ข่าวนี้ที่ 1

RATCH ดันมูลค่ากิจการแตะ 2 แสนลบ. รุกหนักโครงสร้างพื้นฐาน

RATCH ดันมูลค่ากิจการแตะ 2 แสนลบ. รุกหนักโครงสร้างพื้นฐาน

    บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เปลี่ยนชื่อเป็น"ราช กรุ๊ป" ตั้งเป้าดันมูลค่ากิจการแตะ 2 แสนลบ.ในปี 66 จากปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคป 6.88 หมื่นลบ. หันรุกลงทุนระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานเต็มสูบ หวังดันสัดส่วนรายได้เป็น 25% ของการลงทุนรวม ด้านโบรกฯ แนะ"ซื้อ" ให้เป้า 76 บาท มีประเด็นบวกเรื่องการประมูลโรงไฟฟ้า IPP ภาคตะวันตก ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงกลางปีนี้

*** ตั้งเป้ามูลค่ากิจการแตะ 2 แสนลบ.ในปี 66
    
    นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH กล่าวว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น "บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)" (ชื่อภาษาอังกฤษ RATCH Group Public Company Limited) ตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ทั้งนี้ "RATCH" ยังคงใช้เป็นชื่อหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยดังเดิม
    การเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นการแสดงให้เห็นความชัดเจนในเป้าหมายการเติบโตของบริษัทฯ ที่ต้องการขยายฐานธุรกิจสู่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานและไฟฟ้า นอกเหนือจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายสร้างมูลค่ากิจการให้เติบโตถึง 200,000 ล้านบาทในปี 2566 โดยการลงทุนในโครงการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในประเทศและต่างประเทศจะขับเคลื่อนเป้าหมายนี้อย่างมีนัยสำคัญ
    "บริษัทฯ คาดหมายว่า การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานจะเติบโตขึ้น และมีสัดส่วนประมาณ 25% ของการลงทุนรวมทั้งหมดในปี 2566 ด้วยชื่อใหม่ “ราช กรุ๊ป” ที่จดจำง่ายขึ้นจะช่วยให้การวางตำแหน่งของบริษัทฯ ในธุรกิจอื่นนอกธุรกิจผลิตไฟฟ้ามีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนชื่อใหม่ครั้งนี้เป็นการรีแบรนด์ครั้งแรกของบริษัทฯ นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2543 โดยมุ่งหวังจะยกระดับความเป็นสากลขององค์กร เพื่อตอบสนองเป้าหมายการขยายธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น และก้าวสู่การเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคแปซิฟิก ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม จรรโลงประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติด้วย"นายกิจจา กล่าว

*** เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น 'ราช กรุ๊ป' มีผล 19 เม.ย.นี้

    ชื่อ “ราช กรุ๊ป” ได้ยึดคำว่า “ราช หรือ RATCH” ซึ่งเป็นชื่อที่ผู้มีส่วนได้เสียรู้จักและจดจำมาใช้เป็นชื่อใหม่ และยังมีความหมายที่ดีสื่อถึง ความยิ่งใหญ่ ความเจริญรุ่งเรือง และการผสานพลังของกลุ่มบริษัทฯ สำหรับตราสัญลักษณ์ สื่อถึงพลังของการเคลื่อนไหวของ “ราช กรุ๊ป” ที่จะเติบโตเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดี และเพิ่มความสุขให้กับทุกคนในอนาคต โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. 2562 นี้

*** EGCO คาดมีกำไรจากโรงไฟฟ้าพาจูที่เกาหลี ปีละ 2 พันลบ.

    นายดนุชา สิมะเสถียร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เอ็กโก กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO กล่าวว่า บริษัทประมาณการจะรับรู้กำไรจากเงินลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพาจู ขนาดกำลังผลิต 1,829 เมกะวัตต์ (MW) ที่ประเทศเกาหลี ปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 10 ปี โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 49% ดังนั้น จะส่งผลให้บริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพาจู จำนวน 20,000 ล้านบาท
    กลยุทธ์ในปี 62 บริษัทจะพยายามรักษากำไรจากการดำเนินงานไม่ให้ต่ำกว่าในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะมีกำไรจากโรงไฟฟ้าพาจูเข้ามามีส่วนช่วย ทดแทนผลกำไรจากการโรงไฟฟ้าถ่านหินมาซินลอค ที่บริษัทได้ขายหุ้นออกไป และจะพยายามทำให้โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบ จ่ายไฟอย่างมีประสิทธิภาพ
    สำหรับแผนการขายสินทรัพย์นั้น บริษัทไม่มีแผนที่จะขายแบบชัดเจน แต่แนวทางคือจะขายสินทรัพย์ในธุรกิจที่ไม่ทำกำไร หรือกรณีที่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก รวมถึงหากมีผู้ที่สนใจจะซื้อซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และเป็นประโยชน์มากกว่าก็อาจจะทำให้มีการพิจารณาการขายสินทรัพย์ดังกล่าว
    กลยุทธ์การลงทุนของบริษัทจะเน้นสร้างประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้ว และจะบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้เป็นไปตามงบลงทุนที่วางไว้ และให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
 
*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ยังไม่ปรับเพิ่มมูลค่า RATCH 
    
    นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ยังไม่เพิ่มมูลค่าหุ้น RATCH แม้ประกาศแผนตั้งเป้ามูลค่ากิจการแตะ 2 แสนล้านบาท
    กรณีที่ RATCH ประกาศในปี 66 จะมีมูลค่ากิจการที่ระดับ 2 แสนล้านบาทนั้น ยังไม่สามารถนำมาปรับเพิ่มประมาณการ หรือราคาเป้าหมายใหม่ได้ เนื่องจากถือว่ายังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวเนื่องกับแผนการดำเนินธุรกิจ ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยใหม่ เช่น เรื่องโรงไฟฟ้า IPP ตามแผน PDP ฉบับใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใดๆ

*** บล.ทรีนีตี้ แนะ"ซื้อ" RATCH เป้า 76 บาท

    บล.ทรีนีตี้ มอง RATCH มีปัจจัยบวกสนับสนุนเฉพาะตัวโดดเด่นในปีนี้ ในประเด็นการประมูลโรงไฟฟ้ IPP ภาคตะวันตก ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงกลางปีนี้ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าที่กำลังจะหมดอายุสัญญาและเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตใหม่เป็นไปตามแผน PDP 2018 โดยพื้นที่ภาคตะวันตกเป็น Strategic Location ที่สำคัญของ RATCH จึงทำให้ RATCH มีความได้เปรียบในทุกมิติหากเป็นผู้ชนะประมูล 
    ปี 62 คาดรายได้และกำไรเติบโต 15% YoY และ 20% YoY ตามลำดับ โดยคาดการณ์รายได้จะเติบโตที่ 15% - มาอยู่ที่ 45,448 ล้านบาทและกำไรเติบโตที่ 20% มาอยู่ที่  6,684 ล้านบาทในปี 2019 ตามลำดับ สาเหตุการเติบโตมาจากแผนการดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า 3 โรงได้แก่ 1. Collinsville Solar PV (42.50 MWe),  2. โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น (34.73 MWe) และ 3. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เซเปียน – เซน้ำน้อย(102.5 MWe)
    ความได้เปรียบในทุกมิติ ในด้านที่ตั้ง ด้านต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ และด้านการเชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้าและท่อก๊าซ
    มูลค่าพื้นฐานอยู่ที่ 76 บาท อ้างอิงจาก DCF บนสมมุติฐาน WACC ที่ 6.40% , Terminal growth ที่ 0% จากราคาตลาดปัจจุบัน หุ้นมี Upside ระดับ 25% แนะนำซื้อ  โดยเป็นโรงไฟฟ้าที่มีปัจจัยสนับสนุนในด้านบวกเฉพาะตัว มี Catalyst ที่น่าสนใจในปีนี้ 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด