ข่าวนี้ที่ 1

IVL กำไรพุ่ง 180% รับอุปสงค์ปิโตรฯแกร่ง-ซื้อกิจการหนุน

IVL กำไรพุ่ง 180% รับอุปสงค์ปิโตรฯแกร่ง-ซื้อกิจการหนุน

 
     IVL ประกาศผลประกอบการ Q2/61 กำไรพุ่งกว่า 180% เทียบช่วงเดียวกันปี 60 แตะ 8.24 พันลบ. เหตุมีปัจจัยสำคัญจากอุปสงค์ปิโตรเคมีที่เติบโตในเอเชีย และการซื้อกิจการต่อเนื่อง พร้อมประกาศปี 62 เพิ่มเป้า EBITDA แตะ 1.75 พันล้านดอลล์  - กำลังผลิตแตะ 13 ล้านตัน  ด้านโบรกฯ ประเมินทิศทางยังโตต่อเนื่องตั้งแต่ครึ่งปีหลังจนถึงปีหน้า เหตุรับรู้กำไรกิจการต่างประเทศ ให้ราคาเป้าหมาย 72-82 บาท         
 

    บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2561 ออกมาโดยมีกำไรเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี 2560 ถึง 180% โดยชี้แจงว่าปัจจัยบวกมาจากการเติบโตด้านอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในเอเชีย และการเข้าซื้อกิจการต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงโดยปิดการซื้อขายวันที่ 6 ส.ค.61 ที่ 57 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ -5.79% มูลค่าการซื้อขาย  3.86 พันล้านบาท          
    โดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า  สาเหตุที่ราคาหุ้น IVL ลดลง จากการเกิด Sell on Fact หลังจากที่ประกาศผลประกอบการออกมาเป็นไปตามที่คาดไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาได้ปรับตัวขึ้นมาเก็งกำไรผลประกอบการ และในระยะสั้นยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน      

*** อวดงบโค้ง 2 กำไรพุ่ง 180% แตะ 8.24 พันลบ.   
    นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผยว่า  งวดไตรมาส 2/2561 มีกำไร 8,242.68 ล้านบาท หรือ 1.45 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 180.64% จากงวดเดียวกันปี 2560 ที่มีกำไร 2,937.07 ล้านบาท หรือ 0.56 บาท/หุ้น   ส่วนงวด 6 เดือนปี 2561 มีกำไร 14,056.70 ล้านบาท หรือ 2.50 บาท/หุ้น จากงวดเดียวกันปี 2560 ที่มีกำไร 7,363.54 ล้านบาท หรือ 1.42 บาท/หุ้น   
    โดยทาง IVL ชี้แจงว่าในไตรมาส 2/61  EBITDA เพิ่มขึ้น 63% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 388 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเกิดจากการเติบโตของอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในทวีปเอเชียซึ่งช่วยยกระดับอัตรากำไรในห่วงโซ่มูลค่าโพลีเอสเตอร์  ขณะที่  EBITDA ต่อตันเพิ่มขึ้นเป็น 153 เหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเกิดจากเพิ่มขึ้นของทิศทางการควบรวม PET ในระดับสากล ในขณะที่ผลการดำเนินงานของผลิตภัณฑ์ HVAมีความหลากหลาย โดยผลกำไรในผลิตภัณฑ์ PEO และ Packaging ถูกหักกลบกับผลกระทบเชิงลบจากความล่าช้าในการส่งผ่านราคาในผลิตภัณฑ์ HVA fibers และอัตรากำไรของ IPA ที่ปรับตัวสู่ระดับปกติ
    ด้านปริมาณการผลิต 2.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบปีต่อปีซึ่งเกิดจากอัตรากำลังการผลิตที่สูงขึ้นโดยส่วนหนึ่งถูกหักลบจากเหตุสุดวิสัยที่เกิดจากการจัดหาวัตถุดิบบางส่วน
 
*** ย้ำปี 62 เพิ่มเป้า EBITDA แตะ 1.75 พันล้านดอลล์  - กำลังผลิตแตะ 13 ล้านตัน 
    โดยผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ที่แข็งแกร่งและการคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 ที่เพิ่มขึ้นบริษัทจึงปรับเพิ่ม
ประมาณการณ์เพื่อสะท้อนถึงอัตรากำไรสำหรับรอบ 12 เดือนสิ้นสุดไตรมาสที่ 2 ปี 2561 สภาวะอุปสงค์ /อุปทานที่ปรับตัวดีขึ้นรวมไปถึงโครงการประกาศเข้าซื้อกิจการถึงปัจจุบัน บริษัทปรับประมาณการ core EBITDA สำหรับปี 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ74 จากปี 2560 เป็นเท่ากับ 1.75 พันล้านเหรียญสหรัฐ
    บริษัทมีกำลังการผลิต PET เพิ่มขึ้น 1.1 ล้านตันจากการเข้าซื้อโรงงานในประเทศบราซิลและอียิปต์ และกำลังการผลิต PTA เพิ่มขึ้นอีก 1.1 ล้านตันจากการขยายโรงงานในเมือง Rotterdam และการเข้าซื้อ Artlant PTA ในประเทศโปรตุเกส ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มผลกำไรให้แก่บริษัท สัดส่วนผลิตภัณฑ์ HVA ของบริษัทเพิ่มมากขึ้นจากการเข้าซื้อทางกลยุทธ์ในธุรกิจยานยนต์ (Kordarna) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย (Avgol) โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นการเข้าซื้อในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 ซึ่งจะเห็นผลกำไรเต็มปีในปี 2562 อัตรากำไรของ integrated EOEG ในประเทศสหรัฐอเมริกายังคงแข็งแกร่ง อีกทั้งการสูญเสียอัตรากำไรจากการเริ่มดeเนินงานล่าช้าของโรงงาน US Gas Cracker (เริ่มดาเนินงานในไตรมาสที่ 4 ปี 2561) ถูกทดแทนโดยอัตรากำไรของ EOEG บนราคาตลาดของเอทิลีนในประเทศสหรัฐอเมริกา
    บริษัทคาดการณ์ว่าในปี 2562 จะมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 3.9 ล้านตัน รวมเป็น 13.0 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับปี 2560 โดยปริมาณการผลิตนี้ไม่รวมโครงการร่วมทุนผลิต PTA-PET Corpus Christi และโครงการผลิตฟิล์ม Dupont Teijin ซึ่งอยู่ในระหว่างการรออนุมัติจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

*** จับตา Q3/61 ยังโตต่อ 
    ส่วนบล.บัวหลวง เปิดเผยว่า โดยปกติครึ่งปีหลังเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของผลิตภัณฑ์สายโพลีเอสเตอร์ ดังนั้นส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สายดังกล่าวคาดจะลดลง QoQ ในไตรมาส 3/61 อย่างไรก็ตามอุปทานที่ตึงตัวจะหนุนให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อ่อนตัวลงไม่มากนัก แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น สินทรัพย์ที่ IVL เพิ่งซื้อมา -โรงงาน PET ในประเทศอียิปต์และโรงงาน PTA ในประเทศโปรตุเกส - จะหนุนให้ปริมาณขายไตรมาส 3/61 เติบโต ทั้งนี้พื้นฐานอุปสงค์-อุปทานที่ดีขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนส่วนต่างราคา PTA และ PET ให้ขยายตัว YoY ต่อเนื่องในไตรมาส 3/61  ขณะที่โอกาสในการซื้อกิจการอื่นๆเพิ่มเติมเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการของเรา แนะนำ `ซื้อ` เป้าหมายพื้นฐาน 71 บาท

*** โบรกฯ มั่นใจครึ่งปีหลังสุดแกร่ง  
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดเผยว่า แนวโน้มครึ่งปีหลังของ IVL ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบ YoY แม้สเปรดจะอ่อนลงตามปัจจัยฤดูกาลแต่ไม่มากเพราะอุปทานยังคงตึงตัว ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นจากการซื้อกิจการ โดยจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบราซิล อียิปต์ และโปรตุเกสเต็มไตรมาส ทำให้กำไรในครึ่งปีหลังจะยังคงสูงได้ต่อเนื่อง แนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 82 บาท (อิง P/E ปี 62 ที่ 16 เท่า)
     ด้านบล.ทิสโก้ IVL ได้อัพเดทเป้าหมายในปี 2562 เพื่อสะท้อนอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ด้วยแนวโน้มตลาดที่ดีขึ้น และความคืบหน้าในการซื้อกิจการ ทำให้คาดว่า EBITDA จะเพิ่มขึ้น 25% จาก 1.4 พันล้านดอลลาร์ เป็น 1.75 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากเดิม โดย EBITDA เพิ่มขึ้นมากกว่าที่เราคาด 16% และเป้าหมายนี้ยังไม่รวมผลของ Corpus Christi JV PTA และ PET, Dupont Tenjin Film ซึ่งยังรอการอนุมัติ (ยังไม่ได้รวมในประมาณการ)
 
*** ชี้ซื้อธุรกิจไซเคิลในฝรั่งเศสไม่มีผลต่อกำไร    
    บล.ฟิลลิป ประเมินถึงกรณีที่ IVL แจ้งต่อตลท.ว่าได้เข้าซื้อกิจการ 100% ของบริษัท Sorepla ซึ่งดำเนินธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกในฝรั่งเศส 
ว่า Sorepla เป็นหนึ่งในโรงงานรีไซเคิลที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ประกอบด้วยสายการผลิตรีไซเคิล 3 สาย ได้แก่ rPET, rHDPE, และเม็ดพลาสติกสำหรับอาหาร กำลังการผลิตรวม 52 KTA โดยจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ IVL ในด้านการรีไซเคิลPET(rPET) ในยุโรป ที่อุปสงค์คาดจะเติบโตเฉลี่ยราว 7% ใน 4 ปีข้างหน้า 
                อย่างไรก็ตามผลกำไรจาก Sorepla คาดไม่ได้ส่งผลต่อกำไรของ IVL อย่างมีนัยสาคัญ จากสัดส่วนกำลังการผลิตที่น้อย ทางฝ่ายคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 72 บาท
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด