ข่าวนี้ที่ 1

ลุ้น SET เดือนธ.ค.วิ่งทะลุ 1,700 จุด สงครามการค้าคลี่คลาย

ลุ้น SET เดือนธ.ค.วิ่งทะลุ 1,700 จุด สงครามการค้าคลี่คลาย

       โบรกฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยเดือน ธ.ค.61 ขึ้นอยู่กับผลเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ชี้หากจบสวยจะหนุน SET พุ่งถึง 1,740 จุด แต่หากเจรจาล่มจะดิ่งสู่แนวรับ 1,550 จุด แต่ในประเทศยังมีแรงหนุนหลัก หลัง คสช.เตรียมปลดล็อกพรรคการเมือง 7 ธ.ค.นี้ ส่วนช่วงกลางเดือนรอดูผลประชุมเฟด - กนง. ที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย จับตาหุ้นกลุ่ม พลังงาน แบงก์ และ Domestic Play ส่อแววรับข่าวก่อน           

*** คาดหากสหรัฐฯ - จีน จูบปาก จะดัน SET แตะ 1,740 จุด  
    บล.ซีเอสจี - ซีไอเอ็มบี เปิดเผยว่า  การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ที่ของการประชุม G20 ประเทศอาร์เจนติน่า เป็นก้าวสำคัญที่จะส่งผลต่อทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งเศรษฐกิจโลก ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นมีทั้งในเชิงทั้งบวกและลบ คือ ไม่บรรลุข้อตกลงและบรรลุข้อตกลงบางส่วน ส่วนผลที่จะกระทบกับตลาดหุ้นต่างเห็นพ้องกัน คือ จะส่งผลต่อดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกแรง โดยเฉพาะสหรัฐ ทั้งเชิงบวกและลบในระดับ +/-5% ในช่วง 1-2 วันแรก ดังนั้นดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกในสัปดาห์นี้ (3-7 ธ.ค.61) จะแกว่งตัวแรง
      ผลกระทบกับตลาดหุ้นไทย น่าจะยังมีกรอบไม่มาก เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง มีเพียงทางอ้อม โดยเฉพาะในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามการที่ตลาดหุ้นไทยและเอเชีย ต่างปรับตัวลงไปก่อนหน้านี้แล้ว น่าจะเป็นตัวต้านกระแสการลงแรงได้ แต่ในช่วงแรกๆ อาจยังไม่สามารถต้านกระแสได้ หากมาดูผลกระทบกับตลาดหุ้นไทย มองว่า หากผลออกมาในเชิงบวกไม่ว่าจะมากหรือน้อย ดัชนี SET จะถูกดันขึ้นไปทะลุ 1,700 จุด โดยไปที่กรอบ 1,710-1,720 จุดและกรอบที่ดีสุดคือ 1,730-1,740 จุดภายในเดือน ธ.ค. ถึงต้น ม.ค. ปี 2561 แต่อย่างไรก็ตามหากเกิดผลในเชิงลบไม่มาก ดัชนี SET น่าจะลงมาทดสอบ 1,600 จุด แล้วจะหลุดไปที่กรอบ 1,580-1,585 จุด และกรณีเลวร้ายสุดจะลงไปที่กรอบ 1,550+/- จุด 
    
*** หากเจรจาจบสวย แบงก์ - พลังงานจะพุ่งก่อน  
    โดยกลุ่มที่เรามองว่า หากผลการพูดคุยของสหรัฐฯกับจีน เกิดผลในเชิงบวกน่าจะขึ้นได้แรง คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงานหลัก และกลุ่มที่ลงแรงๆ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) อย่าง โรงแรม ค้าปลีก อาหาร สื่อสาร อสังหาสร้างบ้าน ส่วนกลุ่มที่จะอยู่ในข่ายของการขายที่แรงกว่ากลุ่มอื่น 
    แต่หากเกิดผลในเชิงลบ คือ พลังงาน และธนาคาร โรงพยาบาลและไฟแนนซ์ เพราะกลุ่มเหล่านี้ ดัชนีกลุ่มยังลงน้อย  

***  ได้จังหวะเก็บหุ้นรับเลือกตั้ง 
    บล.เอเชียเวลท์  เราคิดว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะได้รับการคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ในเดือน ธ.ค. คาดว่าจะเห็นตลาดรวมปรับตัวดีขึ้นกว่านี้ แต่ปัญหาคือแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติอาจจะเบาบาง 
    อย่างไรก็ตาม เรายังเชื่อว่ามีแรงสำหรับหุ้นไทยเพื่อรับปัจจัยบวกเรื่องการเลือกตั้ง จึงแนะนำนักลงทุนทอดจังหวะการซื้อขายให้ช้าลง หวังผลตอบแทนจากหุ้นที่ซื้อไปให้นานขึ้น และเดือน ธ.ค.ยังเป็นโอกาสที่ดีของการสะสมหุ้น หากเกิด January Effect พร้อมไปกันกับแรงซื้อหุ้นรับเลือกตั้งด้วย นักลงทุนมีโอกาสได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีขึ้น

*** ลุ้นปลดล็อกพรรคการเมืองหนุน  
    บล.ฟินันเซียไซรัส  คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways เพื่อรอดูการพูดคุยนอกรอบระหว่างทรัมป์กับ สี จิ้น ผิง ในการประชุม G20 ว่าจะมีพัฒนาการเชิงบวกเกี่ยวกับประเด็นสงครามการค้าหรือไม่ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งในประเทศที่ค่อยๆมีความคืบหน้ามากขึ้นโดยเฉพาะในเดือน ธ.ค. ที่คาดว่าจะมีการปลดล็อคพรรคการเมืองน่าจะช่วยหนุนให้ดัชนีแกว่งตัวขึ้นได้ต่อโดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Domestic Play
    ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม นอกจากการประชุม G20 คือการประชุม กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) วันที่ 6 ธ.ค. และการประชุมคณะกรรมการนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ต่อประเด็นดอกเบี้ยนโยบาย ส่วนปัจจัยในประเทศคือการประชุมปลดล็อคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค. และการประชุมคณะกรรมการนโยบายทางการเงินในวันที่ 18 ธ.ค.61 ที่หลายฝ่ายคาดว่าจะประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้          

*** คาด Brexit เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบ  
    บล.ไอร่า ให้จับตาด้านประเด็นการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) โดยประเมินว่าจะกลับมามีน้ำหนักเป็นปัจจัยลบมากขึ้น โดยมีความเสี่ยงว่าอังกฤษจะต้องออกจาก EU  โดยประเมินแบบเลวร้ายสุด คือแบบ No-deal Exit โดยประเด็นนี้ต้องจับว่าในการประชุมวันที่ 11 ธ.ค. นี้ รัฐสภาอังกฤษ จะให้การรับรองหรือไม่







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด