ข่าวนี้ที่ 1

SHR มั่นใจปี 63 พลิกกำไร เล็งทุ่ม 4-6 พันลบ.ซื้อโรงแรม

SHR มั่นใจปี 63 พลิกกำไร เล็งทุ่ม 4-6 พันลบ.ซื้อโรงแรม

 "เอส โฮเทล แอนท์ รีสอร์ท" มั่นใจปี 63 พลิกกำไร  หลังวางเป้ารายได้รวมพุ่ง 60% จากการรับรู้โครงการ"ครอสโร้ดส์"เต็มปี  เล็งจ่ายปันผลทันที  พร้อมทุ่มงบ 4-6 พันล้านบาท ซื้อกิจการโรงแรมในและต่างประเทศ  หวังผลตอบแทนการลงทุน(IRR)ไม่ต่ำกว่า 12% 

*** ปี 63 มั่นใจพลิกมีกำไร

    นายชัยรัตน์ ศิวะพนพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท เอส โฮเทล แอนท์ รีสอร์ท จำกัด(มหาชน) หรือ SHR เปิดเผยว่า ในปี 63 คาดรายได้รวมจะเติบโต 60% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตปกติเหมือนในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ได้รับแรงหนุนจากการรับรู้รายได้โครงการครอสโร้ดส์ (CROSSROADS) เข้ามาเต็มปี ส่งผลถึงกำไรสุทธิ พลิกกลับมาเป็นบวกได้ จากปีนี้ ที่ยังจะมีผลขาดทุนอยู่   โดย 9 เดือนที่ผ่านมา มีผลขาดทุนสุทธิ 299.87 ล้านบาท

    “ปีหน้าคาดว่า เราจะพลิกมีกำไรได้ ซึ่งจะจ่ายปันผลในอัตราที่ไม่น้อยกว่า 40% เป็นนโยบายของบริษัท ส่วนรายได้ก็โตตามโครงการที่จะรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปีอย่าง CROSSROADS”นายชัยรัตน์ กล่าว
 
ในปี 63 จะมีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมที่เปิดให้บริการใหม่ในโครงการครอสโร้ดส์ ในหมู่เกาะมัลดีฟส์ (Maldives) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม ซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน (SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton) และ โรงแรม ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives) เข้ามาเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของรายได้รวม หรือประมาณ 30-40% ของรายได้รวม

*** เล็งปรับเพิ่มค่าห้องพัก

    สำหรับโรงแรม ซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน และ โรงแรม ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 62  ซึ่งช่วง 2 เดือนแรก มีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) เฉลี่ยกว่า 29% เป็นตัวเลขที่น่าพอใจของโรงแรมที่เปิดใหม่ และคาดในช่วงไตรมาส 4/62 จะมียอด Occupancy Rate เฉลี่ยจากโรงแรมทั้ง 2 แห่ง ที่ 40% และในไตรมาส 1/63 จะมียอด Occupancy Rate เฉลี่ยจากโรงแรมทั้ง 2 แห่ง ที่ 50-60%

     สำหรับโรงแรม ซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน มีจำนวนห้องพัก 198 ห้อง ราคาห้องพักเฉลี่ยที่กว่า 300 เหรียญต่อคืน (ประมาณ 10,500 บาทต่อคืน) และ ในปี 63 จะปรับเพิ่มราคาห้องพักเฉลี่ยเป็นประมาณ 400 เหรียญต่อคืน 

    ส่วนโรงแรม ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ มีจำนวนห้องพักรวม 178 ห้อง ราคาห้องพักเฉลี่ยที่กว่า 400-500 เหรียญต่อคืน ประกอบกับ ภายในในโครงการครอสโร้ดส์ ยังมีพื้นที่เช่าภายใต้ชื่อ โครงการ เดอะ มารีน่า แอท ครอสโร้ดส์ (The Marina @ CROSSROADS) จำนวน 40-50 ยูนิต ซึ่งเปิดให้ผู้เช้าในกลุ่มร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และ สปา เข้ามาเปิดบริการ ปัจจุบันมีการเช่าพื้นที่แล้วประมาณ 50% ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางที่เพิ่มรายได้เข้ามา

*** วางงบ 4-6 พันลบ.ซื้อโรงแรม
  

 ปี 63 วางงบลงทุน จำนวน  4,000-6,000 ล้านบาท เน้นเข้าซื้อกิจการโรงแรมทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจา โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ และ บริษัทตั้งเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 12% 

    นอกจากนี้ ยังตั้งงบลงทุนอีก 700 ล้านบาท ใช้ในการปรับปรุงและต่อเติมโรงแรมเดิมในพอร์ตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรที่ดีให้กับบริษัท  ทั้งโรงแรมภายใต้แบรนด์เอาท์ทริกเกอร์ (Outrigger) จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรม เอาท์ทริกเกอร์ ลากูน่า ภูเก็ต บีชรีสอร์ท (Outrigger Laguna Phuket Beach Resort) เพิ่มจำนวนห้องพักอีก 25 ห้อง และ เพิ่มห้องประชุมที่จุคนได้ 350 คน คาดจะมีการจัดประชุมที่ประมาณ 20-30 งานต่อปี , โรงแรม เอาท์ริกเกอร์ ฟีจี บีช รีสอร์ท ประเทศฟีจี (Outrigger Fiji Beach Resort) ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรม และ โรงแรม เอาต์ทริกเกอร์ โคนอตตา มัลดีฟส์ รีสอร์ต (Outrigger Konotta Maldives Resort) เพิ่มจำนวนห้องพักอีก 20 ห้อง และ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน

*** ยันราคาหุ้นยังต่ำกว่าจอง ไม่สะท้อนพื้นฐาน 
  

   สำหรับราคาหุ้นของบริษัทที่ปรับตัวลดลงมาตั้งแต่เข้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น นายชัยรัตน์ กล่าวว่า มูลค่าหุ้นทางบัญชี (Book Value) ปัจจุบันของบริษัทถือว่ามีความเหมาะสมกับสินทรัพย์ที่บริษัทมีอยู่ในปัจจุบัน และ โครงการในอนาคตที่กำลังพัฒนา แม้ว่า ตอนนี้ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(IPO) ที่ 5.20 บาท/หุ้น 

    ส่วนในอนาคตหากผู้บริหารจะซื้อหุ้นเพิ่มหรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะพิจารณาเองหากได้ราคาที่เหมาะสม

     “ราคาหุ้นที่เทรดอยู่ในปัจจุบันมองว่า ราคายังไม่สะท้อนกับราคาที่แท้จริง และจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ ตลอดจนสินทรัพย์ที่กำลังจะพัฒนาในอนาคตยังมีอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็น Outrigger หรือ CROSSROADS”นายชัยรัตน์ กล่าว

    สำหรับราคาหุ้น SHR ปิดตลาด ณ วันที่ 11 ธ.ค.62 อยู่ที่ 3.86 บาท ลดลง 0.08 บาท หรือ 2.03% มูลค่าการซื้อขาย 25.4 ล้านบาท 

*** โบรกฯให้เป้า 5.60-5.70 บาท 

    ก่อนหน้านี้ บล.ทิสโก้ ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้นของ SHR ที่ 5.60 – 6.70 บาท โดยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow หรือ DCF) เนื่องจากรายได้ของบริษัทเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ (Recurring income) จากธุรกิจโรงแรมและบริการและรายได้จากการรับบริหารโรงแรม โดยใช้ WACC ที่ 7.5 – 8.5% เนื่องจาก SHR ยังอยู่ในช่วงของการเติบโตจากการขยายกิจการทำให้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นในช่วงแรกก่อนที่ผลประกอบการจะตามมาในอนาคต 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด