ข่าวนี้ที่ 1

กูรูเชียร์ AOT ผงาดรับท่องเที่ยวเข้าไฮซีซั่น

กูรูเชียร์ AOT ผงาดรับท่องเที่ยวเข้าไฮซีซั่น

     นักวิเคราะห์ ประสานเสียงยกหุ้น " บมจ.ท่าอากาศยานไทย" เด่นสุดในกลุ่มท่องเที่ยว หลังตัวเลขต่างชาติ 8  เดือนทะลักเข้าไทยพุ่ง 9.9%  แม้เดือนก.ย.เข้าโลว์ซีซั่น เหตุชาวรัสเซีย - จีนยังไม่กลับมา แต่มั่นใจ Q4/61 - ต้นปีหน้ากลับมาคึกคักตามฤดูกาล พร้อมลุ้นรับข่าวดีโอน 4 สนามบินใหม่ทันในปีนี้เป็นปัจจัยหนุนอีกแรง ให้ราคาเป้าหมาย 75-80 บาท      
    
    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8 เดือนแรก 2561 ของไทย ออกมาสดใสเพราะเติบโตเกือบ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่มีสัญญาณลบจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่คาดว่าจะชะลอตัวยาวถึงเดือนกันยายน 2561 แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังประเมินว่าในไตรมาส 4/2561 ถึงไตรมาส 1/2562 นักท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักได้ตามไฮซีซั่น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT โดยตรง 
    โดยราคาหุ้น AOT ปิดการซื้อขายล่าสุด (21 ก.ย.61)  ที่ระดับ 66.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.38% มูลค่าการซื้อขาย 3.74 พันล้านบาท         
 
*** ให้น้ำหนักหุ้นท่องเที่ยว “เท่ากับตลาด” เลือก AOT เด่นสุด
    บล.เคทีบี เปิดเผยว่า ข้อมูลจากกระทรวงท่องเที่ยวฯ ระบุจำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ส.ค.2561 อยู่ที่ 3.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.04% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เพิ่มขึ้นได้ถึง 42% YoY จากการกระตุ้นการท่องเที่ยวในภาคใต้ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังหดตัวลงต่อเนื่องอีก -12% YoY จากเดือนก่อนที่ -1% YoY เพราะผลกระทบจากเรือล่มที่ภูเก็ต  ส่วน 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.61)  มียอดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 25.88 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.94% 
    ยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มท่องเที่ยวที่ “เท่ากับตลาด” โดยนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 3/61 จะชะลอตัวลงจากช่วงโลว์ซีซั่น และผลกระทบจากเรือล่ม รวมถึงฟุตบอลโลก ส่วนภาพรวมของธุรกิจอาหารน่าจะเห็น SSSG กลับมาฟื้นตัวได้ แต่จะถูกกดดันเรื่อง GPM ที่มีโอกาสปรับตัวลดลงจากการแข่งขันทางด้านราคาที่สูงขึ้นส่วนภาพรวมกำไรสุทธิของกลุ่มท่องเที่ยวจะกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้งในช่วง Q4/61 
    ทั้งนี้ เลือก AOT เป็น Top Pick ราคาเป้าหมายปีนี้ ที่ 77 บาท ด้วยวิธี DCF โดยยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะยาวจากภาพรวมการท่องเที่ยวที่ขยายตัว และ AOT ยังมีแผนพัฒนาสนามบินเดิมและสร้างสนามบินใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร 

*** เตรียมรับไฮซีซั่นช่วง Q4/61 - Q1/62   
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส  เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต กระทบความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีสัดส่วนสูง มีแนวโน้มว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.61 จะลดลง ส่งผลให้ปริมาณผู้ใช้สนามบินของ AOT ปี 60/61 (สิ้นสุดก.ย.61) จะเติบโตน้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยประเมินไว้ที่โต 8.5% จากเป้าหมายโต 9- 10%
     ทั้งนี้ แนวโน้มงวดต.ค.-ธ.ค.61 และม.ค.-มี.ค.62 ดีขึ้นเพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของท่องเที่ยวและทางการไทยเร่งแก้ปัญหาความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยวกับรัฐบาลจีน การประมูลพื้นที่ดิวตี้ฟรีสนามบินสุวรรณภูมิ ยังอยู่ระหว่างปรับปรุง TOR และอาจมีการแยกเปิดประมูลพื้นที่อาคารปัจจุบันกับอาคารหลังที่ 2 เป็นคนละรอบกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายได้ค่าเช่าบริษัทจะเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต แนะนำซื้อลงทุนให้ราคาพื้นฐาน 75 บาท
  
*** ลุ้นโอนสนามบินใหม่จะมาเร็วๆนี้ 
    บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า  AOT รอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในการโอน 4 สนามบิน (อุดรธานี, สกลนคร, ตาก และชุมพร) จากกรมท่าอากาศยาน คาดว่าเสร็จสิ้นภายในปี2561 แม้ว่าผลกระทบด้านบวกต่อกำไรในระยะสั้นจะมีไม่มากนัก แต่เรามองถึงโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าให้ AOT ได้ในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามบินอุดรธานี ซึ่งรองรับผู้โดยสาร 1.7 ล้านคนในช่วงครึ่งแรกปี 2561 (95% เป็นผู้โดยสารชาวไทย และ 5% เป็นผู้โดยสารชาวต่างชาติ) เพิ่มขึ้น 5% YoY และ ยังเป็นสนามบินที่มีผลกำไรโดดเด่นในปัจจุบัน โดยเราคาดการณ์ว่า AOT น่าจะกันงบลงทุนประมาณ 1-2 พันล้านบาทเพื่อปรับปรุงสนามบินอุดรธานี ให้เป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารและปริมาณเที่ยวบินให้เติบได้ในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เราไม่มีความวิตกกังวลทางด้านการเงินแม้ว่าจะมีงบลงทุนเพิ่มขึ้นบ้าง เนื่องจากเราคาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิของ AOT อยู่ที่เพียง 0.2 เท่า ณ สิ้นปี 2561 ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" (จาก "ถือ") และปรับเปาหมายการลงทุนไปสิ้นปีงบประมาณปี 2562 (สิ้นเดือน ก.ย.) ราคาเปาหมายตามวิธี DCF ที่ 80 บาท (WACC 7.9%, terminal growth rate 3%) 
  
*** นักท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโต 9.9% - เงินสะพัดกว่า 1.35 ล้านลบ.   
    นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.61)  ของปี 2561 ว่า   มียอดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 25,886,325 คน เพิ่มขึ้น 9.94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้ 1,350,317.90 ล้านบาท โต 12.85%  ส่วนในเดือน ส.ค.61 มียอดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 3,228,595 คน โต 3.04% เป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากที่สุด 2,206,577 คน รองลงมา คือนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรป เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง อเมริกา โอเชียเนีย และแอฟริกา ตามลำดับ
    ขณะที่นักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากที่สุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี ลาวอินเดีย ฮ่องกง เวียดนาม สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวระหว่างเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ก่อให้เกิดรายได้ 168,045.87 ล้านบาท โต 2.79%  โดยนักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี สหราชอาณาจักร ฮ่องกง อินเดีย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และลาว ตามลำดับ 
    
*** มองก.ย.ตัวเลขชะลอ เหตุกลุ่มรัสเซียยังไม่กลับ  
    ทางด้านบล.เคทีบี เปิดเผยว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวในเดือนส.ค.61 ที่ผ่านมาพบว่า ส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เพิ่มขึ้นได้ถึง 42% จากการกระตุ้นการท่องเที่ยวในภาคใต้ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังหดตัวลงต่อเนื่องอีก 12% จากเดือนก่อนที่ลดลง 1% เพราะผลกระทบจากเรือล่มที่ภูเก็ต  
    ส่วนทิศทางนักท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้ ประเมินว่า  จำนวนนักท่องเที่ยวรวม 8 เดือน  คิดเป็น 68% จากที่คาดการณ์ทั้งปี แต่ยังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมไว้ที่ 38 ล้านคน (โต 7%) ขณะที่แนวโน้มการเติบของจำนวนนักท่องเที่ยวรวมในเดือน ก.ย.61  ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ชะลอตัวลง เพราะนักท่องเที่ยวรัสเซียยังไม่กลับมาเที่ยวไทย เพราะหันไปเที่ยวตุรกีจากผลของค่าเงินที่ถูกลง และนักท่องเที่ยวจีนยังได้รับผลจากเรือล่มที่ภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีผลกระทบจากสงครามการค้ากับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด