ข่าวนี้ที่ 1

AOT ติดปีกรับไฮซีซั่น-ปีหน้าอัพไซด์บาน

AOT ติดปีกรับไฮซีซั่น-ปีหน้าอัพไซด์บาน

 

    AOT เทรดคึกคักดักไฮซีซั่น-เทศกาล Golden week ชาวจีน สำรวจมุมมองโบรกฯ มองข้ามช็อตปี 62/63 (ต.ค.62- ก.ย.63) อัพไซด์เพียบ จากการประมูลพื้นที่พาณิชย์ดอนเมือง-การขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน-รับโอนสนามบินจาก กบร. ด้านผู้บริหารยันปี 63/64 (ต.ค.63- ก.ย.64) กำไรนอนมา 4 หมื่นลบ. 
 
    ราคาหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT)วันที่ 30 ก.ย. 62 บวกสวนตลาดรวม พร้อมด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.25 พันล้านบาทสูงสุดอันดับ 1 โดยปิดการซื้อขายที่ 74.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.67% ขณะที่ SET ปิดแดนลบ 6.54 จุด หรือ 0.40% มาอยู่ที่ 1,637.22 จุด 
    โบรกฯ มองว่าอาจเกิดแรงเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้น AOT จากความคาดหวังต่อการได้ประโยชน์จาก Golden week ของชาวจีน (เริ่ม 1 - 7ต.ค.)  ขณะที่ผู้บริหาร AOT ไม่ทราบสาเหตุหุ้นพุ่ง แต่ส่งสัญญาณงวดปี ปี63/64 กำไรไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากงวดปีนี้ (61/62) ที่กำไรจะแค่ทรงๆ ราว 2.5 หมื่นลบ.   

*** คาดแรงเก็งกำไร AOT จากโมเมนตัมนักท่องเที่ยวจีนฟื้น  


    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า  แนวโน้มการเทรดหุ้น  AOT วันนี้ น่าจะเกิดการเก็งกำไรระยะสั้นจากความคาดหวังว่า AOT น่าจะได้ประโยชน์จาก Golden weekของชาวจีน ( เริ่ม 1 - 7 ต.ค.) ที่จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในไทย เป็นโมเมนตัมบวกต่อเนื่องจาก เดือน ส.ค.ที่นักท่องเที่ยวจีนโต 19% YoYโดยที่ได้มองข้ามงบการเงินงวด Q4ปี61/62 (สิ้นงวด ก.ย.) ที่ผลประกอบการ AOTจะถูกฉุดจากการตั้งสำรองตาม พ.ร.บ.แรงงานฉบับใหม่ และค่าใช้จ่ายโบนัสที่จะบันทึกในงวดนี้  


    สำหรับแนวคิดในการเทรดสำหรับนักลงทุนในระยะกลาง สามารถใช้จังหวะอ่อนตัวสะสมหุ้น AOT ได้บริเวณโซนแนวรับ 73.00-74.00 บาท ด้วยอัพไซด์ปีหน้าที่ AOT จะเปิดประมูลพื้นที่พาณิชย์ดอนเมือง, การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (Passenger Service Charge:PSC) และการรับโอนสนามบินจากคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) 
 
***คาดนักท่องเที่ยวจีนช่วง Golden week ราว 2.7 แสนคน โต 10% YoY 


     เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี ที่ระบุว่า กลุ่มท่องเที่ยวจะรับอานิสงส์ Golden weekของจีนในช่วงวันที่ 1-7 ต.ค.นี้ และยกให้ AOTคือหนึ่งในหุ้นเด่นกลุ่มท่องเที่ยว โดยตลอดทั้งสัปดาห์นี้ (1-7 ต.ค.) สถานที่ราชการ และสถานที่ทำงานต่างๆ ของจีนจะหยุดทำการเพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับวันชาติของจีน ซึ่งปีนี้เป็นการครบรอบ 70 ปี  ซึ่งโดยปกติประชาชนชาวจีนจะเดินทางกลับบ้านและเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก         


    เบื้องต้นยังเชื่อว่าประเทศไทยจะยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวจีน โดยสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) คาดจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในไทยในช่วง Golden week ของปีนี้ประมาณ 2.7 แสนคน เพิ่มขึ้น 10% YoY เป็นบวกโดยตรงต่อกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวและกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เลือก AOT เป็นหนึ่งใน Top pick  

*** โบรกฯ คาดกำไร AOT งวดปี 63/64 โตกว่า 43% 

     บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดแนวโน้มผลประกอบการ Q4 ปี61/62 (ก.ค.-ก.ย.62) กำไรสุทธิลดลง 8.5% YoY ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่ลดลง 8.6%  YoY เนื่องจาก 1) ถูกฉุดจากค่าใช้จ่ายพิเศษ (Employee Benefit)-740 ล้านบาท และ 2) การฟื้นตัวของปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป +1% ถึง +2% YoY เท่านั้น 


    แต่ถ้าไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษคาดกำไรปกติ  Q4 (ก.ค.-ก.ย.62)  เติบโต +7.4% YoYจากฐานต่ำในปีก่อน (นักท่องเที่ยวจีนหดตัวจากเหตุเรือล่ม) คงคำแนะนำ NEUTRAL ราคาเป้าหมาย 74 บาท          

    ทั้งนี้ มองว่า AOT มีโอกาสการเติบโตของผลประกอบการปี 63/64 (ต.ค.63-ก.ย.64) กว่า 43% YoY จากการเริ่มสัญญา Duty free ใหม่กับ King Power นอกจากนี้ ยังมีอัพไซด์จากการประมูล Duty free ดอนเมือง และ Pick-up counter สุวรรณภูมิ

***คาดจำนวนผู้โดยสาร AOT โต 2 หลักในงวด Q1ปี62/63


    บล.ทิสโก้ กล่าวว่า จากข้อมูลของ AOT จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 17.3% ในเดือน ส.ค. เทียบกับเดือน ก.ค. และ มิ.ย. ที่ +4.3% และ -7.4% ตามลำดับ  และสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวรายงานนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 18.1% ในเดือน ส.ค. เทียบกับเดือนก่อนที่ +1.5% เป็นสิ่งที่ยืนยันการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงปลายปี


     เชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นมาจาก 1) การแข่งขันราคาของโรงแรมไทยที่เพิ่มขึ้น 2) ฐานที่ต่ำในปีก่อน จากเหตุเรือล่ม และ 3) มาตรการฟรีวีซ่าของภาครัฐ


     ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าผู้โดยสารต่างชาติจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงเดือน พ.ย.จากฐานที่ต่ำในปีก่อน (เหตุเรือล่ม ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง 16.6% และ 11.2% ในเดือน ต.ค. –พ.ย.) ในขณะที่สมาคมไทยบริการท่องเที่ยวรายงานยอดลดลงถึง 31-34% YoY ประกอบกับจีนจะหยุดช่วง Golden Week และโรงแรมไทยไม่มีการปรับลดโปรโมชั่นลง ทำให้เราคาดว่าจำนวนผู้โดยสารของ AOT จะเติบโตได้ในระดับ 2 หลักในงวด Q1 ปี2562/2563 (ต.ค.-ธ.ค.62) แนะ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 82 บาท 

*** รับรู้กระแสรายได้ก้อนโตจาก King Power เริ่ม ต.ค.63  

     บล.เคจีไอ  กล่าวว่า  ในระยะยาว AOT จะรับรู้กระแสรายได้ก้อนโตซึ่งมีการประกันรายได้ขั้นต่ำเอาไว้ที่ปีละ 2.35 หมื่นล้านบาท เป็นเวลา 10.5 ปี จาก King Power โดยจะเริ่มในเดือนตุลาคม 2563 (งวดปี 2563/2564 ของ AOT)จากการที่ King Power ชนะประมูล 3 สัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ (ร้านค้าปลอดภาษี และพื้นที่ค้าปลีก) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินในต่างจังหวัด (ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่)  ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ปี 2563/2564 เป็นต้นไป 

      นอกจากนี้ คาดว่า AOT จะออก terms of reference (TOR) สำหรับการประมูล 1) สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินดอนเมืองก่อนสิ้นปีนี้ และ 2) เคาน์เตอร์รับสินเค้าปลอดภาษีที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อนกลางปี 2563 

      ทั้งนี้ สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินดอนเมืองจะหมดอายุในเดือนกันยายน 2565 เชื่อว่าการประมูลสัมปทานสองรายการนี้จะเป็นอัพไซด์ของผลประกอบการ AOT


      คงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมายปี 2563/2564 ที่ 86.00 บาท (หลังจากปรับประมาณการกำไร, ปรับลด terminal growth ลงจากเดิม 4% เหลือ 3% และปรับลด risk-free rate จาก 3.7% เหลือ 3.1%) ลดลงจากเดิมที่ 88.00 บาท  

*** บิ๊ก AOT คาดปี 2563/2564  กำไรไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นลบ. 


     นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า กำไรงวดงวดปี 2561/2562 (ตุลาคม 2561-กันยายน 2562) น่าจะทำได้แค่ทรงๆ จากปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 25,000 ล้านบาท ซึ่งการพยายามประคองรายได้นี้เกิดจาก แผนการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ 


     ทั้งนี้ แม้กำไรงวดงวดปี 61/62 จะทำได้แค่ทรงๆ แต่เชื่อว่าในงวดปี 63/64  (ต.ค.63-ก.ย.64) จะดีขึ้นอย่างโดเด่น เพราะเริ่มรับรู้กระแสรายได้จาก King Power คาดจะหนุนให้กำไรสุทธิของบริษัทในปีนั้นไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท

 
    "ปีนี้ผมก็บอกอยู่เรื่อยๆ ว่ากำไรทรงๆ จากปีที่แล้ว คือไม่มีได้มีนัยยะอะไรคง 25,000 ลบ.แต่ปี 63/64 King Power เค้าให้จากเดิมที่คาดไว้ประมาณ 8,000 กว่าขึ้นไปเป็น 24,000 กว่าล้านบาท หมายความว่าเค้าให้อีกประมาณ  14,000 ล้านบาท ซึ่งก็จะดีกับปีงบประมาณใหม่ต่อให้เราไม่มี Growthยังไงๆ มันก็บวกอีก 14,000 ล้านบาท ดังนั้น กำไรจาก 25,000-26,000 ก็จะเป็น 40,000 ล้านบาท นั่นคือปีงบประมาณที่รุ่งโรจน์ในงวดปี 2563/2564 " นายนิตินัย กล่าว 

*** งวดปี 62/63 ดิจิทัลแพลตฟอร์ม-Certify Hub หนุน


      นายนิตินัย กล่าวว่า ส่วน 12 เดือนจากนี้ (เริ่ม 1 ต.ค.62-ก.ย.63) ตัวที่จะช่วยสร้างรายได้ให้ AOT คือการทำ 2 เรื่องที่สำคัญ คือ 1.Digital Platform และ 2. Certify Hub 


     "ตัวดิจิทัลแพลตฟอร์มเปิดตัวไปแล้ววันที่ 21 สิงหาคม แต่จะ full ฟังก์ชันจริงๆ ประมาณปลายเดือน พ.ย. พอเราหวังรายได้เป็นเรื่องเป็นราวคงจะประมาณต้นปีปฏิทิน  ถึงจะเริ่มรับรู้รายได้ กับอีกอันคือเรื่องของ Certify Hub เป็นเรื่องของคาร์โก้ ก็เชื่อว่าอีก 2-3 เดือนก็น่าจะจัดตั้งบริษัทลูกได้ ดังนั้น ก็จะไปบรรจบประมาณต้นปีปฏิทินเช่นเดียวกัน" นายนิตินัย กล่าว  
     
      

          
 

      



Tags:

AOT




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด