ข่าวนี้ที่ 1

"เอไอเอส-ทรู"ลุยทดสอบ 5G-"ดีแทค"ลุ้นให้บริการปี 64

    "เอไอเอส"-"ทรู"-"ดีแทค" เดินหน้าพัฒนาและทดสอบ 5G ล่าสุด กสทช.อนุญาตให้"เอไอเอส-ทรู"ประเดิมสาธิตเทคโนโลยี 5G ตั้งแต่ 22 พ.ย.-15 ธ.ค. นี้ ที่ช้อป"ดิ เอ็มโพเรียม-ไอคอนสยาม" ส่วน "ดีแทค" เริ่มพัฒนาระบบแจ้งพิกัดสู่รูปแบบใช้งาน 5G ผ่านเทคโนโลยี  5G-Ready คาดใช้เวลาพัฒนา 3 ปี


*** เอไอเอส จับมือพันธมิตรโชว์ทดสอบ 5G ก่อนใคร

    บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC หรือ เอไอเอส ระบุ ว่า จากการที่บริษัทได้รับอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่อทดสอบ 5G จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 และได้ยื่นเรื่องขอทดสอบ 5G ให้กับอนุกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 เพื่อให้คณะกรรมการ กสทช. เตรียมอนุมัติให้เอไอเอสสามารถเปิดทดสอบ 5G ได้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 จึงเตรียมเปิดให้คนไทย ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้สัมผัสประสบการณ์และทดลองใช้เทคโนโลยี 5G ก่อนใคร ในงาน “5G the First LIVE in Thailand by AIS” ครั้งแรกของไทย วันที่ 22 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 ที่ AIS DC ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม (ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) เพื่อให้เห็นประโยชน์ของ 5G ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจทุกระดับ อันจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถเศรษฐกิจและสังคม
    ภายในงาน “5G the First LIVE in Thailand by AIS” เริ่มต้นด้วยความร่วมมือกับ NOKIA ผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ที่นำการทดสอบ 5G ผ่าน 5 รูปแบบนวัตกรรมสุดล้ำ ครั้งแรกของเมืองไทย ประกอบด้วย
    1.5G Super Speed การแสดงความค่าเครือข่ายที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Total Throughput, Latency), ความหน่วง (Latency), การเข้ารหัสของสัญญาน (Modulation and Coding Scheme), ข้อมูลแนวลำส่งของสัญญาณ (beam information)
    2.5G Ultra Low Latency – Cooperative Cloud Robot การสาธิตความหน่วงของเครือข่าย 5G โดยการใช้หุ่นยนต์สามตัวในการหาจุดสมดุล ที่ทำให้ลูกบอลอยู่กึ่งกลางกระดาน การสาธิตแสดงเวลาที่หุ่นยนต์ใช้ในการหาจุดสมดุลผ่านการสื่อสารระหว่างกันโดยใช้เครือข่าย 4G เปรียบเทียบกับเครือข่าย 5G
    3.5G for Industry 4.0 หุ่นยนต์จะมีบทบาทอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 การทำงานร่วมกันของเครื่องจักรจากหลายสายการผลิตต้องการการเชื่อมต่อไร้สายที่มีความหน่วงต่ำและความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งจะทำให้สายการผลิตทำงานได้เร็วขึ้น ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการสาธิตหุ่นยนต์ YuMi  Dual-Arm Collaborative Robot จาก ABB ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G
    4.5G Virtual Reality – immersive video การสาธิต การดูวีดีโอที่แสดงสภาวะเสมือนจริง (immersive video) ผ่านเครือข่าย 5G ผู้ที่ใส่แว่นตา VR จะสามารถมองเห็นได้รอบด้าน 360 องศา การดูวีดีโอ VR ที่มีความคมชัด ต้องการ bandwidth ที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการถ่ายทอดสด หรือ live streaming
    5.5G FIFA Virtual Reality ทดลองความเร็วของเครือข่าย 5G ด้วยตัวคุณเอง โดยการเตะลูกบอล Virtual Reality ที่จุดโทษผ่านเครือข่าย 5G
    งาน “5G the First LIVE in Thailand by AIS” จะจัดแสดงตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน- 15 ธันวาคม 2561 โดยจะทยอยนำเสนอเทคโนโลยีจากพันธมิตรระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

*** TRUE เตรียมความพร้อมให้คนไทยใช้ 5G เร็วๆ นี้

    รายงานข่าวจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า เมื่อ 22 พ.ย. 2561 คณะกรรมการ กสทช.มีมติอนุญาตให้บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ใช้คลื่นความถี่ย่าน 28 GHz เพื่อสาธิต (Demonstration) เครื่องวิทยุคมนาคม สำหรับแสดงเทคโนโลยี 5G เป็นการชั่วคราว ทำให้ ทรูมูฟ เอช สามารถดำเนินการได้ทันที ทั้งการนำเข้าอุปกรณ์ 5G ที่ได้คัดเลือกไว้แล้ว และการเตรียมเปิดสาธิตให้ชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์การนำ 5G มาใช้ในชีวิตยุคดิจิทัลได้ที่ทรู แบรนดิ้ง ช้อป ไอคอนสยาม
    ขณะเดียวกันยังได้จัดทำหนังโฆษณาสั้นเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ 5G ของทรูมูฟ เอช และสร้างการรับรู้เรื่องเทคโนโลยี 5G ที่จะมาเปลี่ยนแปลงประเทศและชีวิตคนไทย

*** DTAC เริ่มพัฒนาระบบ 5G ผ่านเทคโนโลยี 5G-Ready
    
    นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ  DTAC กล่าวว่า  DTAC เดินหน้าพัฒนาระบบแจ้งค่าพิกัดแบบ GNSS RTK รากฐานสำคัญต่อบริการ 5G ในอนาคต ชี้ระบบแจ้งตำแหน่งต้องถูกต้องแม่นยำตอบโจทย์โซลูชั่นยุค 5G ที่มีค่าความหน่วงของสัญญาณที่ต่ำ (Ultra-low latencies) และการตอบสนองที่เร็ว โครงข่าย 5G จะทำให้นักพัฒนาออกแบบสู่บริการใหม่ เช่น โซลูชั่นเฮลท์แคร์ ระบบขนส่ง ยานยนต์ไร้คนขับ โดรนขนส่งสินค้า และโดรนเพื่อการเกษตร เป็นต้น
    จากเดือนกันยายนที่ผ่านมาสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และดีแทคได้ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบแจ้งพิกัด แบบ GNSS RTK (Real-time kinematic for improving accuracy on positioning of Global Navigation Satellite System) ซึ่งเป็นระบบที่นำไปประยุกต์ใช้งานดิจิทัล ในการระบุพิกัดสถานที่ต่างๆ และตำแหน่ง ที่มีความแม่นยำสูงมาก ลดข้อผิดพลาดด้วยสัญญาณเชื่อมต่อจากโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียม ให้แม่นยำได้ถึงระดับเซนติเมตร โดยโครงการได้คืบหน้าและเริ่มทดสอบเฟสแรกเพื่อปรับค่าสัญญาณตามแผนความร่วมมือแล้ว
    ในส่วนของเทคโนโลยี  5G-Ready ดีแทคเป็นรายแรกที่การนำเทคโนโลยีโครงข่ายระบบชุมสายเสมือน (Visualized Core Network: VCN) มาดำเนินงาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด และรองรับการใช้งาน 5G เพียงอัปเกรดเทคโนโลยีสู่ 5G สามารถพร้อมให้บริการได้ทันที
    โครงการดังกล่าวได้พัฒนาจากโครงข่ายดีแทคในระยะเวลา 3 ปี จนถึงเดือนกันยายน 2564 ตั้งเป้าสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 5G เพื่อรากฐานบริการเชิงตำแหน่ง (Location based service) นำสู่ทุกนวัตกรรมดิจิทัลที่กำลังถูกออกแบบพึ่งพาการใช้ข้อมูลจากค่าพิกัดที่ต้องการความแม่นยำสูง และด้วยโครงข่าย 5G จะเชื่อมต่ออุปกรณ์นับล้านชิ้นไว้ด้วยกันจึงต้องมีแพลตฟอร์มที่พัฒนาเพื่อรองรับการตอบสนองสัญญาณแบบเรียลไทม์ (Real time) ด้วยจุดเด่นค่าความหน่วงสัญญาณที่ต่ำ (Ultra-low latencies) พร้อมทั้งดีแทคและดีป้ามีแนวคิดร่วมต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์สนับสนุนทุกอุตสาหกรรม
    “เรากำลังเริ่มต้นพัฒนาแพลตฟอร์มที่สำคัญที่จะมีผลต่อการแจ้งเกิดเทคโนโลยีในยุค 5G โดยการสื่อสารดิจิทัลในโลกความเร็วสูงจะถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับพิกัด หรือระบุตำแหน่งที่แม่นยำ เพื่อพลิกโฉมบริการใหม่ เช่น การนำยานยนต์ไร้คนขับมาให้บริการ การใช้โดรนขนส่งสินค้าทางอากาศสู่จุดรับสินค้าหรือผู้รับที่แม่นยำ รวมทั้งการใช้งานของเกษตรกรรมแนวใหม่ เช่น สามารถใช้โดรนในการฉีดยาควบคุมแมลงได้ถึงระดับเฉพาะต้นในแปลงเพราะปลูก เป็นต้น” นายราจีฟ กล่าว
    ดังนั้น การเปิดตัว 5G จะไม่ใช่แค่กรณีของผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่จะเปลี่ยนอุปกรณ์โครงข่ายของตน หรือผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เพียงเท่านั้น แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมทั้งอุตสาหกรรมสู่การเชื่อมต่อธุรกิจสู่ธุรกิจ และธุรกิจสู่ผู้บริโภค รวมทั้งยังพลิกโฉมอุตสาหกรรมและธุรกิจด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนสู่กลยุทธ์ 5G ของไทย
    ที่ผ่านมาบริการที่ใช้งานค้นหาตำแหน่งสถานที่เชื่อมโยงพิกัดจากแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ต่างๆ จะมีค่าผิดพลาดในการระบุตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์แบบละติจูดและลองจิจูด (Latitude/Longitude) ด้วยข้อจำกัดเทคโนโลยีแบบเดิมมีค่าความคลาดเคลื่อนได้มากถึง 5-10 เมตร จึงทำให้เกิดผลเสียในการใช้แผนที่นำทาง หรือระบุจุดหมายสถานที่ได้ โครงการที่ดีแทคพัฒนาร่วมกับดีป้า จะทำให้การแจ้งพิกัดทำได้แม่นยำโดยมีค่าผิดพลาดเพียงระดับเซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการต่อยอดจากเทคโนโลยี 5G ที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อหลายอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการระบุตำแหน่ง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับ อุตสาหกรรมการแพทย์ ที่มีการใช้การบังคับเครื่องมือแพทย์จากแพทย์ผู้ชำนาญการที่อยู่ระยะไกลๆ  การบริหารคลังสินค้าซึ่งสามารถระบุชั้นและตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ เป็นต้น

*** กสทช.ไฟเขียว AIS-TRUE ทดสอบ 5G ตั้งแต่ 22 พ.ย.-15 ธ.ค. นี้

    นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) เปิดเผยว่า วานนี้ (22 พ.ย.61) ที่ประชุม กสทช. ได้มีมติอนุญาตให้บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ใช้คลื่นความถี่ย่าน 28 GHz เพื่อสาธิต (Demonstration) เครื่องวิทยุคมนาคม สำหรับแสดงเทคโนโลยี 5G เป็นการชั่วคราว ในระหว่างวันที่ 22 พ.ย.-15 ธ.ค. 2561 ณ ICON SIAM โดยใช้กำลังส่งเพื่อการทดสอบไม่เกิน 23 dBm (200 มิลลิวัตต์)
    พร้อมทั้งอนุญาตให้บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม ตราอักษร HUAWEI รุ่น AAU5G28A (AAU28A) จำนวน 2 ชุด และตราอักษร HUAWEI รุ่น 5G CPE จำนวน 4 ชุด พร้อมอุปกรณ์ประกอบ เพื่อนำมาใช้ในการจัดแสดงและสาธิตดังกล่าว
    พร้อมกันนี้ ได้อนุญาตให้บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด ใช้คลื่นความถี่ย่าน 26 GHz เพื่อสาธิต (Demonstration) เครื่องวิทยุคมนาคม สำหรับแสดงเทคโนโลยี 5G เป็นการชั่วคราว เพื่อใช้ในการสาธิตเครื่องวิทยุคมนาคม ตราอักษร NOKIA รุ่น AEUA และตราอักษร Intel รุ่น Intel MTP จำนวนรุ่นละ 1 ชุด ในระหว่างวันที่ 22 พ.ย.-15 ธ.ค. 2561 ณ AIS TCDC Center ห้างสรรพสินค้า The Emporium ชั้น 5 โดยใช้กำลังส่งเพื่อการทดสอบไม่เกิน 200 มิลลิวัตต์







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด