FinTech

สงครามบล็อกเชน Scaling เมื่อ Ethereum กำลังถูกท้าทาย

สงครามบล็อกเชน Scaling เมื่อ Ethereum กำลังถูกท้าทาย

 

โดย กวิน พงษ์พันธ์เดชา 

 

สงครามบล็อกเชน Scaling เมื่อ Ethereum กำลังถูกท้าทาย

 

          ความคลั่งไคล้ใน DeFi โดยเฉพาะการทำ yield farming ทำให้มูลค่าตลาดของ Ethereum และราคา GAS เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนถึงจุดหนึ่งค่าธรรมเนียมพุ่งสูงถึง 1,500 gwei เนื่องจากความแออัดของเครือข่าย  ส่งผลกระทบต่อแอปพลิเคชันแบบกระจายอำนาจ (DApps) และค่าธรรมเนียมที่มากเกินไปก็ขัดขวางไม่ให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าร่วมในระบบเศรษฐกิจแบบ Decentralized ที่เกิดขึ้นใหม่นี้ได้  ทำให้เกิดการพูดถึงการนำ scaling มาใช้เพื่อขยายพื้นที่ของบล็อกเชนโดยเฉพาะสาย Smart Contract 

 

          แม้ว่าผู้นำอย่าง Ethereum จะมีการเปลี่ยนจาก Ethereum 1.0 เป็น Ethereum 2.0 ซึ่งเป็นการเปลี่ยน consensus จาก "proof of work" ไปเป็น “proof of stake” ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานสำหรับเครือข่าย ลดค่าธรรมเนียม GAS และประมวลผลการทำธุรกรรมได้ถึง 10,000 รายการต่อวินาที 

 

          อย่างไรก็ตาม การอัปเกรดเป็น Ethereum 2.0 อย่างสมบูรณ์นั้นต้องใช้เวลาอีกมาก และทำให้คู่แข่งยังมีที่ว่างซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า “Ethereum killers” เพื่อระดมทุนจำนวนมากเพื่อพัฒนาและแข่งขันกับเครือข่าย Ethereum

 

          คู่แข่งที่ว่ามีตั้งแต่ Binance Smart Chain ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่เข้ากันได้กับ Ethereum Virtual Machine (EVM) บน Cosmos Tendermint BFT และ Cosmos SDK ส่งผลให้มีโครงการที่ก็อปปี้โครงการ Ethereum ยอดนิยมไปสร้างบน BSC ตัวอย่างเช่น Uniswap ที่ถูกคัดลอกไปยัง BSC และเปลี่ยนชื่อเป็น PancakeSwap จากนั้นก็มีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในการเสนอผลิตภัณฑ์และโครงสร้างเพื่อจูงใจผู้ใช้ใน BSC ความคิดในการ Copy And Develpment ได้กลายเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังการแพร่กระจายของ DApps และการเติบโตอย่างรวดเร็วของ BSC

 

          แต่ BSC ก็ยังถูกหาว่าเป็นบล็อกเชนแบบรวมศูนย์จากสาวก ETH  โดยอ้างว่า validator nodes มีเพียง 21 โหนดซึ่งน้อยเกินไป  และการเรียกใช้ validator nodes ประสิทธิภาพสูงต้องใช้ทรัพยากรการคำนวณ การบำรุงรักษา และการจัดเก็บจำนวนมาก ซึ่งเป็นความรับผิดชอบที่ไม่เหมาะกับรายย่อยจำนวนมาก 

 

          ขณะที่ Polkadot ไม่ได้ยึดติดกับเชน Ethereum โดยชูจุดขายที่เฟรมเวิร์กซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสร้างบล็อกเชนใหม่ด้วยการเขียนโปรแกรมเพียงเล็กน้อย  และตอนนี้นักพัฒนาสามารถทดลองกับการกำหนดค่าบล็อกเชนใหม่ เช่น ที่เก็บข้อมูล กลไก consensus และกฎต่าง ๆ โดยไม่ต้องรอให้พร้อมใช้งานบน Ethereum

 

          อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักสำหรับ Polkadot ในขณะนี้คือการนำไปใช้ เนื่องจากเรายังไม่เห็นการเติบโตของการใช้งานที่แท้จริง

 

          ขณะที่ Solana ไม่เหมือนกับ Ethereum และ Polkadot โดยชูเรื่องของการใช้ proof of history เพื่อกลายเป็นบล็อกเชนหลักตัวแรก ที่แนะนำองค์ประกอบของเวลาในระดับพื้นฐาน validator node ของ Solana แต่ละโหนดจะรักษา clock ของตัวเอง แทนที่จะใช้โหนดทั้งหมดเพื่อให้ได้ global consensus ในช่วงเวลา ผลก็คือสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น

 

          อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์โต้แย้งว่าการที่จะเป็น Solana validator node ของ Solana นั้น จะต้องใช้พลังงานฮาร์ดแวร์และความสามารถของเครือข่ายที่ประสิทธิภาพสูง ความสามารถในการเข้าร่วมในเครือข่ายจึงถูกจำกัดอย่างรุนแรงและขัดกับหลักการในชุมชนบล็อกเชน

 

          นอกจากนี้ นักพัฒนา Solana จำเป็นต้องเขียนโค้ดใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น รวมทั้งทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์และผู้ตรวจสอบบัญชี  เพื่อให้แน่ใจว่าโค้ดมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยเพียงพอที่จะจัดการกับบล็อกเชนมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

 

         ขณะที่ Polygon Network  ซึ่งก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ Matic Network เป็นหนึ่งในเชนที่ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว  ณ เดือนมิถุนายน 2021 โครงการมีเงินรวมกว่า 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ถูกล็อกใน proof of stake sidechain 

 

          โดยความนิยมนั้นมาจากความสามารถในการดึงดูดโครงการ DeFi ชั้นนำเช่น Aave, SushiSwap และ Curve เพื่อสร้างเครือข่าย เมื่อรวมกับรางวัลการขุดสภาพคล่อง  yield farmers จึงเริ่มอพยพไปยัง Polygon สิ่งนี่แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีการปรับฐานครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม 2021 แต่นักลงทุนยังคงแสวงหาผลตอบแทนอย่างมุ่งมั่นและเต็มใจที่จะฝากเงินทุนเข้าในโครงการใหม่ที่มีประวัติเพียงเล็กน้อย

   

          แม้ว่าผู้นำอย่าง Ethereum จะมีพัฒนาที่น่าสนใจในการ Scaling ขนาดของบล็อกเชนให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับธุรกรรมที่เติบโตไม่ว่าจะเป็น DeFi หรือ NFT แต่คู่แข่งอย่าง Binance Smart Chain, Polkadot, Solana และ Polygon ต่างผลักดันตัวเองขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่กำลังเข้าหาบล็อกเชนมากขึ้น ซึ่งการแข่งขันจะทำให้ผู้ใช้งานได้เข้าถึงเครือข่ายบล็อกเชนทีมีความรวดเร็วและค่าธรรมเนียมไม่สูงมาก เรียกได้ว่าการแข่งขันในสนามนี้น่าจับตาอย่างยิ่ง

 

บทความนี้เขียนโดย กวิน พงษ์พันธ์เดชา ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO บริษัท บิทาซซ่า จำกัด บทความนี้มีไว้ให้ข้อมูลเท่านั้น เนื้อหาที่นำเสนอไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน

 

กราฟิก: ณัฐชนน พูนชัย (Boom)







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh