ข่าวนี้ที่ 1

หุ้นไทยทะยานกว่า 40 จุด เดินหน้าเลือกตั้งหนุนความเชื่อมั่น

หุ้นไทยทะยานกว่า 40 จุด เดินหน้าเลือกตั้งหนุนความเชื่อมั่น

    ดัชนีหุ้นไทยทะยานบวกกว่า 40 จุด ก่อนปิดที่ 1,717.96 จุด เพิ่มขึ้น 38.57 จุด วอลุ่มเกือบ 8 หมื่นลบ. รับอานิงสงส์การเลือกตั้งมีความชัดเจน หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน-เอกชน ด้านปัจจัยต่างประเทศ ตลาดคลายความกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน หลังเตรียมตั้งโต๊ะเจรจารอบใหม่ โบรกฯลุ้นรอบนี้มีโอกาสเห็น 1,800 จุด พร้อมคัดหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง นำโดย แบงก์-รับเหมาฯ-ค้าปลีก-นิคมฯ

*** บล.ยูโอบีฯ มองหุ้นพุ่งแรง รับเลือกตั้งชัดเจน
    
    นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เปิดตลาด ทะลุยืนเหนือแนวต้านสำคัญ 1,703 จุด ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจัยบวกสำคัญมาจากราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. ทำให้ความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้มีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่เข้ามาช่วยผลักดันภาพรวมตลาด
    กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากประเด็นการเลือกตั้งจะเป็นกลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ ได้แก่ ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อมั่นที่เพิ่มมากขึ้น
    มองดัชนีปรับตัวขึ้นเร็วและแรง ซึ่งอาจเผชิญแรงเทขายทำกำไรในช่วง 1,721 จุด เป็นระยะ ซึ่งถือเป็นแนวต้านสำคัญ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,703 จุด แต่ประเมินว่าหลังจากนี้ดัชนีจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะภาพรวมเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว ซึ่งคาดว่าตลาดจะสดใสโดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4  และผลักดันดัชนีไปจนถึง 1,800 จุด ตามที่โบรกฯหลายแห่งคาดการณ์ไว้
    กรณีสหรัฐมีท่าทีเสนอเจรจาการค้ากับจีนครั้งใหม่ คาดว่าไม่มีผลกระทบต่อตลาดมากนัก เพราะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนที่ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก
    แนะนำนักลงทุนสามารถทยอยซื้อสะสม โดยในช่วงที่ดัชนีปรับตัวสูงให้เน้นกลยุทธ์ ซื้อมากเมื่อราคาลง และซื้อน้อยเมื่อราคาขึ้น โดยเน้นกลุ่มอ้างอิงการบริโภคในประเทศ รวมถึงกลุ่มพลังงานทดแทนที่มีการรับรู้รายได้ที่แข็งแกร่ง โดยมี Top Pick คือ BBL STEC PTT CPALL และ EA

*** บล.ไทยพาณิชย์ แนะหุ้นได้ประโยชน์เลือกตั้ง รับเหมาฯ-สื่อ-นิคมฯ

    บล.ไทยพาณิชย์   ระบุว่า พ.ร.ป. การเลือกตั้งส.ส. และที่มาของส.ว. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทำให้ความคืบหน้าการเลือกตั้งมีความชัดเจนขึ้น และเป็นปัจจัยหนุน SET โดยพ.ร.ป. การเลือกตั้งส.ส. จะมีผลหลัง 90 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา และการเลือกตั้งจะเกิดภายใน 150 วัน ในช่วงประมาณเดือนพ.ค.ปีหน้า
    โดยการศึกษาของฝ่ายวิจัย จะเห็นว่าในช่วงประมาณ 3 เดือนก่อนหน้าการเลือกตั้ง (ช่วงหาเสียง) หุ้นกลุ่มที่มักจะเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวขึ้นในช่วงดังกล่าวได้แก่ สื่อและสิ่งพิมพ์, อสังหาริมทรัพย์ และธนาคาร
    กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากความคืบหน้าด้านการเลือกตั้ง 
    1) กลุ่มรับเหมาฯ  ชอบผู้รับเหมาฯ ที่มีฐานะการเงินดี ได้แก่ CK, STEC และ UNIQ
    2) กลุ่มสื่อ  ชอบ PLANB และ VGI  โดยเลือก PLANB เป็นหนึ่งในหุ้น top picks เดือน ก.ย. และนอกจากนี้ยังชอบ VGI จากแนวโน้มธุรกิจที่ขยายตัวแข็งแกร่ง มี exposure ในธุรกิจ e-commercce ที่มีการขยายตัวไว
    3) กลุ่มนิคมฯ ชอบ AMATA และ WHA และเป็นหุ้น top picks ประจำเดือนด้วย ซึ่งได้รับ sentiment เชิงบวกจากการลงทุนในประเทศที่ดีขึ้น ที่มาพร้อมกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

*** บล.โนมูระ ชี้หุ้นไทยได้แรงหนุนจากการเมือง
    
    บล.โนมูระพัฒนสิน มองหุ้นไทยปรับขึ้น รับปัจจัยบวกในประเทศ แรงหนุนหลักมาจากความคืบหน้าการเมืองไทย ซึ่งพรป.ที่มาสว.และพรป.เลือกตั้งสส. ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ววานนี้   ทำให้การเลือกตั้งเข้าใกล้มามากขึ้น และยังอยู่ในกรอบช่วง ก.พ. (ช้าสุด พ.ค. 62) ซึ่งผลการศึกษาของทีมกลยุทธ์ พบว่า การเลือกตั้งอย่างชอบธรรม 4 ครั้งหลัง (3 ก.ค. 2011, 23 ธค 2007, 6 กพ 2005 และ 6 มค 2001) SET Index จะให้ผลตอบแทนที่คาดหวังขั้นต่ำได้ 6-8% และกรณีดีสุด 14-22% สำหรับกรอบการเลือกตั้ง 6-9 เดือน นั้นสะท้อนกรณี SET จะเกิด Election Rally ในกรอบเวลาดังกล่าว SET จะแกว่งบวกได้ถึงกรอบขั้นต่ำ คือ 1,780-1,814จุด และกรณีดีสุด คือ 1,915-2,049 จุด สะท้อนโอกาสที่ SET จะเดินหน้าสู่เป้าหมาย 1,904 จุด(Forward PER 17X) ของเรายังมีความสมเหตุสมผล
    
*** สหรัฐฯ-จีน เจรจาการค้ารอบที่ 3 เป็นจิตวิทยาเชิงบวก
    
    ด้านปัจจัยต่างประเทศ ตลาดมีความคาดหวังบวกต่อประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน หลังสหรัฐกำลังหาทางเริ่มต้นเจรจาการค้ากับจีนครั้งใหม่ เป็นจิตวิทยาบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงโลก ผสานราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +0.86% สู่ระดับ 79.74 เหรียญ/บาร์เรล รับ EIA รายงานสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯลดลง -5.296 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าคาดที่ -1.58 ล้านบาร์เรล สะท้อนความต้องการน้ำมันดิบยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนุนกลุ่มพลังงานนำตลาดขึ้นต่อได้
    คำแนะนำ ถือหุ้น 75%  เน้นสะสม Domestic Play BBL, KBANK, CPALL, ROBINS CK, STEC, SEAFCO, PYLON, AMATA, GOLD, ERW, BH, AOT, ERW และ Global Play (PTT, IVL)
    เน้น “Theme “Election Play”
    1.Best Picks Theme Election play 2019 ได้แก่ หุ้นนำดัชนีและเป็นเป้าของต่างชาติ(PTT, PTTEP, BBL, KBANK) หุ้นที่มีการถือครองน้อย หรือ Under-own(TMB) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในและจิตวิทยาบวกของกำลังซื้อฟื้นตัวจากระบบตัวแทน(CPALL, ROBINS) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากสื่อโฆษณาและการสื่อสารก่อนเลือกตั้ง(ADVANC, PLANB) หุ้นที่ได้ประโยชน์จาการลงทุนและ EEC มีปัจจัยบวกด้านการเติบโตและมักปรับตัวขึ้นไวก่อนเลือกตั้ง (STEC, AMATA, SC, GOLD)
    2.Health Update ช่วง Seasonal จะหนุนกลุ่ม รพ Outperform ต่อเนื่อง โดยล่าสุดกลุ่ม รพ ที่อิงผู้ป่วยต่างชาติน่าสนใจ หลังนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง เดือน กค 2018 ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการทั้งจำนวนและยอดใช้จ่าย คือ 113,783คน และ 9086ล้านบาท เพิ่ม 2.1%y-y และ 5%yy ตามลำดับ บวกต่อ BH และ BDMS
    3. กลุ่มรพ + โรงแรม เริ่มได้ประโยชน์จาก Seasonal แนะนำ AOT, ERW, BH, BDMS
    4.ราคาน้ำมันทรงตัวสูง 80เหรียญฯ หนุน PTT, PTTGC, PTTEP เด่น
    5.Portfolio Top Picks SEP 2018 แนะนำ AMATA, AOT, BH, CPALL, TMB, TOA, AMANAH
    6.2H18 Theme Domestic : Election play when oil surge : PTT, IVL, BBL, KBANK, CPALL, CK, STEC, SEAFCO, PYLON, AMATA, GOLD

*** บล.ทิสโก้ ชี้ปัจจัยในประเทศหนุนหุ้นไทย 6 เดือนข้างหน้า ขาขึ้น
    
    บล.ทิสโก้ ประเมินปัจจัยในประเทศที่แข็งแกร่งคาดจะเริ่มหนุนหุ้นไทยในช่วง 6 เดือนข้างหน้า (4Q18 - 1Q19) เป็นขาขึ้น สงครามการค้ายังไม่มีท่าทีจะผ่อนคลายลงในระยะสั้น เพราะนอกจากสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ฯ จะจ่อถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10-25% ในเร็วๆ นี้แล้ว ล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศพร้อมจะจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีกมูลค่า 2.67 แสนล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งจะทำให้มีมูลค่ารวมเทียบเท่ากับมูลค่าสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าจากจีนทั้งหมดที่อยู่ที่ 5.05 แสนล้านดอลลาร์ฯ ในปีที่แล้ว  นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเล็งเป้ากีดกันการค้าถัดไปที่ญี่ปุ่นด้วย สิ่งนี้สร้างความไม่แน่นอนแก่ตลาดสูงขึ้น และเริ่มกดดันต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ บ้างแล้ว โดยตั้งแต่เดือน ก.ย. (MTD) ดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ปรับตัวลง 0.4% นับเป็นเดือนแรกหลังจากที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 เดือนที่ผ่านมารวมกว่า 9.4%
    ท่ามกลางกระแสการอ่อนค่าสุดเป็นประวัติการณ์ของค่าเงินสกุลต่าง ๆ ของหลายประเทศในตลาดเกิดใหม่ (EM) อาทิ ตุรกี, อาร์เจนตินา, อินเดีย และอินโดนีเซีย เป็นต้น ปัจจัยที่น่าติดตามช่วงนี้คงหนีไม่พ้นการประชุมธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศใน EM ว่าจะดำเนินการอย่างไรในการกอบกู้สถานการณ์ดังกล่าว  อย่างไรก็ดี โดยรวมเราให้น้ำหนักว่าการประชุมธนาคารกลางของหลายประเทศในช่วงเวลาครึ่งหลังเดือน ก.ย. นี้เป็นความเสี่ยงในแง่บวกต่อตลาด (Upside Risk) หลังตลาดซึมซับปัจจัยลบต่าง ๆ ไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้านี้  

*** คาด SET วิ่งทะลุ 1,800 จุด หลังการเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง
    
    ฝ่ายวิจัย เชื่อมั่นอย่างมากกว่า SET Index ผ่านจุดต่ำสุดของปีนี้ไปแล้วที่บริเวณ 1,585 จุด เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค. และยังคงมอง SET Index จะวิ่งขึ้นทะลุระดับ 1,800 จุด ได้ในช่วงไตรมาส 4  ในทางเทคนิค มอง SET Index ขณะนี้อาจมีรูปแบบการเคลื่อนไหวคล้ายคลึงกับช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ SET Index แกว่งตัวไม่ไปไหนอยู่ในกรอบจำกัด พร้อมมูลค่าการซื้อขายเบาบางลง และค่อย ๆ บีบตัวแคบลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดสามารถทะลุออกจากกรอบแกว่งตัวด้านบนได้ และวิ่งขึ้นกว่า 150 จุดในระยะถัดไป หากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เรามองการแกว่งพักตัวของ SET Index รอบนี้ไม่ควรมีวันใดปิดต่ำกว่าระดับ 1,640 จุด (+/-) และน่าจะแกว่งตัวอึดอัดอีกไม่เกิน 2 เดือน ก่อน "Breakout"
    ถึงแม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มมีอาการพักตัวจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า แต่น่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เพราะในเดือนหน้าจะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ ซึ่งบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ โดยรวมคาดว่ามีกำไร 3Q18F ออกมาดี +19% YoY และค่อนข้างทรงตัว QoQ ประกอบกับสหรัฐฯ จะเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งตามสถิติตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักจะปรับตัวขึ้น ผสานกับในหลวงโปรดเกล้าฯ กฎหมายลูก 2 ฉบับที่เหลือ (พ.ร.ป. ส.ส. และ พ.ร.ป. ส.ว.) ในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 12 ก.ย. หนุนให้ภาพการเลือกตั้งปีหน้าตามแผนโรดแมปมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น  ดังนั้น ยังคงมุมมองการอ่อนตัวของราคาหุ้นจากปัจจัยเสี่ยงภายนอกเป็นจังหวะทยอยสะสมและแนะนำถือลงทุนแบบข้ามปีรับ "Pre-election Rally"
    หุ้นเด่นที่น่าสนใจ (1)  หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ รับแนวโน้ม Fund Flows ไหลเข้า BANK - BBL, KBANK, SCB / ENERG - PTT, IRPC / ICT - INTUCH / PETRO - IVL, PTTGC
    (2) หุ้นอิงการบริโภคภายในประเทศขยายตัวดีต่อเนื่อง COMM - CPALL, BJC, COM7 / FOOD - MINT / FIN - AEONTS, ASAP, MTC / MEDIA - PLANB, RS
    (3) หุ้นได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ & EEC CONMAT - SCC / CONS - CK, STEC, SEAFCO / IE - AMATA, WHA, ROJNA / TRANS - BTS
    สำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบหุ้นปันผลเด่น คือ KKP, LH, NYT, TPIPP, TVO







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด