efinancethai

FinTech

ตลาดคริปโทระส่ำหลัง SEC สหรัฐฯ ลงดาบ CEX

ตลาดคริปโทระส่ำหลัง SEC สหรัฐฯ ลงดาบ CEX

 

ตลาดคริปโทระส่ำหลัง SEC สหรัฐฯ ลงดาบ CEX

 

 

ตลาดคริปโทระส่ำหลัง SEC สหรัฐฯ ลงดาบ CEX  อย่าง Binance และ Coinbase...จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้?  

 

สัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้อ่านข่าว และคงติดตามเหตุการณ์กันอย่างใกล้ชิด กรณีที่ SEC นำโดย Garry Gensler เดินหน้าฟ้องออกหมัดแบบไม่สนว่าลูกใครกับ Coinbase และ Binance US อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาติดๆ กัน เป็นแรงกดดันให้ผู้คนในตลาดเริ่มจิตใจสั่นคลอน และเกรงว่าจะนำไปสู่การล้มของ Binance US และจะส่งผลกระทบแบบเดียวกับ FTX และปิดตัวลง 

 

ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่อาจจะสูญเงินลงทุน หรือที่เลวร้ายกว่า อาจจะสูญเงินเก็บทั้งชีวิตเลยก็ได้ โดยตอนนี้ตลาดก็ได้ตอบรับข่าวนี้อย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคา BTC ร่วงตกลงมาอยู่ที่ราคา $25K ปลายๆ แต่ในส่วนของ Altcoin หลายตัวร่วงลงมายังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

 

สาเหตุที่ส่งผลต่อราคา Altcoin ร่วงลงมาอย่างรุนแรง เป็นเหตุมาจากการเปิดไพ่ของ SEC ที่กล่าวอ้างถึงเหรียญคริปโทกว่า 68 เหรียญว่าเป็นหลักทรัพย์ (Security) ที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนการซื้อขายอย่างถูกต้อง ซึ่งรวมถึง BNB และ BUSD ด้วย จึงทำให้ Binance US ต้องถอดเหรียญในลิสต์รายชื่อออกจากกระดานเทรด 

 

ไม่เพียงเท่านี้ Binance US  ยังระงับการซื้อขายผ่านสกุลเงิน USD โดยตรง จากการใช้ข้อบังคับไปกดดัน partner ธนาคารของเหล่า CEX ทำให้ทางผ่านเข้าสู่โลกคริปโทเป็นไปด้วยความทุลักทุเล และเหมือนต้องทำอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งที่การตรวจสอบ on-chain นั้นก็สามารถทำได้ตลอดเวลา ดูโปร่งใสกว่าระบบธุรกรรมการเงินในปัจจุบันเสียอีก

 

ทาง CZ หรือฉางเผิง เจา ซีอีโอของ Binance Global เองก็ได้ออกมาตอบโต้ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย โดยล่าสุดได้มีการทาบทามอดีตคนทำงานใน SEC มาร่วมทีมกฏหมายด้วย งานนี้เรียกได้ว่า CZ เองก็เล่นเกมในกฎกติกาเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหล่าลูกค้าในตลาดคริปโททั้งหมด 

 

เช่นเดียวกับ Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase ที่แม้จะถูกบังคับให้ปิดระบบ staking ในกระดานของตัวเอง แต่ทางฝั่งของแพลตฟอร์มก็ยังยืนยันจะเปิดต่อ และพร้อมจะสู้ในชั้นศาลอย่างเปิดเผยและยุติธรรม ทำเอางานนี้ต้องมาดูหลักฐานในชั้นศาลกันว่าระหว่าง Garry ที่เอาแต่โจมตีตลาดคริปโทอยู่ตลอดเวลา กับฝั่ง CZ และ Brian ใครจะมีหลักฐานที่มีน้ำหนักในฝ่ายตัวเองมากกว่า ที่แน่ๆ ไม่ว่าจะฝ่ายใดจะชนะ จะส่งผลต่อราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรุงแรงทั้งคู่

 

ทางฝั่งของข้อมูล On-Chain ในระบบไม่ว่าจะเป็น reserve ในฝั่งของ Binance ที่สามารถเข้าตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์อย่าง defillama ที่หากเราประเมินดูเป็นตัวเลขรายเดือนจะพบว่าจุดสูงสุดที่เคยมีการแห่ถอนเงิน USD ออกมาอยู่ที่ราวๆ 7 พันล้านดอลลาร์  ในช่วงเดือนธันวาคม 2022 ที่ FTX แตกกระเจิง 

 

ขณะที่ข่าวล่าสุดยังสร้างผลกระทบต่อการถอนเงินในระบบออกจาก Binance ไม่ถึง 1 ใน 3 ของจุดสูงสุด หรือราวๆ 2.6 พันล้านดอลลาร์ฯ เท่านั้น โดย TVL ใน Binance มีอยู่ราวๆ 55 พันล้านดอลลาร์ และไม่ได้มีการนำเงินของลูกค้าไปใช้งานในหน่วยงานอื่นแบบที่ FTX เพราะฉะนั้นแล้ว แนวโน้มที่จะเกิดโดมิโนจากการเหตุการณ์นี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ต่ำอยู่

 

ข้อมูลของ Binance Reserve Asset จาก defillama 


 

ในมุมของผู้เขียน มองว่าการเคลื่อนไหวของ ก.ล.ต. แม้จะเป็น Crypto Hater อย่าง Garry ที่ต้องทำตามหน้าที่ของเขา จะช่วยพิสูจน์ว่าคริปโทเป็นดังที่ถูกกล่าวหาไว้จริงหรือไม่ หากไม่ใช่อุตสาหกรรมดังกล่าวควรค่าแก่สนับสนุนให้ไปต่อ มากกว่าการทลายให้ดับสูญ ซึ่งเมื่อพิสูจน์ได้แล้ว ความเชื่อมั่นของคนในตลาดเดิมก็จะทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และช่วยส่งเสริมให้เกิดการยอมรับในวงกว้างต่อผู้เล่นใหม่เข้ามาในตลาดได้อย่างสะดวกใจมากกว่าแต่ก่อน อีกทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ต่อจากนี้ หากเหตุการณ์นี้คลี่คลาย คงจะมีความชัดเจนมากขึ้นพอจะใช้เป็นมาตรฐานในการจัดการอุตสาหกรรมคริปโทในระดับโลกได้มากขึ้นด้วย 

 

ไม่ว่าจะเป็นโลก Centralized หรือ Decentralized ตอนนี้เราคงไม่จำเป็นต้องแยกสองสิ่งที่ออกเป็นเอกเทศแต่อย่างใด การคงอยู่ของ Centralized ไม่มีทางหายไป แต่บทบาทจะถูกแบ่งไปทาง Decentralized มากขึ้นก็เท่านั้น ซึ่งจะส่งผลในทางที่ดีต่อ DeFi ที่มีศักยภาพในตลาดแน่นอน 

 

หากกฎเกณฑ์ที่ทางฝั่ง Centralized ออกมายังคงคลุมเครือและไม่ชัดเจนแล้ว สุดท้ายโลกแห่ง Decentralized ก็ยังคงเป็นโลกสีเทาสำหรับทางฝั่ง Regulators อยู่ดี ยิ่งถ้า CEX ที่เป็นประตูเข้าสู่ DEX เกิดมีปัญหาระหว่างทาง การเข้าถึง DeFi ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินของโลกคริปโทก็ยิ่งเป็นไปได้ยากมาก ฉะนั้น แนวคิดที่ว่า เมื่อ CEX ล้ม คนจะหันมาเข้าโลก DEX มากขึ้นนั้น อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว 

 

เพราะในช่วงแรก ยังไงเราก็ต้องการความเชื่อมั่นก่อน ถึงจะกล้าเข้ามาลองในโลกใหม่ ผู้เล่นใหม่ยังคงต้องการความช่วยเหลือจาก CEX ก่อนจะเริ่มศึกษา และจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองบนโลกของ DEX แน่นอนว่าเมื่อทุกคนเข้าถึง DEX ได้มากพอ CEX ก็จะเริ่มลดบทบาท และไม่จำเป็นตามระบบไปโดยปริยายเอง 

 

“หวังว่าความชัดเจนจากเหตุการณ์ Binance US และ Coinbase จะชัดเจนโดยไว รวมถึงแผนของกฎเกณฑ์ที่จะใช้ในอนาคต เราที่เป็นนักลงทุนเองก็ทำได้แค่ติดตามผลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งคิดหาทางหนีทีไล่ไว้ทุกความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้” 

 

 

บทความโดย บีม ชานน จรัสสุทธิกุล

ผู้ร่วมก่อตั้ง และ CEO ของ FWX.finance แพลตฟอร์มด้านอนุพันธ์ทางการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง 

และ Forward Labs - Blockchain Technology Labs

Facebook แฟนเพจ Beam Chanon

 

 

กราฟิก: ณัฐชนน พูนชัย (Boom)  

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh