ข่าวนี้ที่ 1

S ลงทุน 8.5 หมื่นลบ. หวังขึ้นชั้นอสังหาฯโลก-ติดดัชนี DJSI

S ลงทุน 8.5 หมื่นลบ. หวังขึ้นชั้นอสังหาฯโลก-ติดดัชนี DJSI

"สิงห์ เอสเตท" มั่นใจรายได้ปี 62 แตะ 2 หมื่นลบ. หลังทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว และรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการ"สิงห์ คอมเพล็กซ์"- 6 โรงแรม Outrigger  พร้อมทุ่มงบ 8.5 หมื่นลบ.  ลงทุนในทุกกลุ่มธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ หวังก้าวขึ้นสู่การเป็น "โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี"  จ่อโรดโชว์ต่างประเทศ หวังดึงกองทุน-ต่างชาติถือหุ้น ก่อนเข้าดัชนี DJSI ปี 66 

***  ปี 62 ทำรายได้แตะ 2 หมื่นลบ.
    นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S  ประเมินว่า ในปี 62 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ระดับ 2 หมื่นล้านบาท  จากการทยอยรับรู้รายได้จากการโอนโครงการที่พักอาศัยที่ทยอยสร้างเสร็จ ได้แก่ ดิ เอส อโศก, ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์, สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส, บันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ มูลค่ารวมราว 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่บริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อยู่ราว 1.5 หมื่นล้านบาท  ทยอยรับรู้ตั้งแต่ปีนี้ ถึงปี 63
    นอกจากนี้จะรับรู้รายได้เข้าเต็มปี จากการเปิดอาคารสำนักงานสิงห์ คอมเพล็กซ์ โรงแรม Outrigger 6 โรงแรม และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ CROSSROADS สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ที่โรงแรม Curio by Hilton จะเปิดให้บริการ ม.ค. 62 และ Hardrock เปิดให้บริการ มี.ค. 62 ส่งผลให้ในปี 62 บริษัทมีโรงแรมทั้งหมด 42 แห่งจากสิ้นปี 61 อยู่ที่ 37 แห่ง
    มองจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปรับลดลงไม่กระทบรายได้ธุรกิจโรงแรม  เนื่องจากการให้บริการของธุรกิจโรงแรมภายในประเทศไทย มีสัดส่วนจากกลุ่มลูกค้าจีนค่อนข้งน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นกลุ่มยุโรป

*** ทุ่ม 8.5 หมื่นลบ.ลงทุนใน-นอก
    นายนริศ กล่าวว่า  ตามแผนระยะยาว ปี 62-66  บริษัทเตรียมลงทุนด้วยงบประมาณ  8.5 หมื่นล้านบาท  เพื่อพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพในทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับบริษัท โดยจะใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสด การออกหุ้นกู้และการกู้ยืมจากสถาบันทางการเงิน ซึ่งบริษัทมีนโยบายจะควบคุมหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่ให้เกิน 1.2 เท่า และขณะเดียวบริษัทมีแผนระดมทุนระยะยาว ผ่านการตั้งกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)
     ในปี 62 คาดว่าจะใช้งบลงทุน  2 หมื่นล้านบาท   แบ่งเป็นเพื่อเข้าซื้อกิจการทั้งธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ราว 1 หมื่นล้านบาท  ปัจจุบันได้มีการเจรจาซื้อธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ  คาดว่าภายในปี 62 จะสามารถปิดดีลได้ 1-2 แห่ง   
    นอกจากนี้จะใช้งบลงทุนอีก 5 พันล้านบาท จัดซื้อที่ดินเพื่อเตรียมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งตามแผนงาน จะลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมอีกอย่างน้อย 1 โครงการ ขณะที่ธุรกิจสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก คาดว่าจะได้เริ่มก่อสร้างและเปิดตัวอีก 1 โครงการ หรือโครงการอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่า (โครงการ OASIS) มูลค่าโครงการราว 4 - 5 พันล้านบาท โดยติดกับอาคารซันทาวเวอร์ส บริเวณถนนวิภาวดี - รังสิต
     บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ 2 - 3 ธุรกิจ ที่ผู้บริโภคมีความต้องการค่อนข้างสูง และสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมออย่างเช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายจะผลักดันสัดส่วนรายได้ประจำ อยู่ที่ระดับ 50% ภายในปี 66 จากปัจจุบันมีสัดส่วนจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 50%
    “ผมมั่นใจที่จะนำบริษัทให้ก้าวไปข้างหน้าและบรรลุเป้าหมายใหม่ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ซึ่งเราได้เตรียมงบลงทุน 8.5 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพในทุกกลุ่มธุรกิจ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับบริษัทอีกด้วย”

*** จ่อโรดโชว์ดึงต่างชาติถือหุ้น
    บริษัทมีแผนที่จะไปโรดโชว์ในต่างประเทศ เพื่อดึงกองทุนต่างชาติและกองทุนระดับโลกเข้ามาถือจากปัจจุบันที่ยังไม่มีเข้ามาถือหุ้น ตามเป้าหมายในการเป็น Global Holding Company ที่มีชื่อเสียงในระดับสากล ซึ่งในปี 66 บริษัทคาดว่าจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกดัชนี Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI ได้

*** เปิด 4 กลยุทธ สู่ "โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี"
    นายนริศ  กล่าวอีกว่า บริษัทมุ่งสู่การเป็น “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” (Global Holding Company)  เผยแผนการขับเคลื่อนองค์กรใหม่ผ่านกลยุทธ์เพื่อพัฒนาองค์กรให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยกลยุทธ์หลัก ประกอบไปด้วย
    1. Reputable Global Holding Company บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเป็น Global Holding Company ที่มีชื่อเสียงในระดับสากล มุ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพภายใต้แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม (Leading Premium Brand) กระจายการลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก ภายใต้กลยุทธ์ Smart M&A  นอกจากนี้บริษัทฯวางแผนยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาและบริหารโครงการในต่างประเทศ (Management Capability Enhancement)  
    2. Singha Estate Branding เพื่อตอกย้ำจุดยืนของการเป็น “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” (Global Holding Company) บริษัทฯมุ่งสร้างแบรนด์ “สิงห์ เอสเตท” ให้เป็นแบรนด์ชั้นนำและน่าเชื่อถือ สะท้อนเอกลักษณ์ที่ประณีตและคุณภาพระดับพรีเมี่ยม มีมาตรฐานระดับสากล  
    3. Business & Organization of Tomorrow การปรับองค์กรให้มีความพร้อมในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัว ทั้งในด้านธุรกิจ พอร์ทโฟลิโอ และการดำเนินการ  
    4. Sustainable Development  ได้นำแนวคิดเรื่องความสมดุลของการอยู่ร่วมกัน (Harmonious Co-Existence) และการสร้างองค์ความรู้ (Body of Knowledge) มาใช้ผ่านกิจกรรมหลายอย่างในหลายปีที่ผ่านมา อาทิ เช่น โครงการ “โตไวไว” ที่สร้างความสมดุลให้กับธรรมชาติ  มุ่งเน้นที่จะช่วยชุมชนให้มีความยั่งยืนในตัวเอง (Self-sustained Communities) ผ่านการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน (Social Enterprise) และทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรด้านความยั่งยืนในระดับสากล  
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด