ข่าวนี้ที่ 1

FETCO ชงตั้งกองทุนใหม่แทน LTF ขอเครดิตภาษี 20% จูงใจ

FETCO ชงตั้งกองทุนใหม่แทน LTF ขอเครดิตภาษี 20% จูงใจ

     "สภาธุรกิจตลาดทุนไทย"ชง "สมคิด" ตั้งกองทุนใหม่แทน LTF ที่จะหมดอายุในปีหน้า ให้เครดิตภาษีผู้ลงทุน 20% แต่ไม่เกิน 1 แสนบ. บนเงื่อนไขแต่ละกองทุนต้องนำเงินไปลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานรัฐฯ - หุ้นยั่งยืนไม่ต่ำกว่า 50% และต้องถือหน่วยนานถึง 10 ปี  ด้าน"ภากร" ยันจะกระตุ้นการออมในระยะยาว มั่นใจเงิน LTF หายไม่กระทบตลาดหุ้น ด้านโบรกฯ เห็นต่าง ชี้ทำหุ้นซบแน่ เหตุอินฟราฟันด์รัฐฯ ยังมีน้อย - เงินเข้าหุ้นลดลง            

    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมามอบแนวทางการดำเนินงานให้แก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)โดยพูดคุยกับ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)  และ นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)  กันถึงแนวโน้มการตั้งกองทุนใหม่แทน  กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF ) และการหากลยุทธ์ให้ตลาดทุนไทยประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต ด้วยการใช้เทคโนโลยี พร้อมกับให้ตลาดทุนไทยสามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้มากขึ้น 

*** ชงกองทุนใหม่แทน LTF เน้นโครงสร้างพื้นฐาน- หุ้นยั่งยืน   
      นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)  เปิดเผยว่าตัวแทนของ FETCO ได้ประชุมร่วมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยได้เสนอรูปแบบการลงทุนในกองทุนใหม่ เพื่อให้ภาครัฐให้เครดิตภาษี 20% หรือไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี หรือไม่เกินภาระภาษีของแต่ละคน สำหรับคนที่ลงทุนในกองทุนใหม่เป็นระยะเวลา 10 ปี  เพื่อส่งเสริมการออมในระยะยาวของประเทศรองรับการเกษียณอายุ ให้กับทุกคนในทุกระดับรายได้เพื่อความเท่าเทียม หลังกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF )จะหมดอายุในการได้สิทธิทางภาษีถึงสิ้นปี 62
โดยเบื้องต้นมีเงื่อนไขว่า กองทุนดังกล่าว ต้องลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และในหุ้นที่ยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ประเทศ ในสัดส่วน 50% ของพอร์ตการลงทุน และส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับผู้จัดการกองทุน
     โดยเงื่อนไขการได้เครดิตภาษีจากกองทุนใหม่ เป็นธรรมมากขึ้น เพราะสามารถนำเงิน 20% ของวงเงินที่เราลงทุนมาหักภาษีได้เลย เช่น ซื้อกองทุน 1 แสนบาท ก็สามารถนำ 20% หรือ 2 หมื่นบาทมาหักภาษีในบรรทัดสุดท้ายของเงินภาษีที่ต้องจ่ายได้ทันที ต่างจาก LTF ที่จะเอื้อประโยชน์แต่กลุ่มคนที่มีศักยภาพสูง 
     " เรื่องนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่ทางรัฐบาล ยังไม่กำหนดเงื่อนเวลาเห็นชอบว่าจะเป็นเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าการได้เครดิตภาษี 20% จะเป็นธรรมกับคนที่มีรายได้ทุกระดับมากขึ้น" เขากล่าว
 
*** "ภากร"  เชื่อ LTF หมดอายุกระทบดัชนีฯ ไม่มาก 
    นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ข้อเสนอของ FETCO จะสร้างแรงจูงใจในการออมระยะยาว ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศที่ภาครัฐจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้นด้วย 
    ขณะที่ผลกระทบจากเม็ดเงิน LTF ที่จะหมดมาตรการลดหน่อยภาษีเชื่อว่าจะไม่กระทบดัชนีรุนแรง เนื่องจากเม็ดเงินคงค้างจาก LTF มีประมาณ 3 แสนล้านบาท ในแต่ละปีจะมีเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท แต่มูลค่าการซื้อขายในตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้น เม็ดเงิน LTF จึงไม่ได้สูงจนสร้างผลกระทบรายวัน    
    
*** หาผลิตภัณฑ์การเงินเชื่อมอาเซียน   
    นายภากร กล่าวเพิ่มเติมว่า  ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ได้เริ่มทำระบบDigital National ID และCyber Security เพื่อความสะดวกสบายของการเปิดพอร์ตลงทุนและความปลอดภัยในการลงทุน แต่ยังติดเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆในขั้นตอนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), ขั้นตอนของรัฐสภา หรือขั้นตอนของกฤษฎีกาต่าง ๆ อยู่จึงได้เสนอให้นายสมคิด พิจารณาเพื่อผลักดันหรือสนับสนุนให้เกิดขึ้นจริง การใช้เทคโนโลยีรูปแบบใหม่และเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจการลงทุนมากขึ้นและใช้กลยุทธ์การลงทุน เช่น Dollar Cost Average (DCA) เพื่อช่วยในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และการใช้ผลิตภัณฑ์กองทุนรวมต่าง ๆ ที่จะทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ส่วนการเชื่อมต่อระหว่างตลาดต่างๆในภูมิภาคอย่างCLMVและอาเซียน ตลท.ได้เครื่องมือต่างๆและหาเครื่องมือใหม่ๆที่จะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งในเบื้องต้น เอาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน อย่างการจดทะเบียนหลักทรัพย์ข้ามตลาด (Cross Listing), กองทุน ETF,ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR), ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อได้สะดวกและง่ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นระหว่างกลุ่มประเทศ CLMV, ในภูมิภาคอาเซียน และนอกภูมิภาคอาเซียน ซึ่งตลท.มีเป้าหมายในการสร้างสภาพคล่องข้ามตลาดให้สามารถเกิดขึ้นได้การจดทะเบียนหลัก

*** โบรกฯ ชี้หุ้นกระอักแน่ เหตุกองโครงสร้างพื้นฐานมีน้อย - เงินเข้าหุ้นลดลง 
    นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่ FETCO จะเสนอให้จัดตั้งกองทุนใหม่แทน LTF โดยจะเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศนั้น มองว่า หากเกิดขึ้นจริง อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน หรือ ทำให้ตลาดหุ้นซบเซาได้ เนื่องจากปัจจุบันกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยมี 7-8 กองทุนเท่านั้น และการลงทุนในกองทุนจะเน้นปันผลในระยะยาว  
     “ในกรณีที่หาก LTF ไม่ได้รับสิทธิทางภาษีแล้ว อาจทำให้แรงหนุนหุ้นหายไป โดยเฉพาะในช่วงท้ายปีที่ LTF จะค่อนข้างคึกคักมาก และจะค่อนข้างเป็นแรงหนุนสำคัญในตลาดหุ้นคึกคักเป็นพิเศษ แต่หากตัดสินใจเสนอในรูปแบบกองใหม่ที่จะไปลงทุนกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียวถึงได้สิทธิพิเศษ มันเหมือนการหักดิบเกินไป เพราะกลุ่มกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมีจำนวนไม่ได้มาก และคงไม่ได้เป็นแรงหนุนต่อหุ้นช่วงท้ายปีอีกแน่นอน”นายวิจิตร กล่าว     


    
    
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด