ข่าวนี้ที่ 1

CPN ลั่นรายได้ปี 63 โต 13% จ่อลงทุนหนัก 2.2 หมื่นลบ.

CPN ลั่นรายได้ปี 63 โต 13% จ่อลงทุนหนัก 2.2 หมื่นลบ.


    "เซ็นทรัลพัฒนา" ประกาศทุ่มงบ 2.2 หมื่นล้านบาท พัฒนา 17 โครงการใหม่ ภายในปี 65 มีทั้งมิกซ์ยูส-ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าโครงการร่วมทุน Dusit Central Park มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท และโครงการภายใต้ GLAND ย่านพระราม 9  ส่วนรายได้ปี 63 คาดโต 12-13%  จากปีนี้โตทะลุเป้า 11% หลังเปิด "เซ็นทรัล วิลเลจ" และพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น

*** ทุ่ม 2.2 หมื่นลบ.พัฒนาโครงการใหม่
     นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า บริษัทได้วางงบลงทุนใน 3 ปีข้างหน้า (63-65) ราว 2.2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่  17 แห่ง ภายในปี 65
     มี 5 โครงการไฮไลท์สำคัญ  เพื่อพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสรูปแบบใหม่ใจกลางเมือง 3 โครงการ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา, ศรีราชา, จันทบุรี  ส่วนอีก 2 โครงการ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 และ รามอินทรา จะพลิกโฉมให้เป็น New Urbanised District  
     โดย เซ็นทรัล พลาซา อยุธยา  จะใช้เงินลงทุนอยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท กรอบระยะเวลาเริ่มเปิดให้บริการไตรมาส 2/64   เซ็นทรัล พลาซา ศรีราชา มูลค่าโครงการ  4.2 พันล้านบาท กรอบระยะเวลาเริ่มเปิดให้บริการไตรมาส 2/64 และเซ็นทรัล พลาซา จันทบุรี มูลค่าโครงการ 3.5 พันล้านบาท ระยะเวลาเริ่มเปิดให้บริการไตรมาส 2/65
       ส่วนการพลิกโฉม  2 โครงการ เป็น  New Urbanised District   บนทำเลศักยภาพใหม่ของกรุงเทพฯ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2  คาดว่าใช้งบลงทุนราว 1.5 พันล้านบาท คาดแล้วเสร็จในไตรมาส  1/65  ส่วนเซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา ใช้งบลงทุนราว 1.6 พันล้านบาท คาดแล้วเสร็จในไตรมาส  4/64

*** เล็งปรับปรุง 12 สาขาเดิม
     ในปี 63 บริษัทจะทำการปรับปรุงและขยายพื้นที่ศูนย์การค้าอีก 12 สาขาทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา บางนา, เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี, เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัล มารีนา พัทยา, เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย และเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่
     "การประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการ ศูนย์การค้า และ Mixed-use development ครั้งสำคัญ ที่จะเป็นแผนเพื่อส่งเสริมการ ‘สร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศ เป็น Center of Life ของทุกจังหวัด’ ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่พัฒนาไปและลงลึกกับความต้องการของคนและชุมชนในแต่ละโลเคชั่นแบบ Area-Based Creation พร้อมทั้ง ‘Magnify Local Essence’ ดึงจุดเด่นของพื้นที่มาสร้างเป็น ‘Magnet’ ช่วยยกระดับบทบาทของพื้นที่นั้นๆ ในระดับประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว "

*** จับมือ DTC-GLAND ผุด 2 โครงการยักษ์
    บริษัทยังได้ร่วมทุนกับ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC  ในโครงการ " Dusit Central Park"  มูลค่า 3.67 หมื่นล้านบาท  ที่คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 67  และโครงการภายใต้บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLAND ในทำเลพระราม 9  หลังจากบริษัทได้เข้าซื้อกิจการ ซึ่งทั้ง 2 โครงการอยู่ในระหว่างการทำแผน และคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดได้ในต้นปี 63
      "เรายังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการศูนย์การค้า และ Mixed-use development  ที่จะเป็นแผนเพื่อส่งเสริมการสร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศ เป็น Center of Life ของทุกจังหวัด   ช่วยยกระดับบทบาทของพื้นที่นั้นๆ ในระดับประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว  "นางสาววัลยา กล่าว 

*** วางเป้ารายได้ปี 63 โต 12-13%
     ในปี 63 บริษัทประเมินว่ารายได้จะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง ราว 12-13% แม้ว่าจะไม่มีการเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ และมีการปรับปรุงและขยายพื้นที่ศูนย์การค้าอีก 12 สาขาก็ตาม โดยบริษัทจะมีการรับรู้รายได้เต็มปีจากศูนย์การค้าที่เปิดใหม่ในปี 62 ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ตและ เซ็นทรัล ไอซิตี้ เข้ามาทดแทน
    สำหรับภาพรวมการดำเนินงานในปี 62 บริษัทคาดว่าจะเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 11% หรือจะเติบโต 12-13%  เป็นผลจากธุรกิจศูนย์การค้ามีการรับรู้รายได้เพิ่มมากขึ้น ตามการเปิดศูนย์การค้า เซ็นทรัล วิลเลจ และพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าวเซ็นทรัล พลาซ่าเชียงราย เซ็นทรัล พลาซ่าชลบุรี

***  โบรกฯ ชี้ศูนย์การค้าใหม่หนุนผลงานโต
    บทวิเคราะห์ บล.เอเชีย เวลท์ ระบุ Central Village ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว โดยมีผู้ใช้บริการกว่า 20,000 คนต่อวัน สูงกว่าที่บริษัทคาดไว้ที่ 17,000 คนต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุน Occupancy Rate ในช่วงไตรมาส 4/62 ให้ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 85% จากระดับปัจจุบันที่ 75% นอกจากนี้ความกังวลข้อพิพาทกับทาง AOT ได้ผ่อนคลายลง หลังศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
    ส่วนศูนย์การค้า "I City" ที่มาเลเซียที่มีการเปิดตัวไปในไตรมาส 2/62 จะช่วยหนุนรายได้ในครึ่งปีหลังให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดว่า ณ สิ้นปี 2562 จะมี Occupancy Rate ที่ 80% (จากปัจจุบันอยู่ระดับ 70%)
     การโอนคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จจำนวน 4 โครงการใน 2H62 มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 4,300 ล้านบาท
     บริษัทมีแผนขายอสังหาริมทรัพย์เข้ากอง CPNREIT ในช่วงปลายปี 2562 มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท
      คาดว่าบริษัทจะได้ข้อสรุปแผนการพัฒนาโครงการบริเวณสถานทูตอังกฤษเดิม (พื้นที่ 22 ไร่) ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมกับทางกลุ่ม Hong Kong Land ในการพัฒนา ภายในสิ้นปีนี้
     อย่างไรก็ตาม CPN ยังมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) จากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Sell Signal โดย CPN มีเพียงความแข็งแกร่งในระยะสั้นจากการเกิด Daily Buy Signal เท่านั้น เมื่อพิจารณา CPN มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 69 บาทและมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 72.25 บาท โดยมีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 64.50 บาท (Resistance: 68.75, 69.75, 70.75; Support: 67.00, 66.00, 65.00)
     ด้าน บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุ โครงการ  Central Village มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากกว่าที่ CPN คาดการณ์ไว้  และบริษัทยังมีแผนจะประกาศแผนพัฒนาศูนย์การค้าใหม่สองโครงการใน 4Q19  ยังแนะนำ “ซื้อ” CPN ที่ราคาเป้าหมาย 86 บาท โดยเล็งเห็นปัจจัยบวกจากแผนขายศูนย์การค้าสี่แห่งให้กับ CPNREIT ช่วงต้นปี 2020
         
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด