efinancethai

FinTech

เทรดสั้น VS ถือยาว นักเทรดมือใหม่ลงทุนแบบไหนดี

เทรดสั้น VS ถือยาว นักเทรดมือใหม่ลงทุนแบบไหนดี

 

 

เทรดสั้น VS ถือยาว นักเทรดมือใหม่ลงทุนแบบไหนดี

 

หากคุณเป็นนักเทรดมือใหม่ของวงการคริปโทฯ และกำลังหาข้อมูลเพื่อเริ่มลงทุนอยู่ คงอยากได้คำตอบให้ตัวเองใช่ไหมล่ะว่าเราควรเทรดแบบไหนดี ท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยกราฟขึ้นลงผันผวนและข่าวอัปเดตของแต่ละเหรียญที่มีมากมายในแต่ละวันจนบางคนอาจรู้สึกว่าวิ่งตามไม่ทัน วันนี้เราจะขอนำเสนอข้อมูลในเชิงวิเคราะห์เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านให้กับคนที่กำลังหาข้อมูลว่าการลงทุนแบบไหนที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด

 

 

เตรียมความพร้อมก่อนลงทุน

 

     1.สำรวจตัวเอง

 

ความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมเรื่องข้อมูลที่เราต้องคอยศึกษา อัปเดตข่าวอยู่ตลอด ความพร้อมในเงินทุนที่จะจัดสรรมาเทรด และความพร้อมทางด้านจิตใจในการยอมรับความเสี่ยงหากต้องสูญเสียเงินทั้งหมดที่ได้ลงทุนไป นักลงทุนมือใหม่ควรตั้งคำถามเพื่อเป็นการสำรวจตัวเองก่อนว่าเรามีความพร้อมเหล่านี้ครบถ้วนแล้วหรือยัง

 

     2.ศึกษาข้อมูลตลาด ข้อมูลเหรียญ

 

แล้วเราควรลงทุนกับเหรียญไหนดีล่ะ? ก่อนจะทำการตัดสินใจลงทุนใด ๆ ก็ตาม นักลงทุนควรหาข้อมูลเพื่อศึกษาสภาวะตลาดปัจจุบันจากแหล่งข่าวและบทวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือได้ทั้งของไทยและต่างประเทศอย่างเช่น เว็บไซต์ Coinmarketcap ก็จะแสดงให้เราเห็นทั้งราคาและ Volume ของแต่ละเหรียญสกุลต่าง ๆ ทั่วโลกแบบ Real-Time เพื่อให้เรามองเห็นสภาวะตลาด ณ ปัจจุบัน เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขการลงทุนและข้อมูลที่อัปเดตก็จะสามารถทำให้เราจับสัญญาณสภาวะตลาดที่เรากำลังเผชิญอยู่ได้ ซึ่งก็จะทำให้เราสามารถประเมินตนเองได้ว่าสามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในสภาวะตลาด ณ ปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด

 

     3.รู้จัก Indicators ไว้ซักหน่อย

 

Indicators เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ทิศทางราคา มีให้เลือกใช้หลากหลายตามสถานการณ์หรือความถนัด การวิเคราะห์ราคาของสินทรัพย์สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แบบหลักๆ นั่นคือการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) และการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เราควรพิจารณาใช้ Indicators ร่วมกัน 2 ตัวขึ้นไป เพื่อป้องกันสัญญาณหลอก (False signal)

 

Indicators พื้นฐานที่เหล่านักเทรดและนักวิเคราะห์นิยมใช้คือ Moving Average (เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนไหว) โดยจะมีกรอบเวลาย้อนหลังของ MA สามารถถูกกำหนดได้ตามที่ต้องการเพื่อวิเคราะห์ทิศทางได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

 

การเทรดระยะสั้นและการซื้อแล้วถือยาวแตกต่างกันอย่างไร?

 

การเทรดระยะสั้น (Day Trading) จะเป็นรูปแบบการเทรดของผู้ที่ต้องการทำกำไรแบบรายวัน โดยจะใช้วิธีการซื้อและขายทำกำไรเสร็จภายในวันเดียวแบบ “สายซิ่ง” อาจจะเข้าซื้อและถือเป็นหลักนาทีหรือชั่วโมงแต่จะไม่ถือข้ามวัน นักเทรดในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะรอขายทำกำไรในช่วงที่ตลาดคึกคักที่สุด สำหรับในบ้านเราก็คือช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไปที่ฝั่งนักลงทุนต่างชาติแถบอเมริกาและยุโรปมีการซื้อขายหนาแน่น

 

การเทรดระยะสั้นจึงเหมาะกับผู้ที่มีเวลาให้กับการเทรดพอสมควรที่ต้องคอยติดตามความเปลี่ยนแปลงของตลาดทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงคอยติดตามข่าวสาร ร่วมพูดคุยตาม Crypto Community ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว เหรียญที่นักเทรดกลุ่มนี้โปรดปรานมากที่สุดจะเป็น “เหรียญซิ่ง” หรือบางคนก็เรียกว่า “เหรียญกาว” หมายถึง คริปโทเคอร์เรนซีและกลุ่มดิจิทัลโทเคนที่มีความผันผวนสูงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว อาศัยการเข้าซื้อขายช่วงที่แท่งเทียนของกราฟสร้างจุดกลับตัว

 

การซื้อแล้วถือยาว (Buy & HODL) คำว่า HODL เป็นศัพท์สแลงของวงการคริปโทเคอร์เรนซีซึ่งหมายถึงการซื้อและถืออย่างไม่มีกำหนด จะไม่มีการขายเกิดขึ้นเมื่อตลาดตกต่ำหรือมีความผันผวน คำผิดสุดฮิตคำนี้แท้จริงแล้วมาจาก Topic ของกระทู้ออนไลน์ในปี 2013 ที่ประกาศตัวเองว่า “I AM HODLING” และเขาได้โพสต์อธิบายว่าทำไมต้อง HODL โดยนักเทรดประเภท Buy & HODL นั้นจะมีความเชื่อมั่นว่ามูลค่าของเหรียญจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตเมื่อวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานหรือปัจจัยทางเทคนิค จึงมีแนวคิดในเชิง “ไม่ขาย ไม่ขาดทุน” นั่นเอง แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะตลาดหมี (Bear Market) อย่างช่วงนี้ก็ตาม

 

การเทรดแบบนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาในการนั่งติดตามดูกราฟตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่มีความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีเบื้องหลังหรือโอกาสเติบโตของเหรียญ เช่น กลุ่ม Stable Coins และ Large Cap Coins ที่มี Market cap ขนาดใหญ่ โดยศึกษาข้อมูลมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว และสามารถอดทนยอมรับความผันผวนของราคาได้แม้ในช่วงตลาดหมีที่สกุลเงินต่าง ๆ มีมูลค่าลดลง

 

นักเทรดมือใหม่ลงทุนแบบไหนดี

 

อย่างที่หลายคนได้ติดตามข่าวจะเห็นได้ว่าภาพรวมของตลาดในช่วงเวลานี้ผันผวนค่อนข้างมาก ด้วยสาเหตุหลายประการที่สนับสนุนให้ปริมาณและมูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลนั้นลดลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานการณ์โลก เงินเฟ้อ การเทขายของนักขุดคริปโทฯ การปิดตัวลงของแพลตฟอร์มและบริษัทเงินทุน รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดน้อยถอยลงกับข่าวในวงการคริปโทฯ ที่เกิดขึ้น อาจทำให้เกิดการคาดเดาที่ยากขึ้นกว่าเดิมว่าเทรนด์สินทรัพย์ดิจิทัลจะไปในทิศทางไหน

 

สำหรับนักลงทุนที่มีความพร้อมทั้งในด้านเงินลงทุนและความพร้อมในด้านข้อมูลที่ศึกษาโปรเจคของเหรียญที่ต้องการลงทุนมาเป็นอย่างดีแล้ว การเลือกใช้วิธี Buy & HODL อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในช่วงตลาดที่มีความผันผวนแบบนี้ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับเหรียญที่เลือกลงทุนด้วยว่ามีทิศทางและการพัฒนาในอนาคตมากน้อยเพียงใด

 

หากนักเทรดมือใหม่จะอาศัยช่วงที่ตลาดผันผวนในการทำกำไรแบบ Day Trading ก็ต้องมั่นใจว่าเราศึกษาข้อมูลเหรียญ รูปแบบกราฟ และวิธีใช้ Indicators ต่าง ๆ ที่ช่วยประกอบการตัดสินใจมาแล้วเป็นอย่างดี บางคนอาจเริ่มเทรดด้วยทุนจำนวนน้อยที่คุณสามารถสูญเสียได้ทั้งจำนวนโดยไม่กระทบกับชีวิต เพื่อทดสอบและพิสูจน์ว่าตนเองได้เข้าใจหลักการและวิธีลงทุนในโลกคริปโทฯนี้แล้วหรือยัง

 

คำเตือน

     -ข้อมูลนี้ไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการจัดการใด ๆ ของการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีและสินทรัพย์ดิจิทัล

     -สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

     -คริปโทเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน

 

บทความโดย bitkub.com/blog

 

กราฟิก: ณัฐชนน พูนชัย (Boom) 

 

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh