ข่าวนี้ที่ 1

KBANK ทรุดแรงรอบ 3 เดือน นักลงทุนผวาหนี้เน่าพุ่งแตะ 3.7%

KBANK ทรุดแรงรอบ 3 เดือน นักลงทุนผวาหนี้เน่าพุ่งแตะ 3.7%

            หุ้น "ธนาคารกสิกรไทย" ทำนิวโลว์วรอบ 3 เดือน เหตุตลาดกังวลหนี้เสีย หลังประกาศคาดการณ์ NPLปี 62 ที่ 3.3-3.7% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาด 3.3% ผู้บริหารระบุปรับแผนมาเน้นบริหารหนี้เอง จากเดิมใช้วิธีการตัดขายหนี้บางส่วน พร้อมตั้งเป้าสินเชื่อโต 5-7% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3.3-3.5%  ด้านโบรกฯ ยังคงประมาณการณ์กำไรปี 62 โต 10% แม้กังวลหนี้เน่าแต่ตัวเลขตั้งสำรองลดลง 


*** เป้าหมายสินเชื่อปีหน้าโต 5-7% เอ็นพีแอล 3.3-3.7%


            นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2562 โดยตั้งเป้าการเติบโตเงินให้สินเชื่อที่ 5-7% ซึ่งจะสอดคล้องกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในปีหน้า แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจลูกค้าบรรษัทเติบโต 3-5% สินเชื่อธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการเติบโต 2-4% และสินเชื่อลูกค้าบุคคลเติบโต 9-12% อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin:NIM) อยู่ที่ 3.3-3.5% อัตราการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ -5 ถึง -7% ด้านคุณภาพสินทรัพย์ คาดว่ามีสัดส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio) ที่ 3.3-3.7%
            ทั้งนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 มีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแรงส่งของอุปสงค์จากต่างประเทศจะลดลง แต่คาดว่าการใช้จ่ายในประเทศจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนจะเข้ามามีบทบาทต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จีดีพีจะขยายตัวที่ 4.3% ผ่อนแรงลงจากปี 2561 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 4.6% เนื่องจากการชะลอตัวของภาคการส่งออกและท่องเที่ยวจากปัจจัยฐานที่สูง ตลอดจนประเด็นเรื่องข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่อาจจะส่งผลให้การค้าโดยรวมของโลกชะลอตัว 
            ในขณะที่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญในปีหน้า จะมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องของภาครัฐและความชัดเจนในเรื่องการเลือกตั้งทั่วไปที่น่าจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนในภาพรวมให้ดีขึ้น ด้านทิศทางดอกเบี้ยของไทยยังเป็นขาขึ้นท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
 

*** ราคาหุ้น KBANK ร่วงต่ำสุดรอบ 3 เดือน-กังวล NPL


            ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น KBANK ภายหลังแถลงข่าวประกาศเป้าหมายของธนาคารในปีหน้าพบว่าร่วงกว่า 3% แตะจุดต่ำสุดของวันที่ 197.50 บาท ต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเศษ ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 199.50 บาท ลดลง 6.50 บาท หรือ -3.16% มูลค่าการซื้อขาย 2.8 พันล้านบาท   
            นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า วันนี้นักวิเคราะห์ได้เข้าประชุมร่วมกับ นายบัณฑูร ประธานกรรมการ KBANK ยอมรับว่ามีความกังวลกับตัวเลข NPL ปี 62 ที่ธนาคารมองว่าอยู่ที่ 3.3-3.7% แต่ฝ่ายวิจัยยังไม่มีการปรับประมาณการณ์ปี 62 และเชื่อว่าธนาคารจะมีกำไร 41,900 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีนี้คาดมีกำไร 37,800 ล้านบาท
             "นักลงทุนอาจมีความวิตกกับตัวเลขที่ธนาคารประกาศออกมา โดยเฉพาะ NPLที่คาดไว้ 3.3-3.7% ในปี 62 จากปีนี้ 3.3% แต่เมื่อดูตัวเลขการตั้งสำรองพบว่าลดลง ทำให้เราไม่ได้ปรับกำไรลง" นายธนเดช กล่าว

*** ผู้บริหารวอนนักลงทุนอย่าตื่นตระหนก  

            นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ  KBANK เปิดเผยในงานพิธีลงนามการซื้อขายคาร์บอนเครดิต (T-VER) ขอนักลงทุนอย่าตื่นตระหนก หลังจากที่ธนาคารได้ประกาศเป้าหมายทางการเงิน ในปี 62 ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลง เนื่องด้วยนักลงทุนอาจกังวลตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ขยับขึ้น โดยวางกรอบไว้ที่ 3.3-3.7% จากปีนี้ที่คาด 3.3-3.4% เนื่องจากธนาคารจะลดต้นทุนการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง โดยปี 62 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 165 bps จากปีนี้อยู่ที่ 185 bps                    นอกจากนี้ธนาคารจะบริหารจัดการ NPLเอง โดยเฉพาะสินเชื่อที่มีหลักประกัน จากที่ผ่านมา จะเน้นการตัดขายหนี้บางส่วน โดยเฉพาะสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล และ สินเชื่อบัตรเครดิต
            “ นักลงทุนอย่าตกใจ NPL มีขึ้นมีลง เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งเราได้มีการปรับแผน ด้วยการบริหารหนี้ด้วยตัวเอง เพราะเราต้องการให้ลูกค้ามีเวลาชำระหนี้มากขึ้น ประกอบกับ การบริหารเองจะสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าการขายออกไป”นายปรีดี กล่าว
            ด้านผลประกอบการในปี 62 ธนาคารไม่สามารถระบุได้ว่าจะดีกว่าปีนี้หรือไม่ แต่อยากให้พิจารณาจากแผนธุรกิจ เช่น จากการตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อ และ การตั้งสำรองที่ลดลงบนพื้นฐานเศรษฐกิจที่เติบโต
            ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมปี 62 จะยังคงหดตัว หลังได้รับผลกระทบจากการยกเลิกค่าธรรมเนียม รายได้จากธุรกิจแบงก์แอสชัวร์รันส์ และกองทุนรวม แต่เชื่อว่ารายได้จากธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์จะกลับมาเป็นบวกได้ จากปีนี้ยังหดตัว
            สำหรับมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีผล 2 ด้านเสมอ ซึ่งธนาคารมองว่าเป็นเรื่องของการแข่งขัน โดยสินเชื่อรายย่อยปี62 ธนาคารตั้งเป้าเติบโต 9-12%

          

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด