efinancethai

FinTech

บล็อกเชนสกุลเงินดิจิทัลที่คุณรู้จักทำธุรกรรมได้เร็วแค่ไหน?

บล็อกเชนสกุลเงินดิจิทัลที่คุณรู้จักทำธุรกรรมได้เร็วแค่ไหน?

 

บล็อกเชนสกุลเงินดิจิทัลที่คุณรู้จักทำธุรกรรมได้เร็วแค่ไหน?

การพัฒนาเทคโนโลยีที่จะมาช่วยเพิ่มอัตราการทำธุรกรรม (TPS) บนบล็อกเชนเป็นสิ่งที่ท้าทายของนักพัฒนาในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยวัตถุประสงค์ของการเพิ่มขีดความสามารถในการปรับขนาดและรองรับความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ วัน ดังนั้น “ความเร็ว” จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่นักพัฒนาเร่งอัปเกรดเพื่อให้เครือข่ายมีประสิทธิภาพสูงสุด บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักแต่ละบล็อกเชนและความเร็วในการทำธุรกรรมของแต่ละเครือข่ายว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

 

TPS ในโลกคริปโทฯ คืออะไร?

TPS มาจากคำว่า Transactions Per Second หมายถึง จำนวนรายการธุรกรรมได้ใน 1 วินาที เป็นอัตราที่ใช้วัดจำนวนการทำธุรกรรมใน 1 วินาที ซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถในการรองรับการใช้งานเครือข่าย (Scalability) ความสามารถของเครือข่ายในการประมวลผลธุรกรรมแบบเรียลไทม์ และศักยภาพในการรองรับผู้ใช้ใหม่ในอนาคตด้วย

 

ความเร็วในการทำธุรกรรมจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล เครือข่ายที่มีความเร็วในการทำธุรกรรมสูงกว่าย่อมส่งผลให้สกุลเงินดิจิทัลนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหมายความว่ายิ่งความเร็วในการทำธุรกรรมของ Blockchains สูงขึ้นเท่าใด ความสามารถในการถ่ายโอนข้อมูลจากฝ่ายหนึ่งไปยังอีกฝ่ายหนึ่งก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ความเร็วในการทำธุรกรรมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น เวลาบล็อก ขนาดบล็อก ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม และทราฟฟิกของเครือข่ายด้วย

 

นี่คือตัวอย่างบล็อกเชนที่ทุกคนน่าจะคุ้นตากันเป็นอย่างดี พร้อมกับความเร็วในการทำธุรกรรมที่แต่ละเครือข่ายเร่งพัฒนากันแบบไม่มีใครยอมใคร จะมีอะไรบ้างและเร็วแค่ไหนมาดูกันเลย

 

1.Solana (SOL) = 50,000 TPS (near instant)

Solana เป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่โดดเด่นด้านความเร็วในการทำธุรกรรม สามารถรองรับธุรกรรมได้สูงถึง 50,000 ธุรกรรมต่อวินาทีหรือแทบจะเรียกได้ว่าเกือบจะทันทีเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังใช้เวลาในการสร้างบล็อกเพียง 400 มิลลิวินาทีต่อบล็อก จึงทำให้ Solana ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเครือข่ายบล็อกเชนที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน

 

2.Fantom (FTM) - 25,000 TPS

Fantom อีกหนึ่งเครือข่ายที่เคลมว่าใช้ความเร็วในการทำธุรกรรมแบบ Almost Instant คล้ายกับ Solana นอกจากมี TPS ที่รวดเร็วที่ 25,000แล้ว โปรโตคอลยังใช้เวลาสิ้นสุดการบล็อกประมาณ 1 วินาทีอีกด้วย ด้วยรูปแบบการทำงานของ DAG (Directed Acyclic Graph) มีการเชื่อมต่อแต่ละบล็อกในเครือข่ายเป็นลักษณะคล้ายใยแมงมุม ขณะที่บล็อกเชนจะเป็นการเชื่อมต่อแบบเส้นตรง ต้องรอให้บล็อกก่อนหน้าได้รับการยืนยันก่อนจึงจะสามารถดำเนินการบล็อกถัดไปได้

 

3.Cosmos (ATOM) - 10,000 TPS

Cosmos Network ได้วางบทบาทกำหนดให้ตัวเองเป็น “อินเทอร์เน็ตของบล็อกเชน” มีหน้าที่เชื่อมโยงกันระหว่างบล็อกเชนหลากหลายรูปแบบอย่างปลอดภัยเน้นการปรับแต่งและการทำงานร่วมกัน สามารถรองรับธุรกรรมได้มากกว่า 10,000 รายการต่อวินาที และมีเวลาสิ้นสุดเฉลี่ย 2–3 วินาที

 

4.Polygon (MATIC) - 7,000 TPS

Polygon เป็นบล็อกเชนที่พยายามปรับขนาดเครือข่ายให้สามารถรองรับโซลูชันที่หลากหลายรวมถึงโซลูชัน Layer 2 และ Sidechain ที่มี Throughput สูงถึง 7,000 TPS (ตามทฤษฎีสูงได้ถึง 65,000) และเวลาสิ้นสุด 2–3 วินาที Polygon ยังให้การสนับสนุนด้านความปลอดภัยสำหรับบล็อกเชนอื่น ๆ และเชื่อมโยงเชนต่าง ๆ เข้ากับระบบนิเวศด้วย

 

5.Avalanche (AVAX) - 4,500 TPS

Avalanche Network แพลตฟอร์มที่ใช้ Smart contract เพื่อพัฒนา DApps (Decentralized Applications) ถูกออกแบบมาให้มีความเสถียร ความเร็ว และความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับการใช้ในระดับองค์กรและสถาบันทางการเงินโดยเฉพาะ นับว่าเป็นอีกหนึ่งในบล็อกเชนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วเช่นเดียวกัน มีความสามารถในการทำธุรกรรมอยู่ที่ 4,500 TPS

 

6.Zilliqa (ZIL) - 1,000-2,500 TPS

Zilliqa สร้างแพลตฟอร์มบล็อกเชนของตัวเองที่คล้ายกับ Ethereum พัฒนาสัญญาอัจฉริยะของตัวเองที่เรียกว่า Scilla ซึ่งย่อมาจาก Smart Contracts Intermediary Level Language ที่สามารถจัดการธุรกรรมได้มากขึ้นและเร็วขึ้นถึง 1,000-2,500 TPS

 

7.Ripple (XRP) - 1,500 TPS (Up to 50,000)

Ripple เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการใช้บล็อกเชนแทนระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน เช่น SWIFT (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication) ซึ่งเครือข่าย Ripple มีความเร็วในการทำธุรกรรมที่ 1,500 TPS ซึ่งคาดว่าจะปรับขนาดได้สูงสุด 50,000 TPS

 

8.Cardano (ADA) - 250 TPS

ความเร็วของ Cardano ในการทำธุรกรรมจะอยู่ที่ 250 TPS ความเร็วในการทำธุรกรรมของ Cardano อาจไม่เร็วเทียบเท่ากับความเร็วในการทำธุรกรรมอื่นๆ แต่ก็มีความโดดเด่นในแง่ของความปลอดภัย การมีส่วนร่วมของชุมชน Cardano (ADA) เป็นบล็อกเชนกระจายอำนาจแบบโอเพ่นซอร์สที่สร้างขึ้นสำหรับแอปพลิเคชันสัญญาอัจฉริยะ เช่น แอป DeFi เกม โทเค็นการเข้ารหัสลับ และอื่นๆ

 

9.Ethereum 2.0 = 100,000 TPS (Upcoming)

ด้วยความที่ Ethereum 1.0 สามารถเครือข่ายสามารถรองรับธุรกรรมได้ประมาณ 30 รายการต่อวินาทีเท่านั้น ทำให้เกิดความล่าช้า แต่หาก Ethereum 2.0 พัฒนาเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์เมื่อไหร่ เครือข่ายนี้จะสามารถทำได้ถึง 100,000 รายการต่อวินาทีเลยทีเดียว

 

10.Bitcoin = 7 TPS

ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ สำหรับ Bitcoin พี่ใหญ่ของวงการ จากปัญหาเรื่องความสามารถในการปรับขนาด (Scalability) ของBitcoin ที่มีข้อจำกัด ทำให้ Bitcoin ทำธุรกรรมได้เพียง 7 Tps เท่านั้นและใช้เวลานานถึง 30-60 นาทีเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม เนื่องจาก Bitcoin ใช้ระบบที่ให้นักขุดช่วยกันตรวจสอบธุรกรรมที่ทำให้เครือข่ายกระจายตัวมากเพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของเครือข่าย จึงต้องแลกมาด้วยระยะเวลาของการทำธุรกรรมที่สูง ซึ่งค่าธรรมเนียมก็สูงด้วย แต่ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จึงนำไปสู่การสร้างเครือข่ายและสกุลเงินที่แตกต่างกันมากมายที่เราเห็นในปัจจุบัน ซึ่งสามารถแก้ปัญหาเรื่องความเร็วในการทำธุรกรรมได้สำเร็จ

 

เป้าหมายของการสร้างและพัฒนาบล็อกเชนนั้น นอกจากจะแข่งกันเรื่องความเร็วแล้ว แต่เป้าหมายที่สูงสุดจริง ๆ ที่นักพัฒนาหลายค่ายให้ความเห็นตรงกันนั้นก็คือ การทำให้บล็อกเชนมีความปลอดภัยสูงสุดต่างหากที่จะนำไปสู่การเติบโตและการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต


อ้างอิง: Bitkub , makeuseof, bybit

บทความโดย bitkub.com/blog


_________________________________________
คำเตือน:
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

**สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

***ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดำเนินงานในอนาคต

 

กราฟิก: ณัฐชนน พูนชัย (Boom) 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh