ข่าวนี้ที่ 1

SCC ลงทุนปีหน้า 6 หมื่นลบ. ปรับแผนรับมือสงครามการค้าโลก

SCC ลงทุนปีหน้า 6 หมื่นลบ. ปรับแผนรับมือสงครามการค้าโลก

"ปูนซีเมนต์ไทย" เร่งปรับแผนลงทุน หลังกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และความผันผวนในตลาดโลก ประเดิมหั่นงบลงทุนปีนี้เหลือ 4-4.5 หมื่นล้านบาท  ปี 62 วางงบราว 5-6 หมื่น ล้านบาท พร้อมออก 6 มาตรการ รับมือความผันผวน ล่าสุดโชว์งบ Q3/61 มีกำไร 9.47 พันลบ. ลดลง  20%  จากช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี ส่วนต่างปิโตรฯหดตัวลง ส่วนงวด 9 เดือนแรก มีกำไร 3.42 หมื่นลบ. ลดลง 19% มั่นใจยอดขายรวมปีนี้โต 7%

***ปรับแผนลงทุนรับมือสงครามการค้าโลก 
     นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า  บริษัทจะมีการทบทวนโครงการลงทุนและต้นทุนการลงทุน เพื่อรับกับสถานการณ์ตลาดโลกที่มีความผันผวน ในเบื้องต้นอาจจะต้องชะลอการลงทุนบางโครงการออกไปก่อน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปได้ในช่วงสิ้นปีนี้ ทำให้ปีนี้บริษัทปรับลดงบลงทุนเหลือ 4 - 4.5 หมื่นล้านบาท   หลังจากในช่วง 9 เดือนแรก ลงทุนแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 62 บริษัทได้วางงบลงทุนราว 5 - 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ลงทุนในโครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP ที่เวียดนาม
    บริษัทได้ติดตามสถานการณ์สงครามการค้าและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง โดยได้เห็นผลกระทบต่อปัจจัยดังกล่าว ขณะเดียวกันได้เห็นโอกาสใหม่ๆ จากการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน โดยบริษัทได้เตรียมเพิ่มสัดส่วนการส่งออกกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีคอลไปยังประเทศจีนให้เพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 45% ของยอดขายในธุรกิจเคมีคอล โดยเป็นประเทศจีน 5% 
    นอกจากนี้ บริษัทมีวิธีรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาดโลก  เช่น การขยายการส่งออกไปตามทิศทางตลาดโลก  การบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน เพิ่มสัดส่วนการปิดความเสี่ยงจากราคาถ่านหิน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล  การพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียน และการทบทวนโครงการลงทุนและต้นทุนการลงทุน

***  วาง 6 แผน รับมือ-เสริมธุรกิจแกร่ง 
    ทั้งนี้บริษัทได้ปรับตัวรับมือสถานการณ์ดังกล่าวด้วยแผน 6 ด้าน ที่พนักงานทุกระดับร่วมมือกันปฏิบัติ เพื่อรักษาและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย
    1.) การขยายโอกาสส่งออกตามทิศทางของตลาดโลก ซึ่งมีเส้นทางการค้าที่เปลี่ยนไปจากผลของสงครามการค้า เช่น การส่งออกสินค้าไปยังจีนและสหรัฐฯ ในช่วงที่สงครามการค้ายังดำเนินอยู่ ตลอดจนแผนระยะยาวที่นอกจากจะเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานตลาดในประเทศแล้ว เอสซีจียังเน้นการขยายฐานตลาดสู่ภูมิภาคอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง และมองหาตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพและมูลค่าของตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เ 
    2.) การบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน เช่น การทำสัญญาซื้อขายถ่านหินล่วงหน้า ทำให้เอสซีจีสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 ได้กว่า 400 ล้านบาท 
    3.) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตให้ทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  
    4.) การพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนางานวิจัยใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์อนาคต 6 กลุ่ม เช่น อาคารอัจฉริยะ พลังงานหมุนเวียน AI และ Big Data 
    5.) การเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียน ด้วยการบริหารเงินทุนหมุนเวียนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2561 เอสซีจีมีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ 76,008 ล้านบาท ทั้งนี้ มีเงินสดและเงินสดภายใต้การบริหาร (cash & cash under management) 52,614 ล้านบาท สอดคล้องกับแผนการลงทุนและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
    6.) การทบทวนโครงการลงทุนและต้นทุนการลงทุน โดยเน้นเฉพาะโครงการที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้จากสภาพการณ์ในปัจจุบัน เช่น การลงทุนในโครงการประหยัดพลังงาน  

***  จ่อเปิดโครงการปิโตรฯครบวงจรในเวียดนาม ปี 66
      ความคืบหน้าโครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP ในเวียดนาม เริ่มดำเนินการออกแบบวิศกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และเตรียมที่ดินสำหรับการก่อสร้างแล้ว หลังเสร็จสิ้นการลงนามสัญญาเงินกู้กับ 6 สถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งแรกปี 66 จะสามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ และประเมินว่าในปี 67 จะสร้างยอดขายได้เต็มประสิทธิภาพหรือราว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

**** เปิดงบ Q3/62 กำไรร่วง 20%
     นายรุ่งโรจน์  ยังเปิดเผยงบการเงินรวมก่อนสอบทานไตรมาสที่ 3/61  มีรายได้จากการขาย 122,518 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ  และมีกำไร 9,473 ล้านบาท ลดลง  20%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน   สาเหตุหลักจากการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี (asset impairments) ตามมาตรฐานบัญชี 1,670 ล้านบาท และต้นทุนวัตถุดิบ Naphtha ที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งหากไม่รวมการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีดังกล่าว จะทำให้เอสซีจีมีกำไร 11,143 ล้านบาท
    สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี  61 มีรายได้จากการขาย 361,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ของทุกกลุ่มธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยมีกำไร 34,281 ล้านบาท ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมิคอลส์ ประกอบกับการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีในไตรมาสที่ 3 นอกจากนี้ เอสซีจียังมีรายได้จากการส่งออก 97,924 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น  7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
     “ผลประกอบการของเอสซีจีในช่วงไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกปี 2561 มีรายได้เพิ่มขึ้นทุกธุรกิจจากตลาดโดยรวมที่มีแนวโน้มดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากโครงการลงทุนของภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งตลาดเคมิคอลส์และแพคเกจจิ้งที่ยังมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่มีกำไรลดลงจากปัจจัยต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนการค้าโลกที่ชะลอตัว และการปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี"  

*** คาดยอดขายปีนี้โต 7% ตามความต้องการใช้ปูนซิเมนต์
    นายรุ่งโรจน์ เปิดเผยว่า ยอดขายรวมปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ 7% จากปีก่อนที่ทำได้ 482,449.47 ล้านบาท โดยในไตรมาส 4/61 ประเมินว่าผลการดำเนินงานจะเติบโต 7% โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจปูนซีเมนต์ ตามความต้องการใช้ในการก่อสร้างตามโครงการของภาครัฐบาลที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานออกมาอย่างต่อเนื่อง และภาคเอกชนยังคงมีการลงทุนตามด้วยเช่นกัน
    โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ภายในประเทศเฉลี่ยทั้งปีจะเติบโตราว 5% ตามแนวโน้มการผลักดันการก่อสร้างโครงการของภาครัฐบาลและเอกชน ซึ่งจะผลักดันให้ความต้องการใช้เติบโตได้ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
     ขณะที่ธุรกิจแพคเกจจิ้งยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจเคมีคอล ยังต้องติดตามราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มที่ผันผวนอยู่ ประกอบกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทำให้กลุ่มลูกค้าเกิดความกังวลจึงชะลอคำสั่งซื้อ


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด