ข่าวนี้ที่ 1

SISB-STI-CAZ ไม่หวั่นกระแสต่ำจอง ลุยไฟเข้าเทรด mai

SISB-STI-CAZ ไม่หวั่นกระแสต่ำจอง ลุยไฟเข้าเทรด mai

    หุ้นไอพีโอเตรียมตบเท้าเข้าเทรด mai ไม่หวั่นกระแสต่ำจอง ภาวะตลาดหุ้นไทยทรุด! SISB ผู้ประกอบการโรงเรียนนานาชาติ เคาะราคาขายที่ 5.20 บาท/หุ้น โชว์ P/E 59.59 เท่า เตรียมเข้าเทรด 29 พ.ย.นี้ ระบุศักยภาพโตสูง ด้าน STI จ่อเคาะราคาสัปดาห์หน้า เปิดจองปลายเดือนนี้ เข้าเทรดต้น ธ.ค.นี้ ขณะที่ CAZ ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว ต่อแถวขายหุ้น 

*** SISB เคาะไอพีโอ 5.2 บ. เทรด 29 พ.ย.นี้

    นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB ผู้ประกอบการโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพ เปิดเผยว่า ได้กำหนดราคาขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)ที่ 5.20 บาท ด้วยวิธีสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์(Book Building) คิดเป็น P/E ที่ 59.59 เท่า ต่ำกว่าตลาด mai ที่มี P/E อยู่มากกว่า 70 เท่า เตรียมเปิดจองซื้อ 22 - 23 และ 26 พ.ย.นี้ โดยจะจัดสรรหุ้นไอพีโอให้แก่นักลงทุนสถาบัน 110 ล้านหุ้น ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท 26 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลือ 124 ล้านหุ้นจะจัดสรรให้แก่ประชาชนทั่วไป

*** เปลี่ยนเข้าเทรด mai แทน SET

    SISB เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai)ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ โดยเปลี่ยนจากการเข้าซื้อใน SET เนื่องจาก บริษัทได้เปลี่ยนมาตรฐานการบันทึกบัญชีใหม่เป็น TFRS15 ที่เหมาะสมกับธุรกิจมากกว่า ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิ 3 ปีย้อนหลังลดลงเหลือ 50.43 ล้านบาท 69.83 ล้านบาท และ 17.92 ล้านบาทตามลำดับ ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในการเข้าจดทะเบียนใน SET ที่ต้องมีกำไรสุทธิในระยะ 2 ปี หรือ 3 ปีรวมกันมากกว่า 50 ล้านบาท
    ขณะที่ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้กำไรสุทธิตามมาตรฐานได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 71.54 ล้านบาท เติบโต 860% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 7.44 ล้านบาท

*** นำเงินระดมทุนปลดหนี้ 600 ลบ.เกลี้ยง

    สำหรับเงินระดมทุนที่ได้รับ 1,299.06 ล้านบาท บริษัทจะนำไปชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินจำนวน 600 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทปลอดภาระหนี้ทันที จากปัจจุบันที่มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสูงถึง 2.97 เท่า ซึ่งจะลดภาระดอกเบี้ยจ่ายไปได้ราว 30 ล้านบาทต่อปี หนุนอัตราการทำกำไรของบริษัทในอนาคต ส่วนที่เหลือ 699.06 ล้านบาท จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับขยายธุรกิจที่เกี่ยวกับการศึกษาในปี 64 เป็นต้นไป

*** ยันไม่กังวลกระแสต่ำจอง

    นาย ยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยว่า บริษัทไม่กังวลภาวะราคาหุ้นไอพีโอของหลายบริษัทที่ต่ำกว่าราคาจองในขณะนี้ เนื่องจาก P/E ที่ 59.59 เท่า เป็นระดับที่นักลงทุนสถาบันให้การยอมรับ และได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนแจ้งจำนวนหุ้นและราคาเพื่อเสนอซื้อแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของบริษัท เหมาะแก่การลงทุนระยะยาว และ SISB เป็นธุรกิจใหม่ที่ไม่มีในตลาดหุ้นไทย แต่หากเปรียบเทียบกับหุ้นการศึกษาในประเทศ ฮ่องกง-จีนจะมี P/E สูงกว่า 100 เท่า ขณะที่สิงคโปร์จะอยู่ที่ 30 - 40 เท่า 

*** STI เคาะไอพีโอสัปดาห์หน้า เทรดธ.ค.นี้

    นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอได้ภายในช่วงปลายเดือนพ.ย.นี้ และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ในช่วงต้นเดือนธ.ค.นี้ เตรียมนำเงินระดมทุนสร้างศูนย์อบรมพนักงาน 40 ล้านบาท และลงทุนระบบไอที 20 ล้านบาท และใช้ในด้านการเงิน-การบัญชี 30 ล้านบาท ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ และเงินทุนในการเข้าลงทุนในกิจการอื่นๆ เพิ่มขีดความสามารถของกลุ่มบริษัทให้ได้มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น

*** พื้นฐานแกร่งไม่หวั่นต่ำจอง

    นายสมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนและไม่กังวลสภาวะตลาดหุ้นในปัจจุบน เนื่องจากพื้นฐานมีความแข็งแกร่งโดยรายได้เติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 7 - 10% ต่อปี ในช่วงที่ผ่านมา และจำนวนหุ้นที่ขายไอพีโอค่อนข้างน้อย 
    โดยผลประกอบการย้อนหลังบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 58 - 60 อยู่ที่ 54.61 ล้านบาท 55.92 ล้านบาท และ 57.51 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือรอแล้ว 716.52 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ถึงปี 63 

*** CAZ ตบเท้าเทรด mai ต้นปี62

     นางปิยะภา จึงเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซส 14 แอดไวเซอรี่ จํากัด เปิดเผยในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของบริษัท ซีเอแซค (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) หรือ CAZ ว่า ปัจจุบันสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายหุ้นไอพีโอให้แก่นักลงทุน จำนวน 80 ล้านหุ้นได้ในช่วงต้นปี 62 และจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ในเดือนม.ค. - ก.พ.62 
    โดยเงินระดมทุนจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับงานในอนาคต ทั้งการใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคาร และลงทุนซื้ออุปกรณ์ในการประกอบธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E)อยู่ที่ 4.4 เท่า และหลังจากระดมทุนแล้วจะปรับลดลงส่งผลให้สามารถเพิ่มช่องทางแหล่งเงินทุนให้กับบริษัทได้ ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/61 บริษัทมีงานในมือแล้วที่ 2.1 พันล้านบาท และจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ใน 1 - 2 ปีข้างหน้า







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด