ข่าวนี้ที่ 1

แบงก์โค้ง 3 ฟันกำไร 5.6 หมื่นลบ. จับตาอนาคตยังน่าเป็นห่วง

แบงก์โค้ง 3 ฟันกำไร 5.6 หมื่นลบ. จับตาอนาคตยังน่าเป็นห่วง

     กลุ่มแบงก์ประกาศงบ Q3/61 มีกำไรรวม  56,792 ล้านบาท โต 15.35%  จาก Q3/60 พบ SCB ยังครองแชมป์ทำกำไรสูงสุดในระบบกว่า 1 หมื่นลบ. ด้าน TMB โตแรงสุด 176% หลังบุ๊คกำไรขายหุ้น บลจ.ทหารไทย ขณะที่โบรกฯมอง Q4-ปีหน้า กำไรทั้งกลุ่มยังน่าเป็นห่วง เหตุค่าใช้จ่ายดำเนินงานมากขึ้น - รับผลกระทบฟรีค่าธรรมเนียมเต็มปี แต่ 3 แบงก์ใหญ่เสี่ยงต่ำสุด ยกให้ BBL เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม    

*** สรุป Q3 กำไรทั้งกลุ่มทะลุ 5.6 หมื่นลบ. 
    ผู้สื่อข่าว "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวมผลประกอบการไตรมาส 3/61 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง พบว่า สามารถทำกำไรรวมได้ 56,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.34% จากไตรมาส 2/61 ที่มีกำไรรวม 55,493 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 15.35% จากไตรมาส 3/60 ที่อยู่ 49,231 ล้านบาท
    โดยธนาคารที่ทำกำไรสูงสุดในไตรมาสนี้ยังเป็น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่ทำได้ 10,508 ล้านบาท แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB มีอัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้นสูงสุด 176.10% หลังรับรู้กำไรพิเศษจากการขาย บลจ. ทหารไทย
    ส่วนธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กำไรลดลงมากสุดถึง 10.75%ในขณะที่ค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ หรือ NPL (gross) Ratio พบว่า ธนาคารส่วนใหญ่มีการเพิ่มขึ้นของ NPL เช่น BBL ,KBANK, BAY, TMB ,TBANK และ TISCO โดยยังมาจากสินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย

กำไรธนาคารพาณิชย์ Q3/61

ธนาคาร Q3/61(ลบ.) Q2/61(ลบ.) QoQ(%) Q3/60(ลบ.) YoY(%)
BBL 9,030 9,194 -1.80% 8,161 10.60%
KTB 7,838 7,712 4.26% 5,872 33.48%
SCB 10,508 11,111 -5.40% 10,130 3.70%
KBANK 9,744 10,917 -10.75% 9,473 2.86%
BAY 6,215 6,273 -0.92% 6,014 3.34%
TMB 5,594 2,206 176.10% 2,003 179.20%
TBANK 3,540 3,821 -7.35% 3,533 0.19%
TISCO 1,815 1,709 6.20% 1,576 15.16%
KKP 1,552 1,553 -0.06% 1,723 9.90%
LHFG 779 806 -3.40% 670 16.20%
CIMBT 177 191 -7.32% 76 132.89%
รวม 56,792 55,493 2.34% 49,231 15.35%

ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย 

  ตาราง:Gross NPL(%)  
ธนาคาร Q3/61 Q2/61 Q3/60
BBL 3.69% 3.53% 3.78%
KTB 4.36% 4.47% 4.42%
SCB 2.78% 2.80% 2.73%
KBANK 3.25% 3.24% 3.22%
BAY 1.92% 1.82% 1.85%
TMB 2.69% 2.36% 2.44%
TBANK 2.06% 1.91% 1.74%
TISCO 2.20% 2.16% 2.05%
KKP 3.95% 4.18% 5.31%
LKHFG 1.97% 1.98% 2.07%
CIMBT 5.67% 5.75% 5.70%

ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย 

*** มอง Q4 กำไรแบงก์ส่อแววทรุด เหตุค่าใช้จ่ายสูง 
    นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 4/61 มีโอกาสจะลดลงจากไตรมาส 3/61 เนื่องจากในช่วงดังกล่าวจะมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่มากขึ้น ซึ่งถ้าหากเทียบกับไตรมาส 3/61 พบว่า ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) หรือ TMB มีการบันทึกกำไรพิเศษเข้ามา ส่งผลให้กำไรกลุ่มธนาคารไตรมาส 3/61 เติบโตอย่างมีนัยฯ 
    ในขณะที่สินเชื่อในไตรมาส 4/61 จะดีกว่าในไตรมาส 3/61 เพราะเข้าสู่ไฮซีซั่นของการเร่งเบิกจ่าย ส่วนหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL) คาดว่าจะทรงตัว เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันเริ่มนิ่ง แต่จะไม่เห็นการลดลงอย่างมีนัยฯสำคัญ เนื่องจาก NPL จากสินเชื่อเอสเอ็มอี และ สินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาด

*** จับตาปีหน้าเจอผลกระทบค่าฟีเต็มปี  
    สำหรับปี 62 กลุ่มธนาคารจะเจอแรงกดดันจากค่าธรรมเนียมที่ได้รับผลกระทบเต็มปี ส่วนสินเชื่อยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี ตามการลงทุนของภาครัฐ และ เอกชน ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยยังแนะนำ “ซื้อ” หุ้นธนาคารขนาดใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL ให้ราคาเป้าหมาย 250 บาท/หุ้น เนื่องจากมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และ ปลอดภัยในยามที่ตลาดมีความผันผวน   
    ส่วนธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กอย่าง ยังแนะนำ “ซื้อ” ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) หรือ TMB ให้ราคาเป้าหมาย 2.60 บาท/หุ้น เนื่องจากเชื่อว่าปีนี้เป็นปีที่แย่ที่สุด และ ทุกอย่างกำลังเริ่มฟื้นตัวไปในทางที่ดีขึ้น 
    “กำไรกลุ่มแบงก์ปีนี้เราเชื่อว่าจะโตได้ 11% จากปีก่อนที่ลดลงไป 7% และ เชื่อว่าในปี 62 กำไรกลุ่มแบงก์จะเตบโตได้ 6-8% เพราะเศรษฐกิจเรายังดี การลงทุนทั้งจากภาครัฐ และ เอกชน แต่สิ่งที่ต้องระวังนับตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงปีหน้า คือ ปัจจัยจากต่างประเทศ ที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอน นโยบายการเงิน หรือ การเลือกตั้งในสหรัฐก็ตาม”นายธนเดช กล่าว

*** ยก BBL เป็น Top Pick แย้มปีหน้าราคาไปได้อีก  
    บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยกให้  BBL ถือเป็น Top Pick ในกลุ่มธนาคาร เพราะถือเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนพื้นฐานขนาดใหญ่ และมีนโยบาย conservative ล่าสุดยังมีสำรองเทียบเกณฑ์ธปท.สูงถึง 222% สูงมากเมื่อเทียบกับระบบธนาคารพาณิชย์ 
    ยังแนะนำ "ซื้อลงทุน" ในหุ้น BBL โดยมีราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 223 บ. และเป้าหมายปีหน้าที่เพิ่มสูงขึ้น  ทั้งนี้มีความเสี่ยงสินเชื่อของลูกค้ารายใหญ่และคุณภาพสินทรัพย์ไม่เป็นไปตามคาด 

*** SCB สดใสข้ามปีรับโครงการรัฐฯ     
    บล.หยวนต้า เปิดเผยว่า ได้เพิ่มเป้าหมายกำไรของ SCB ปี 2561-2562 เป็น 4.3 หมื่นล้านบาท และ 4.6 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ  โดยมองว่าหุ้น SCB ในปี 2562 มีความน่าสนใจจากความต้องการสินเชื่อดีขึ้น ตามการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ EEC และโครงการลงทุนขนาดใหญ่จากภาครัฐ และ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เป็นบวกต่อ NIM  รวมถึง คาด Cost to income ผ่านจุดสูงสุดในปี 2561 หลังสิ้นสุดแผนลงทุน IT ขนาดใหญ่ และความเป็นผู้นำด้าน Mobile banking เป็นบวกต่อการขยายฐานลูกค้า นำไปสู่การ Cross-selling ผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้านอื่นๆ ชดเชยผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงเป็นบวกต่อการระดมเงินฝากต้นทุนต่ำ
    ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ด้วยราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 ที่ 165.00 บาท คิดเป็น Implied PBV 1.3 เท่า ใกล้เคียง -1.0SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต  นอกจากนี้การควบคุมค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเป็นประเด็นที่ตลาดยังมองข้าม จึงอาจเป็น Upside สำคัญให้ตลาดมีการปรับเพิ่มประมาณการ รวมถึงราคาเป้าหมายปี 2562 ภายหลังจากการเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 25 ต.ค. 2561

*** KBANK เจอผลกระทบค่าฟีน้อยกว่าคาด 
     บล.ฟินันเซียไซรัส เปิดเผยว่า กำไร9 เดือน KBANK อยู่ที่ 3.14 หมื่นลบ. คิดเป็น 80% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีที่ 3.95 หมื่นลบ. (+15%Y-) ทั้งนี้คงประมาณการเดิม เนื่องจากแนวโน้มกำไร Q4/61 น่าจะอ่อนตัวลงจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มตามฤดูกาล ส่วนผลกระทบของรายได้ค่าธรรมเนียมหลังผ่านมา 6 เดือน KBANK ได้รับผลกระทบน้อยกว่าคาด คงคำแนะนำ ซื้อ โดยคงราคาเหมาะสมปีนี้ ที่ 235 บาท (PBV 1.5 เท่า) 
      
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด