efinancethai

FinTech

AI กับ Blockchain เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21

AI กับ Blockchain เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21

 

 

AI กับ Blockchain เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21

 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมาของ generative AI อย่าง Chatgpt และตัวอื่นๆ ที่สามารถสร้างคอนเทนต์ ทั้งในรูปแบบตัวหนังสือ ภาพ และเสียง ซึ่งปฏิวัติวิธีในการทำงาน และการใช้ชีวิต ส่งผลให้ความร้อนแรงของ Blockchain, คริปโทเคอร์เรนซี และระบบการทำธุรกรรมทางการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ลดลงไปอย่างมาก 

 

ทุกสายตาทั้งจากนักลงทุน ผู้ประกอบการ รวมไปถึงผู้ใช้งาน ต่างมุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยี AI แทนที่จะเป็น Blockchain อย่างในอดีต จนหลายๆ คนมองว่าการเริ่มต้นของยุค AI เป็นสัญญาณสิ้นสุดลงของเทคโนโลยี Blockchain

 

อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของผู้เขียน AI นอกจากจะไม่ได้ทำให้อุตสาหกรรมของ Blockchain แย่ลง ยังจะมาช่วยให้เทคโนโลยีของ Blockchain เฟื่องฟูมากขึ้น และเข้าสู่การใช้งานจากผู้คนกระแสหลักได้อย่างก้าวกระโดด 

 

 

ข้อมูลคือทองคำในยุคใหม่

 

สำหรับเทคโนโลยีของ AI ซึ่งพื้นฐานมาจาก Machine Learning (ML) นั้น ข้อมูลถือเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าที่สุด หลักการของ ML คือการที่ต้องใช้ข้อมูลมหาศาลในการสอน (train) โมเดลในการตัดสินใจ รวมไปถึงการสร้างผลลัพธ์ เมื่อข้อมูลมีมากขึ้นก็จะทำให้ AI มีความเฉลียวฉลาดมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น ในยุคที่ AI เฟื่องฟู ข้อมูลซึ่งถือเป็นตัวตั้งต้นในการกำหนดความสามารถของ AI จึงถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากที่สุด 

 

ในปัจจุบัน ผู้ใช้งานทั่วไปในแพลตฟอร์มต่างๆ กลับไม่สามารถเป็นเจ้าของ และมีส่วนในการได้รับผลประโยชน์จากข้อมูลของตัวเองได้ ข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้งานกลับถูกใช้ประโยชน์โดยเจ้าของแพลตฟอร์มเพียงไม่กี่เจ้า เพื่อใช้ในการเทรน AI  เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจของตน

 

เทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ จะสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้โดยสร้างระบบให้ผู้ใช้งานสามารถเป็นเจ้าของข้อมูลของตนเอง มีสิทธิในการเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยข้อมูลต่างๆ และสามารถที่จะสร้างรายได้จากการอนุญาตให้บุคคลภายนอกนำข้อมูลของตนออกไปเพื่อใช้ประโยชน์ในการเทรน AI ได้อีกด้วย 

 

ตัวอย่างการใช้ AI ในเชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมอย่าง Chatgpt และ Targeted Advertising AI จะทำให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงความสำคัญ และมูลค่าของข้อมูลมากยิ่งขึ้น และจะยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้งานของ Blockchain เพื่อเป็นระบบพื้นฐานในการจัดเก็บ จัดการการอนุญาตในการเข้าถึง รวมไปถึงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์จากข้อมูลของตน

 

การแชร์ศักยภาพในการคำนวณ และการร่วมตัดสินใจด้วย Blockchain

 

อีกหนึ่งสิ่งที่ระบบ blockchain สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้คือการสร้างตลาดกระจายศูนย์ในการแชร์หรือขาย computing power ในรูปแบบของ Cloud Computing ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่พัฒนาโมเดลสำหรับ AI สามารถเริ่มได้ด้วยราคาถูกกว่าในการเช่าใช้พลังการคำนวณจาก GPUs ที่มาจากผู้เล่นเกมส์ นักขุดเหรียญ รวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ใช้พลังในการคำนวณเหล่านั้นอย่างเต็มที่ 

 

มากกว่านั้น ด้วยความช่วยเหลือของ AI จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น internet of things (IOTs) หรือโทรศัพท์สามารถถูกนำมาใช้เป็น input ประกอบการตัดสินใจผ่าน AI มากยิ่งขึ้น โดยที่ Blockchain สามารถถูกนำมาใช้ช่วยในการสร้างระบบ Consensus ในการกำหนดวิธีการยืนยันความน่าเชื่อถือจากการตัดสินใจต่างๆ

 

การเงินกระจายศูนย์ (DeFi) ยุคใหม่ ที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

 

DeFi ถือเป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดการเฟื่องฟูของ blockchain และ cryptocurrency ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะด้วยการแจกผลตอบแทนที่สูง และการออกเหรียญประจำแพลตฟอร์ม เพื่อดึงผู้ใช้งานเข้ามาในระบบ อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์ม DeFi จำนวนมากพบเจอปัญหา ทั้งในแง่ของความเสี่ยงจาก protocol รวมไปถึงด้านความปลอดภัย ทำให้เกิดความสูญเสียกับนักลงทุนจำนวนมาก

 

การมาของ AI สามารถช่วยให้เกิดการเติบโตของ DeFi อย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการช่วยผู้สร้างแพลตฟอร์ม DeFi ในการสร้างแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนยิ่งขึ้น รวมไปถึงการตรวจจับหาจุดโหว่ใน smart contracts และรวมไปถึงการติดตามเส้นทางการเงินที่ถูกแฮคในแพลตฟอร์มต่างๆ 

 

มากกว่านั้น AI ยังสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนทางฝั่ง cryptocurrency สามารถคัดกรอง วิเคราะห์การลงทุน จากข้อมูลมหาศาลที่อยู่ onchain ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

จุดร่วมของสองเทคโนโลยีที่กำลังมาถึง

 

ตัวอย่างข้างต้น เป็นเพียงแค่ตัวอย่างบางส่วนที่ยืนยันว่าการมาถึงของ AI สามารถที่จะทำให้เทคโนโลยี Blockchain มีการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น ยังมีตัวอย่างอีกมากมายเช่นการนำ AI ช่วย Blockchain ในการ track supply chain หรือการใช้ AI มาบริหารจัดการข้อมูลใน Blockchain ในเชิงการแพทย์ สิ่งที่ขาดเพียงอย่างเดียวคือ “เวลา” ที่จะต้องใช้ในการควบรวมสองเทคโนโลยีนี้เข้าด้วยกัน และให้ไอเดียต่างๆ ที่น่าจะเกิดขึ้นได้ เป็นจริงขึ้นมา

 

บทความโดย ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน (เอ็ม) PhD in Financial Mathematics

ผู้ร่วมก่อตั้ง และ ที่ปรึกษา ของ ForwardX - Decentralized Derivatives Platform และ Forward Labs - Blockchain technology labs และ อาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

 

กราฟิก: ณัฐชนน พูนชัย (Boom) 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh