FinTech

การลงทุนแบบ DCA ใน คริปโทฯ ช่วงตลาดปรับฐาน

การลงทุนแบบ DCA ใน คริปโทฯ ช่วงตลาดปรับฐาน

 

การลงทุนแบบ DCA ใน คริปโทฯ ช่วงตลาดปรับฐาน


2 เดือนที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเกิดการปรับตัวลงของราคาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การลงทุนด้วยกลยุทธ์เทรดดิ้ง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนรายย่อยในช่วงตลาดขาขึ้นนั้นทำได้ยาก ยิ่งร้ายไปกว่านั้นคือ การซื้อขายบ่อยครั้งในช่วงตลาดขาลงยังส่งผลให้เกิดผลขาดทุนสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นสาเหตุให้นักลงทุนรายย่อยเริ่มมองหากลยุทธ์การลงทุนแบบอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุน 


กลยุทธ์การลงทุนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในช่วงเวลาเหล่านี้ มักจะเป็นรูปแบบการลงทุนในระยะยาว ซึ่งมีความทนทานต่อการพักตัวลงของราคาได้ยาวนานกว่า เช่น Buy and Hold (ซื้อและถือ) และ การทำ DCA (Dollar-Cost Averaging)  วันนี้เราจะมาพูดถึงรูปแบบการลงทุนด้วยวิธี DCA กันว่า กลยุทธ์แบบนี้จะสามารถใช้งานได้ดีในตลาดขาลง และจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะกับตลาดที่มีความผันผวนสูงมากอย่าง Cryptocurrency  


DCA (Dollar-Cost Averaging) คือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนโดยกำหนดการลงทุนเป็นงวดๆ งวดละเท่ากัน โดยที่ความถี่จะเป็นรายเดือน รายไตรมาส หรือกำหนดความถี่ของระยะเวลาขึ้นมาเองก็ได้ แต่จะต้องทำการสั่งซื้อทุกงวดโดยไม่สนใจว่าราคาของสินทรัพย์จะอยู่ที่ระดับเท่าไหร่ ดังนั้น เมื่อนักลงทุนใช้วิธีการเช่นนี้ติดต่อกันไปเรื่อยๆ จะทำให้สามารถสะสมสินทรัพย์ดังกล่าวเข้ามาในพอร์ตได้ในราคาเฉลี่ยระยะยาว และทำให้ไม่พลาดโอกาสในการลงทุนในแต่ละช่วงเวลาไป


 

ข้อดีของการลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging)

1. ทำให้พอร์ตโดยรวมขาดทุนลดลง
2. สร้างวินัยในการลงทุน เกิดความต่อเนื่องในการลงทุน
3. ลดความเครียดจากการคาดเดาการขึ้นลงของราคา


DCA แบบไหนถึงรวย / DCA ผิดวิธีก็ขาดทุนได้ด้วยหรือ

แม้ว่าข้อดีของการลงทุนในรูปแบบ DCA นั้นจะดูง่าย และมีกูรูออกมาแนะนำให้ลงทุนในรูปแบบนี้ โดยชี้ชวนว่า จากผลการทดสอบจากราคาในอดีตของสินทรัพย์ตัวหนึ่งๆ เช่น บิทคอยน์ หากลงทุนด้วยวิธี DCA แล้วจะสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ในระดับที่น่าพึงพอใจ ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเอาช่วงเวลาหนึ่งๆ ของราคาสินทรัพย์ที่เป็นขาขึ้นมาตลอด 10 ปี อย่าง บิทคอยน์ มาคำนวณผลตอบแทนที่ได้จากวิธี DCA จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีอย่างมาก


แท้จริงแล้วจุดที่ควรพึงระวังเป็นอย่างมากเมื่อตัดสินใจลงทุนด้วยวิธีนี้กลับไม่ได้อยู่ที่วิธีการในการ DCA แต่อยู่ที่การคัดเลือกสินทรัพย์ที่จะ DCA ในพอร์ต เนื่องจากการซื้อถัวเฉลี่ยสินทรัพย์นั้นจะได้ผลกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นขาขึ้นในระยะยาวเท่านั้น หากนักลงทุนเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีลักษณะการเคลื่อนไวของราคาเป็น Sideway คือ Down trend แล้วละก็ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน นักลงทุนก็แทบจะไม่สามารถสร้างความร่ำรวยจากการใช้วิธีลงทุนแบบ DCA ได้เลย และในกรณีเลวร้าย การ DCA ในสินทรัพย์ที่เป็นขาลงไปเรื่อยๆ จะยิ่งทำให้เกิดผลขาดทุนสะสมมากมายมหาศาลขึ้นในพอร์ต 


สินทรัพย์ดิจิทัลที่ในปัจจุบันมีเหรียญใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ย่อมสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เหรียญบางเหรียญ อาจจะไม่สามารถเดินทางผ่านกาลเวลาและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ยังคงต้องผ่านบททดสอบของตลาดอีกมาก ดังนั้นกลยุทธ์ DCA อาจไม่เหมาะสมกับการเลือกลงทุนในเหรียญที่พึ่งเกิดใหม่ แต่จะเหมาะกับการลงทุนในเหรียญที่มีขนาดของมูลค่าตามราคาตลาดที่สูง ในเหรียญ 1-10 อันดับแรกเท่านั้น และสำหรับการลงทุนในเหรียญใหม่ๆ ที่ยังมีขนาดเล็ก อาจะเลือกใช้วิธีการลงทุนในสัดส่วนที่น้อยๆ ของพอร์ต และติดตามพัฒนาการของเหรียญนั้นๆ จากโรดแมพของโครงการ เนื่องจากเหรียญประเภทดังกล่าว มีโอกาสที่จะขาดทุนเป็นศูนย์ไปเลย หรือ อาจะสร้างผลตอบแทนที่มหาศาลได้จากความสำเร็จของโครงการนั่นเอง 


เครื่องมือ หรือ กลยุทธ์ ในการลงทุนแบบไหนก็ตาม ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากเราเข้าใจและสามารถหยิบเครื่องมือแต่ละชิ้นมาใช้งานได้ถูกสถานการณ์ ก็ย่อมส่งผลให้เกิดความสำเร็จในการออมและการลงทุน ที่จะช่วยให้เราเป็นอิสระทางการเงินได้อย่างแน่นอน

 


 กราฟิก : ณัฐชนน พูนชัย-Boom







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh