efinancethai

FinTech

สินทรัพย์ดิจิทัลกับการบังคับใช้กฎหมาย

สินทรัพย์ดิจิทัลกับการบังคับใช้กฎหมาย

นางสาวนภนวลพรรณ ภวสันต์ 

ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีทางการเงิน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

 

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เราได้มีการกล่าวถึงสินทรัพย์ดิจิทัลลักษณะต่าง ๆ พัฒนาการ การใช้งาน และการกำกับดูแลกันไปแล้ว ในบทความนี้จะมาปิดท้ายกันด้วยเรื่อง “การบังคับใช้กฎหมาย” โดยที่สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเน้นใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก และมีลักษณะเป็นการให้บริการข้ามพรมแดน (cross-border) ซึ่งผู้ลงทุนหรือผู้ซื้อขายสามารถเข้าถึงได้ง่ายแค่มีมือถือหรืออินเทอร์เน็ต การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลจึงเป็นประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศต่าง ๆ รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องติดตามให้เท่าทันพัฒนาการ โดยบูรณาการกับองค์ความรู้ที่มีอยู่ เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน เสริมสร้างความเป็นธรรม ประสิทธิภาพ และความโปร่งใสของตลาด

 

การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล

 

ตั้งแต่มีพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) การบังคับใช้กฎหมายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ จะเป็นกรณีการเสนอขายโทเคนดิจิทัลและการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

โดยไม่ได้รับอนุญาต ในขณะเดียวกันการป้องกันและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยสร้างความเป็นธรรมและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นและราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง 

 

(1) การเสนอขายโทเคนดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ การเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่มีลักษณะเป็นการระดมทุนในประเทศไทย ต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ต้องเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนด และต้องเสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. 

 

หลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่า การสร้างและเสนอขายโทเคนดิจิทัลนั้น สามารถทำได้บนบล็อกเชน ซึ่งอยู่ในโลกออนไลน์ ไม่มีเขตแดนของประเทศเป็นตัวกำหนด ก.ล.ต. จะสามารถพิจารณา กำกับดูแล และบังคับใช้กฎหมายอย่างไร 

 

คำตอบคือ ก.ล.ต. และหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศต่าง ๆ ที่มีหน้าที่และอำนาจในการกำกับดูแลการกระทำที่เกิดขึ้นในประเทศของตน ดังนั้น จึงต้องพิจารณาว่ามีเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทยหรือไม่ โดยหากเป็นการกระทำของบุคคลในต่างประเทศและการกระทำนั้นเกิดขึ้นในต่างประเทศทั้งหมดจะไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ผู้ที่ต้องการซื้อโทเคนดิจิทัลดังกล่าวจึงต้องพิจารณาและใช้ความระมัดระวัง 

 

แต่หากมีการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อผู้ลงทุนในประเทศไทย เช่น มี whitepaper หรือมีการโฆษณาเสนอขายเป็นภาษาไทย มีการชักชวน หรือมีการจัดสัมมนาเพื่อเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย เป็นต้น ก็อาจพิจารณาได้ว่ามีการเสนอขายในประเทศไทยและต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ 

 

ประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยอาจมองข้ามไป คือ หากเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย หรือมีการพัฒนาโครงการโดยผู้พัฒนา (developer) ที่อยู่ในประเทศไทย แม้ว่าจะเสนอขายโทเคนดิจิทัลแก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด ไม่มีการโฆษณาเสนอขายเป็นภาษาไทย และไม่ได้เสนอขายเป็นเงินบาท ก็อาจเข้าข่ายเป็นการเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย เนื่องจากการที่บริษัทไทยหรือผู้พัฒนาที่อยู่ในประเทศไทยเป็นผู้กระทำการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัล จึงมีการกระทำส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกับการพิจารณาการออกเสนอขายในด้านหลักทรัพย์ ดังนั้น หากผู้ออกโทเคนดิจิทัลไม่ขออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลให้ถูกต้องตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ อาจเข้าข่ายเป็นการเสนอขายโทเคนดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ 

 

ดังนั้น หากผู้ประกอบการไม่แน่ใจว่าการดำเนินการต่าง ๆ เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ หรือไม่ สามารถเข้ามาหารือกับ ก.ล.ต. ก่อนดำเนินการได้

 

(2) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ได้แก่ การประกอบธุรกิจ

ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (exchange) นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (broker) ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (dealer) ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล (investment advisor) หรือผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (fund manager) ต้องได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และต้องปฏิบัติ

ตามกฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 

 

ในการพิจารณาว่าเป็นการประกอบธุรกิจในประเทศไทยหรือไม่นั้น ต้องดูว่ามีการกระทำ การให้บริการ หรือมีการชักชวนผู้ลงทุนในประเทศไทยหรือไม่ โดยหากเป็นการให้บริการในต่างประเทศ แต่ผู้ลงทุนในประเทศไทยไปใช้บริการเอง จะไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ซึ่งในกรณีนี้ผู้ลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกใช้บริการ เนื่องจากในบางธุรกิจอาจไม่ถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศนั้น ๆ 

 

อย่างไรก็ตาม หากมีการให้บริการแก่ผู้ลงทุนในประเทศไทย เช่น มีการให้บริการเป็นภาษาไทย มีการชักชวน หรือมีตัวแทนในการติดต่อลูกค้าหรือผู้ลงทุนในประเทศไทย ก็อาจพิจารณาได้ว่ามีการกระทำเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ โดยหากไม่ดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง อาจเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ

 

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้จากแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือเว็บไซต์ www.sec.or.th หัวข้อ สินทรัพย์ดิจิทัล และสอบถามข้อมูลหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ “ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต.” โทร 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.  

 

(3) การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (unfair trading practices)

พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ กำหนดบทบัญญัติเพื่อป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยอาจแบ่งกลุ่มความผิดหลัก ๆ ได้เป็น 

     -การบอกกล่าวหรือแพร่ข่าวที่กระทบราคาสินทรัพย์ดิจิทัล (false dissemination) 

     -การใช้ข้อมูลภายใน (insider trading) ซึ่งใช้เฉพาะกับกรณีของโทเคนดิจิทัล 

     -การปั่นราคาสินทรัพย์ดิจิทัล (manipulation) 

 

ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลบางตัวมีความร้อนแรงและราคาผันผวน นอกจากการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. แล้ว ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นด่านแรกในการกำกับดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการซื้อขาย (front line regulator) ทำนองเดียวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจึงต้องมีมาตรการในการตรวจสอบสภาพการซื้อขายผิดปกติและการกระทำอันไม่เป็นธรรมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ต้องมีกระบวนการดำเนินการเมื่อตรวจพบพฤติกรรมต้องสงสัย และต้องรายงานผลการตรวจสอบต่อ ก.ล.ต. โดย ก.ล.ต. มีอำนาจในการตรวจสอบการซื้อขายและการทำหน้าที่ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

 

ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ

 

ที่ผ่านมา นอกจากจะร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในแวดวงสินทรัพย์ในการให้ความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้สนใจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ในเรื่องการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ก.ล.ต. ยังมีความร่วมมือและทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ เช่น หน่วยงานกำกับดูแลภายใต้ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) และ United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ผู้ลงทุนและผู้ใช้บริการได้รับความคุ้มครองที่เพียงพอเหมาะสม โดยไม่เป็นอุปสรรคแก่การประกอบธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว

 

****************************

ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 

กราฟฟิค: ณัฐชนน พูนชัย (Boom) 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh