโตของเงินให้สินเชื่อสุทธิ ที่ระดับ 5-7% สัดส่วนสินเชื่อรายย่อยต่อสินเชื่อรวม อยู่ที่  50% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ 3.4-3.6% การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย  -3% ถึง 3% ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยต่อรายได้รวม ต่ำกว่า 50% สัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวม 130-150 bps อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่ำกว่า 2.5% อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ 140-150%

    เป้าหมายทางการเงินดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ของธนาคารในเบื้องต้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามสภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
 
    “ท่ามกลางความท้าทายนานัปการที่ภาคการธนาคารต้องเผชิญในปี 2562 กรุงศรียังคงส่งมอบผลงานที่โดดเด่นทั้งในด้านการเงิน และด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) ดังจะเห็นได้จากการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่สูงที่สุดและคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับธนาคารในกลุ่มสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) นอกจากนี้ ปีที่แล้วยังเป็นปีที่กรุงศรีออกจำหน่ายพันธบัตรที่คำนึงถึงเพศสภาพเป็นธนาคารแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

*** ห่วงไวรัสโคโรนาฉุดศก. กระทบแผนงาน
    นายเซอิจิโระ  กล่าวยอมรับว่า  มีความกังวลจากผลกระทบของการระบาดของไวรัสโคโรนาที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ไทยที่เบื้องต้นประเมินว่าจะขยายตัว 2.5% ซึ่งมีโอกาสที่จะชะลอลง ทำให้ ธนาคารมีโอกาสปรับลดเป้าหมายสินเชื่อรวมปีนี้ จากที่วางเป้าเติบโต 5-7% แบ่งเป็น สินเชื่อรายใหญ่ตั้งเป้าเติบโต 4-6% สินเชื่อเอสเอ็มอี 5-7% สินเชื่อรายย่อย 5-7% โดยสินเชื่อรายย่อยแบ่งเป็นสินเชื่อรถยนต์ตั้งเป้าเติบโต 6-8% สินเชื่อที่อยู่อาศัย 4-6% และ สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล 4-6%

"ตัวเลขเดิมที่วางไว้ยังไม่มีปัจจัยไวรัสเข้ามา และ อิงกับจีดีพีที่ 2.5% แต่ตอนนี้จีดีพีมีโอกาสปรับลดลง เพราะฉะนั้น สินเชื่อก็ต้องลดลงไปด้วย โดยปีก่อน สินเชื่อเราโต 8.7% ตอนนี้ต้องขอเวลาประเมินผลกระทบอีกครั้ง"นายเซอิจิโรธ กล่าว

     ส่วนผลการดำเนินงานปีนี้จะพยายามทำให้ดีกว่าปีก่อน แม้ว่าปัจจุบันการดำเนินธุรกิจจะเผชิญกับความท้าทายค่อนข้างมาก แต่เราจะทำให้ดีที่สุด เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้"

*** รับปรับโครงสร้างค่าฟีมีผลกระทบ
    ส่วนกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ คาดมีผบบังคับใช้ไตรมาส 3/6 ยอมรับว่ามีผลกระทบแน่นอน แต่มองว่าค่าธรรมเนียมหลายรายการธนาคารมีการปรับลดให้ลูกค้าอยู่แล้ว  

    "ตอนนี้เรากำลังประเมิน และ รวบรวมผลกระทบอยู่ ซึ่งทางธปท. ได้เรียกคณะทำงานไปคุย และ เชื่อว่า หลายๆแบงก์ ก็อยู่ในช่วงประเมินผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ของเราเชื่อว่า ไม่มีสาระสำคัญจนกระทบต่อตัวเลขที่เราวางไว้ว่า ค่าธรรมเนียมหดตัว 3-3% ที่จริงแล้วเราห่วงเศรษฐกิจมากกว่า มาตรการจสกทางการ ซึ่งเราก็ต้องปรับตัว และ หารายได้ใหม่ๆ มาชดเชย"นายเซอิจิโระ กล่าว

    ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงในช่วงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งในส่วนของธนาคารกรุงศรีได้ปรับความสมดุลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยสินเชื่อรายย่อย 50% และ รายใหญ่ 50%  

    "ปฎิเสธไม่ได้ว่าดอกเบี้ยขาลงยังไงก็กระทบต่อรายได้แน่นอน แต่เราเชื่อว่าจะน้อยกว่าคนอื่น ด้วยความสมดุลของพอร์ต เพราะเรากระจายพอร์ตสินเชื่อรายใหญ่ 50% สินเชื่อรายย่อย 50%"นายเซอิจิโระ กล่าว 

*** ปรับตัวรับธุรกิจการเงินยุคดิจิทัล
    สำหรับปี 2563 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบัน กรุงศรีจะยังคงเดินหน้าสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในประเทศไทย ด้วยแผนเชิงยุทธศาสตร์ 3 ด้านที่ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม ประกอบด้วย 1) การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า 2) การใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนองค์กร และ 3) การมุ่งเน้นกลยุทธ์ความร่วมมือกับพันธมิตร

    โดยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ จะมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงธุรกิจการเงินในยุคดิจิทัลผ่านการพัฒนานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ การใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนกระบวนการทำงาน และการยกระดับบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับการริเริ่มโครงการที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า ซึ่งรวมทั้งกลุ่มผู้ใช้รถ ผู้ซื้อบ้าน และผู้ประกอบการ SME 

    กรุงศรีมีเป้าหมายในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนโดยเชื่อมโยงกับพันธกิจด้าน ESG ธนาคารจึงได้ริเริ่มโครงการใหม่ๆ หลายโครงการเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชนผ่านนวัตกรรมดิจิทัลและการให้บริการทางการเงินที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน 

    นอกจากนี้ ปี 2563 เป็นปีที่ครบรอบ 75 ปีแห่งการก่อตั้งธนาคาร กรุงศรีจึงตั้งเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 7.5 ล้านกิโลกรัมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในการดำเนินงานในทุกกิจกรรมของกรุงศรีรวมทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศ   

*** โบรกฯมองกลุ่มแบงก์เผชิญปัจจัยลบ
    บล.เอเซีย พลัส เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า กลุ่ม ธ.พ. เผชิญแรงลบ แต่ราคาปรับฐานไปส่วนหนึ่งแล้ว รอจังหวะเข้าลงทุน โดยปี 2563 ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับกลุ่มฯ หลังเผชิญหลายปัจจัยลบ ทั้งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS 9  อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่สดใส นำไปสู่การใช้นโยบายการเงิน ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนแตะระดับ 1% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ต้นทุนเงินทุน (Cost of fund) ของกลุ่มฯ ในช่วงปี 2560 – 62 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% (ส่วนหนึ่งมีต้นทุนคงที่จากสถาบันคุ้มครองเงินฝากประมาณ 0.46%) ปัจจัยดังกล่าวส่งผลลบต่อการปล่อยกู้ในตลาด Interbank ที่ส่วนใหญ่อิงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อที่ลดลงตาม ตรงข้ามกับการส่งผ่านต้นทุนเงินฝากต้องใช้เวลาในการปรับ ย่อมเป็นลบต่อรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ (สัดส่วนราว 67% ของรายได้รวม) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 

    นอกจากนี้รายได้ค่าธรรมเนียมฯ (สัดส่วนราว 20% ของรายได้รวม) ถูกควบคุมด้วยเกณฑ์ ธปท. ที่เน้นให้สถาบันการเงินบริการทางการเงินอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ล่าสุด ธปท. เตรียมปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียม ครอบคลุม 200 – 300 ผลิตภัณฑ์และทุกกลุ่มลูกค้า โดยเตรียมออกเกณฑ์ในการคำนวณค่าธรรมเนียมช่วง 3Q63 คาดส่งผลลบต่อธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฯ สูง 

    ?แม้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นกับค่าธรรมเนียมรายการใดและจะปรับปรุงอย่างไร จึงยังต้องติดตามผลกระทบ อย่างไรก็ดีมองเป็นเพียงการปรับปรุง ไม่ได้เป็นการยกเลิก ดังนั้นรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ส่วนนี้จึงยังมีอยู่ต่อไป เพียงแต่ลดลงในช่วงแรกเพื่อหาจุดต่ำสุด ก่อนทยอยฟื้นตัว อีกทั้งมองธนาคารฯ ย่อมมีการปรับตัว เพื่อหารายได้ทดแทน 

     หากพิจารณารายได้ค่าธรรมเนียมฯ ของกลุ่มฯ ในปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงที่ยกเลิกค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านช่องทาง Online พบว่ารายได้ค่าธรรมเนียมฯ ของกลุ่มฯ ติดลบราว 2% yoy และปี 2562 สามารถกลับมาทรงตัว หนุนจาก BAY (+2% yoy), BBL (+3% yoy), SCB (+4% yoy), KKP (+1% yoy) และ TISCO (+1% yoy)      
     
     ทั้งนี้ ทุกๆ 1% ของรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ทีต่ำลงจากประมาณการเดิม จะส่งผลให้กำไรสุทธิกลุ่มฯ ปี 2563 ต่ำลงจากประมาณเดิมประมาณ 0.7%

     ?คงน้ำหนัก น้อยกว่าตลาด เนื่องจากแนวโน้มกำไรกลุ่มฯ ปีนี้ ถือว่า Underperform กำไรตลาดปี 2563 ที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ทรงตัวจากปี 2562 อีกทั้งสภาวะแวดล้อมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจโลก, การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย,  TFRS 9 และประเด็นค่าธรรมเนียมฯ อาจสร้างบรรยากาศเชิงลบให้หุ้นในกลุ่มฯ อย่างไรก็ตามมอง SETBANK นับตั้งแต่ต้นปีปรับตัวลง 8.6% มากกว่า SET Index ที่ลดลง 3.5% YTD ตอบรับภาพดังกล่าวไปบางส่วนแล้ว ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลงมาต่ำกว่า PBV แนะนำ Wait&See เพื่อหาจังหวะเข้าลงทุน ชอบ BBL(FV@B201) และ KKP (FV@B79.5)
 
    ด้านบล.ทิสโก้  เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า BAY ได้ปรับลดดอกเบี้ยลงตามนโยบายของ ธปท. แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่า BAY มีความเสี่ยงสูง และสินเชื่อรายย่อยคิดเป็นสัดส่วน 49% ของสินเชื่อรวม โดยปรับลดดอกเบี้ย MRR ลง 25bps และปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำลง 5 – 25bps
 
    เราคาดว่าสินเชื่อรายย่อยทั้งหมดผูกกับ MRR การปรับลดดอกเบี้ยลงจะทำให้ผลตอบแทนของสินเชื่อลดลง 12bps แต่อย่างไรก็ตาม เราปรับผลตอบแทนลง 10bps เนื่องจากเชื่อว่า Duration ของสินเชื่อจะมากกว่าที่รายงานไว้ และสินเชื่อกว่าครึ่ง (ยานยนต์ และสินเชื่อผู้บริโภค) เป็นอัตราคงที่ และต้องใช้เวลาในการปรับตัว นอกจากนี้ เราปรับต้นทุนเงินฝากลง 3bps และทำให้ NIM ลดลง 6bps และทำให้ผลประกอบการลดลง 4.3% สำหรับปี 2020F ส่งผลกระทบมากกว่าคู่แข่ง

      เรามองว่า ราคาในปัจจุบันยังไม่ใช่จุดที่น่าลงทุนจากทั้งในเชิงการประเมินมูลค่า และด้านสภาพคล่องในการซื้อขาย  ปรับมูลค่าที่เหมาะสมลงเป็น “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 30.50 บาท (GGM)







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด