ข่าวนี้ที่ 1

IPO พาเหรดเข้าเทรด 3 ตัวรวด มาร์เก็ตแคปรวม 8.3 หมื่นลบ.

IPO พาเหรดเข้าเทรด 3 ตัวรวด มาร์เก็ตแคปรวม 8.3 หมื่นลบ.

    หุ้น IPO ตบเท้าเข้าตลาดช่วงครึ่งหลังเดือน ต.ค.61 เฉพาะสัปดาห์นี้เทรดรวด 3 วันติด ทั้ง บมจ.โอสถสภา (OSP)  - บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC) และ บมจ.โซนิค อินเตอร์เฟรท (SONIC) มาร์เก็ตแค็ปรวมกันกว่า 8.3 หมื่นลบ. ก่อนปิดท้ายเดือนด้วย  บมจ.ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง (TIGER) และ บมจ.โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9) ฟากโบรกฯ ชี้ IPO ช่วงนี้อาจไม่คึก เหตุเข้าช่วงตลาดผันผวน จับตาอาจเห็นหลายบจ. เลื่อนซื้อขายเป็นปีหน้า

*** " โอสถสภา (OSP) " ประเดิมตัวแรก มาร์เก็ตแคป 7.5 หมื่นลบ
    บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 17 ต.ค.61 ได้ประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายหุ้น IPO ที่ราคา 25.00 บ./หุ้น  เป็นราคาสูงสุดของช่วงเสนอขายที่ 22.00 - 25.00 บาท  
      โดยราคา 25 บาท คิดเป็นราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) อยู่ที่ 29.51 เท่า ซึ่งปัจจุบัน P/E ของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันอยู่ที่ 31.21 เท่า 
     OSP ขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 603.75 ล้านหุ้น   มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 3,003.75 ล้านหุ้น  มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 1 บาท/หุ้น   มูลค่าทางบัญชีที่ 1.72 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 61)  ทั้งนี้มาร์เก็ตแคปของ OSP ก่อนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะอยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านบาท   
     นางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่  OSP  ด้วยเงินจากการเสนอขาย IPO ในครั้งนี้ประมาณ 12,669 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้ขยายธุรกิจต่อยอดจากความแข็งแกร่งในปัจจุบัน โดยเฉพาะการลงทุนสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งใหม่ในเมียนมา ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ รองจากธุรกิจในประเทศไทย และจะเป็นธุรกิจหลักธุรกิจหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างมูลค่าให้บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ  ในอนาคต ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”
    
*** "บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC)" เทรด 18 ต.ค. เคาะ IPO 10.20 บ.     
    บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC  จะเข้าซื้อขายในตลท. วันที่ SET 18 ต.ค.61  กำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่หุ้นละ 10.20 บาท  
    โดยระดับราคา 10.20 บาท คิดเป็นราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) อยู่ที่ 17.7 เท่า ซึ่งปัจจุบันบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันมี P/E อยู่ที่ 7.3 - 34.4 เท่า หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 19.7 เท่า 
    ทั้งนี้ BGC ขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 194.44 ล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 694.44 ล้านหุ้น   มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 5 บาท/หุ้น มูลค่าทางบัญชีที่ 6.6 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 61) ทั้งนี้มาร์เก็ตแคปของ BGC ก่อนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะอยู่ที่  7.08 พันล้านบาท 
    นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ BGC เปิดเผยว่าการระดมทุนครั้งนี้เพื่อชำระเงินกู้ยืมสำหรับการขยายโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วแห่งใหม่ในจังหวัดราชบุรี และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
    
***  "โซนิค อินเตอร์เฟรท (SONIC)" เคาะราคา 1.95 บ. เทรด 19 ต.ค.
    ?บริษัทโซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC เคาะราคาขาย IPO หุ้นละ 1.95 บาท  เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอในวันที่ 19 ตุลาคมนี้  
    ปัจจุบัน โซนิค อินเตอร์เฟรท ฯ มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 290 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 580 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยเป็นทุนที่ออกและชำระแล้ว 200 ล้านบาท คิดเป็น 400 ล้านหุ้น  ทั้งนี้มาร์เก็ตแคปของ SONIC ก่อนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะอยู่ที่  1.13 พันล้านบาท 
     โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 150 ล้านหุ้น ที่จัดสรรให้แก่ประชาชนทั่วไป และอีก 30 ล้านหุ้น เป็นการออกเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะเสนอขายให้แก่ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย (ESOP Warrant) จำนวน 30 ล้านหน่วย ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาใช้สิทธิไม่เกิน 5 ปี โดยจะเสนอขายให้แก่ผู้บริหารและพนักงานของ SONIC และบริษัทย่อย พร้อมกับช่วงที่เสนอขายหุ้น IPO กำหนดอัตราการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ราคาการใช้สิทธิแปลงสภาพเท่ากับราคา IPO หรือ 1.95 บาท กำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรกเมื่อครบกำหนด 2 ปี
     ดร.สันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SONIC เปิดเผยว่า  เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำเพิ่มจำนวนรถขนส่ง การพัฒนาศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าให้มีความทันสมัย การซื้ออาคารพาณิชย์เพื่อดำเนินงานสาขาแหลมฉบังและขยายพื้นที่ให้บริการขนส่งทางบก การพัฒนาระบบสารสนเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
***  TIGER - PR9 เทรดปิดท้าย มาร์เก็ตแคปรวมกว่า 1 หมื่นลบ.         
                  บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER เคาะราคาขายไอพีโอ 3.65 บาท/หุ้น กำหนดวันเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 24 ตุลาคมนี้ โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 122.28 ล้านหุ้น  
    โดย TIGER มีทุนจดทะเบียน  230 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นสามัญจำนวน 460 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดย มาร์เก็ตแคปของ TIGER ก่อนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะอยู่ที่  1.67 พันล้านบาท 
      บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9  เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น ซึ่งรวมถึงการเสนอขายต่อกรรมการและ/หรือผู้บริหารที่เป็นผู้ก่อตั้ง (Founders) โดย จำนวนไม่เกิน 167.50 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในราคาเสนอขายหุ้นละ 11.60 บาท จำนวนไม่เกิน 12.50 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการและ/หรือผู้บริหารที่เป็นผู้ก่อตั้ง (Founders) ของบริษัทฯ ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2.65 บาท พร้อมจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวนไม่เกิน 20 ล้านหุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 11.60 บาท เปิดจองสำหรับบุคคลทั่วไป ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ พนักงานของบริษัทฯ วันที่ 16 – 19 ตุลาคม 2561 และ ผู้ลงทุนสถาบัน วันที่ 16 – 18 ตุลาคม 2561
    ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 800 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.0 บาท โดยเป็นทุนชำระแล้วจำนวน 600 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 600 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.0 บาท มาร์เก็ตแคปของ PR9 ก่อนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จะอยู่ที่ 9.28 พันล้านบาท

หุ้น  วันเทรด  จำนวนหุ้น จำนวนหุ้น ราคา มาร์เก็ตแคป
    ทั้งหมด(ล้านหุ้น) IPO (ล้านหุ้น) IPO(บาท) (ล้านบาท)
OSP 17-ต.ค.-61 3,003.75 603.75 25 75,500
BGC 18-ต.ค.-61 694.44 194.44 10.2 7,080
SONIC 19-ต.ค.-61 580 150 1.95 1,130
TIGER 24-ต.ค.-61 460 122.28 3.65 1,670
PR9 30-ต.ค.-61 800 180 2.65 9,280
        รวม 94,660
ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย        

 

***  โบรกฯ หวั่น OSP วันแรกไม่คึก เหตุตลาดซึม - ราคาสูง  
    นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่าภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าซึ่งเปิดทำการเพียง 4 วัน มีโอกาสปรับตัวลดลงต่อจากการขาย Sell on fact รับการประกาศผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ Q3/61 แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าการปรับตัวลดลงคงไม่แรงมากนัก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมาต่อเนื่อง 2 สัปดาห์แล้ว ส่วนการปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงๆ คงยากเช่นกันเพราะต่างชาติยังขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย ซึ่งต้องรอลุ้นแรงซื้อจากนักลงทุนในประเทศโดยเฉพาะกลุ่มสถาบันช่วยหนุน 
    โดยภาพรวมของหุ้นที่ยังแนะนำให้ลงทุนในสัปดาห์หน้าคือกลุ่มโรงพยาบาลที่เป็นไฮซีซั่นช่วงปลายปี ได้แก่ BDMS,RJH นอกจากนี้เก็งกำไรหุ้นประกาศงบ อาทิ SEAFCO ซึ่งมีมุมมองว่างบQ3/61 จะออกมาสูงสุด นอกจากนี้การประชุมครม.ให้ติดตามความคืบหน้าโครงการ EEC หากมีประเด็นใหม่อนุมัติเพิ่มเติม แนะนำหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์ ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรม AMATA,WHAสาธารณูปโภค EASTW,BGRIM และรับเหมา STEC ด้านกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีฯ ประเมินแนวรับ 1,665 จุด แนวต้าน 1,700-1,710 จุด 
    ด้านหุ้น IPO ที่จะเข้าซื้อขายในสัปดาห์หน้า 3 ตัว ได้แก่ OSP ราคา 25 บาท อาจเปิดการซื้อขายไม่หวือหวามากซึ่งราคาอาจตอบรับในเชิงบวกแคบๆ เนื่องจากบรรยากาศตลาดหุ้นไทยยังซึม และหุ้นดังกล่าวยังมีขนาดใหญ่แรงซื้ออาจไม่เพียงพอ แต่หุ้น BGC คาดว่าจะค่อนข้างร้อนแรงเห็นได้จากกระแสการจองหุ้นมีความต้องการค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับหุ้น SONIC ที่คาดว่าซื้อขายวันแรกจะคึกคักเนื่องจากราคาน่าสนใจ 
    "3 ตัวที่เข้าเทรดใหม่สัปดาห์หน้าต้องยอมรับว่ามาในช่วงจังหวะตลาดซึมพอดี ซึ่งตัวใหญ่อย่าง OSPคงไม่หวือหวามากเพราะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ นักลงทุนอาจไม่กล้าในภาวะตลาดแบบนี้ ส่วนBGC มียอดจองจากนักลงทุนสถาบันมากกว่าหุ้นที่เปิดให้จองถึง 16 เท่า น่าจะร้อนแรง ส่วนSONIC น่าจะวิ่งได้แรงเช่นกันเพราะราคา " นายพบชัยกล่าว 
    
*** จับตาอาจเห็นหลายบจ.เลื่อนออก IPO ไปปีหน้า 
    นายวิจิตร อาระยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในระยะสั้นมองว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่ผันผวน อาจส่งผลให้หุ้นที่กำลังเข้า IPO ไม่คึกคักตามที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ในหลายบริษัท อาจเลื่อนการเปิด IPO เป็นปี 2562 หรือ รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากแนวโน้มตลาดหุ้นจะผันผวนจนถึงสิ้นปีนี้ เนื่องจากมีปัจจัยลบจากต่างประเทศค่อนข้างมาก สำหรับในช่วงไตรมาส 4 นี้ บริษัทมองว่า ตลาดยังคงผันผวน และเคลื่อนไหวในกรอบล่างที่ 1,660 จุด และกรอบบนที่ 1,800 จุด 
     “ที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นหลายบริษัทเลื่อนเปิด IPO ไปบ้างแล้ว เพราะความผันผวนของตลาด ซึ่งหลังจากนี้ไปยังมีปัจจัยลบหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น การเลือกตั้งกลางเทมอของสหรัฐที่จะมีขึ้นช่วงพฤศจิกายนนี้ รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่ยังต้องติดตาม ขณะที่ในประเทศยังมีความไม่ชัดเจนในเรื่องกำหนดวันเลือกตั้งด้วย ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยนี้ยังกดดันตลาดต่อ”นายวิจิตร กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด