ข่าวนี้ที่ 1

ลุ้น SET ฟื้นสู่ 1,620 จุด - จับตา Brexit เขย่าหุ้นทั่วโลก 

ลุ้น SET ฟื้นสู่ 1,620 จุด - จับตา Brexit เขย่าหุ้นทั่วโลก 

          กูรูคาดสัปดาห์หน้า (14-18 ม.ค.) ดัชนี SET ฟื้นสู่แนวต้าน 1,610-1,620 จุด ส่วนแนวรับ 1,580 -1,550 จุด จับตาโหวตแผน Brexit ทำตลาดทุน ตลาดเงินทั่วโลกผันผวน แต่เชื่อยังมีปัจจัยในประเทศเป็นแรงหนุน ทั้งความคืบหน้ารถไฟทางคู่เฟส 2  - แบงก์ทยอยแจ้งงบปี 61 และสรุปวันเลือกตั้ง แนะกลยุทธ์เก็งกำไร ชูหุ้นเด่น SPALI-SAWAD-SPRC-KKP-KBANK

          SET Index เมื่อวันศุกร์ (11/01/62) ปิดการซื้อขายที่ 1,597.04 จุด เพิ่มขึ้น 9.41 จุด หรือ 0.59% มูลค่าการซื้อขาย 4.49 หมื่นล้านบาท สรุปมูลค่าการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 956.03 ลบ. หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ AOT ADVANC CPALL BDMS และ PTT     

*** จับตาการโหวตแผน Brexit 
          ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ให้มุมมองในสัปดาห์หน้า (14-18 ม.ค.) ต้องจับตาภาวะความผันผวนเพิ่มขึ้นในตลาดการเงิน โดยเฉพาะในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวนมากขึ้นจากปัจจัยต่างประเทศ เช่น ความขัดแย้งการค้าสหรัฐฯ กับจีน การโหวตแผนอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในรัฐสภาของอังกฤษ เป็นต้น
          โดยในวันที่  15 ม.ค.นี้ ต้องจับตานายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะจัดการลงมติในรัฐสภาต่อร่างข้อตกลง Brexit ซึ่งแหล่งข่าวเปิดเผยว่า มาตรการที่เจ้าหน้าที่ EU กำลังพิจารณาอยู่นั้น รวมถึงข้อเรียกร้องที่นางเมย์ร้องขอต่อบรรดาผู้นำสหภาพยุโรปในการประชุมสุดยอดก่อนหยุดคริสมาสต์ โดยต้องการให้มีการพูดคุยข้อตกลงการค้าเสรีสหราชอาณาจักร-EU ใหม่ภายในสิ้นปี 2564
     
*** ทิสโก้ มองตลาดมีโอกาสปรับขึ้น แนะเก็งกำไรในกรอบ 1,580-1,610 จุด
          นายอภิชาติ  ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ คาดแนวโน้มดัชนีฯ  มีโอกาสขึ้นต่อ โดยตลาดฯ จะอิงกับปัจจัยในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะความคืบหน้าการลงทุนภาครัฐ ที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ ครม. จะพิจารณาโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2
          ส่วนความชัดเจนวันเลือกตั้ง คาดว่า 1-2 สัปดาห์ หรือภายในกลางเดือนนี้จะมีประกาศพระราชกฤษฎีกาออกมา ขณะที่งบกลุ่มแบงก์คาดว่าจะดีขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากฐานที่ต่ำของ KTB-KBANK แต่จะลดลง 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยคาดกำไรสุทธิรวมที่ 4.8 หมื่นล้านบาท
          ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ BREXIT สภาอังกฤษจะลงมติวันที่ 15 ม.ค. คาดว่าไม่น่าจะผ่านจึงเป็นปัจจัยที่ต้องระวัง การประกาศงบกลุ่มแบงก์ และวันเลือกตั้ง กลยุทธ์การลงทุน สามารถเก็งกำไรในกรอบแนวรับ 1,580 จุด แนวต้าน 1,610 จุด

***กสิกรไทย คาดมีโอกาสฟื้นต่อเนื่อง ชูหุ้นเด่น SPALI-SAWAD-SPRC
          นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย คาดว่าตลาดหุ้นไทย  มีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง หลังจากที่กลุ่มพลังงาน กลุ่มโรงพยาบาลและกลุ่มสื่อสาร ได้รับรู้ปัจจัยกดดันไปก่อนหน้านี้ ซึ่งคาดว่าจะมีแรงซื้อคืนกลับมาในกลุ่มดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตามอย่างการประกาศงบของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ว่าจะออกมาอย่างที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ 
          ขณะเดียวกันปัจจัยในต่างประเทศ รัฐสภาอังกฤษจะมีมติข้อตกลง Brexit ในสัปดาห์หน้าออกมาเช่นไรและตลาดจะตอบรับอย่างไร ซึ่งหากรัฐสภาอังกฤษคว่ำบาตรข้อตกลงดังกล่าว ก็อาจทำให้เกิดแรงเทขายในค่าเงินยุโรปได้
          สำหรับกรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า คาดว่าแนวรับจะอยู่ที่ 1,580 จุด และแนวต้านที่ 1,600- 1,620 จุด โดยมีหุ้นเด่น ได้แก่ SPALI,SAWAD และ SPRC

*** ฟิลลิป มองตลาดผันผวน แนะเก็บหุ้นแบงก์  KKP-KBANK 
          นางสาวธีระดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป เปิดเผยว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทย คาดว่าจะมีทิศทางเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวออกด้านข้าง และปรับตัวลดลง โดยมีปัจจัยกระทบจากต่างประเทศ และปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งปัจจัยจากต่างประเทศได้แก่ กรณีที่ สมาชิกรัฐสภาอังกฤษจะเริ่มต้นอภิปรายร่างข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ซึ่งจะปิดการอภิปรายในวันที่ 15 ม.ค.62 และจะมีการลงมติในวันดังกล่าว รวมถึงปัจจัยสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน 
          ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนของการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน รวมถึงการรอประกาสผลประกอบการงวดปี 61 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์
          แนะนำนักลงทุนเลือกลงทุนในกลุ่มหุ้นที่จะประกาศผลประกอบการงวดปี61 และเลือกลงทุนกล่มหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงโดยในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดว่าจะออกมาในทิศทางที่ดี ได้แก่ KKP โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 84 บาทต่อหุ้นและ KBANK โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 249 บาทต่อหุ้น โดยคาดการณ์กรอบดัชนีตลาดหุ้นในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งมีแนวรับที่ระดับ 1,550 จุด และมีแนวต้านที่ 1,610จุด  

   







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด