FinTech

NFT กับผลดีต่อศิลปินไทย

NFT กับผลดีต่อศิลปินไทย

NFT กับผลดีต่อศิลปินไทย

ช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินคำว่า NFT ในสื่อต่างๆ ของไทย โดยเฉพาะเมื่อ Grammy บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงเมืองไทยที่เพิ่งประกาศความสนใจใน NFT หรือ BITKUB ตลาดแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลก็ประกาศเปิดตัวเกมส์ออนไลน์ Morning Moon บน Bitkub Chain ซึ่งจะเป็นการรวม NFTs และ Yied Farming ในเกมส์เป็นครั้งแรกบนระบบบล็อกเชนของคนไทย 

NFT คืออะไร?

วันนี้จึงขออนุญาตมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเทคโนโลยีตัวนี้กันครับ โดยปกติคริปโทเคอร์เรนซีทั่วไปที่เราเคยได้ยินกันมา เช่น bitcoin หรือ ethereum หรือแม้แต่ JFIN จะเป็นโทเคนที่สามารถแลกเปลี่ยนและทดแทนกันได้ เปรียบเสมือนกับเงินหรือสิ่งของที่เหมือนกันที่เราไม่สามารถแยกความแตกต่าง เราจะรับเหรียญจากใครหรือโอนเหรียญจากใครก็จะไม่แตกต่างกัน ขอให้เป็นเหรียญนั้นก็พอ เหรียญแบบนี้ถูกเรียกว่า Fungible Token 

“NFT” ย่อมาจาก Non Fungible Token ก็เป็นเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีอีกรูปแบบในด้านตรงข้ามจากเหรียญแบบทั่วไป โดยเป็นเหรียญที่มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งเหรียญ NFT จะถูกสร้างขึ้นมาได้โดยไม่มีซ้ำกันเลย ซึ่งเอกลักษณ์สำคัญข้อนี้ จึงมีการนำ NFT  ไปใช้กับงานหลายรูปแบบที่ต้องการเป็นตัวแทนของสิ่งที่มีความเฉพาะตัว ไม่สามารถทำซ้ำหรือคัดลอกได้ เช่น รูปภาพ คลิป VDO ไอเท็มในเกมส์ การ์ตูน รูป 3D คูปอง เป็นต้น

และอีกหนึ่งคุณสมบัติที่สำคัญของ NFT คือไม่สามารถแบ่งแยกเป็นหน่วยย่อยๆ จะต้องส่งเป็นเหรียญแบบจำนวนเต็มเท่านั้น เช่น ถ้าเรานำรูปภาพมาทำเป็น NFT เราก็จะไม่สามารถขายรูปนั้นๆ เป็นส่วนย่อยๆ ได้นั่นเอง

NFT มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

NFT คือเหรียญที่อยู่บนเทคโนโลยีบล็อกเชน จึงได้คุณสมบัติของดิจิทัลโทเคนตามมาด้วยเช่นกัน คือ สามารถโอนหากันได้แบบไม่ต้องมีคนกลาง และทุกๆ ธุรกรรมก็จะถูกเก็บไว้ในบล็อกเชนที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ไขได้ จึงสะดวก ปลอดภัย โปร่งใส สามารถตรวจสอบประวัติได้ 

ด้วยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ NFT ได้ถูกนำไปใช้ในหลายๆ อุตสาหกรรม เริ่มด้วยวงการเกมส์ที่ NFT ได้ถูกนำไปใช้เป็น Item ในเกมส์ ซึ่งจริงๆ ต้องบอกว่า NFT จะสามารถช่วยแก้ปัญหาความโปร่งใสของการสร้าง Item พิเศษต่างๆ  รวมถึงการโอน Item ระหว่างกันด้วย ยิ่งในปัจจุบัน DeFi เริ่มเปฺ้นที่นิยม NFT เกมส์ก็เริ่มถูกใช้ร่วมกับ DeFi เกิดเป็น Product Innovation  ใหม่ๆมากมาย 

ในวงการเพลง NFT ก็ได้เพิ่มโอกาสทางการขายให้กับวงการเพลงได้มากขึ้น ศิลปินนักร้องในต่างประเทศเริ่มที่จะนำเพลงของตัวเองมาทำเป็น NFT ในรูปแบบต่างๆ และขายให้กับแฟนเพลง เช่น Limited Edition ของเพลงนั้นๆ ที่มีเบื้องหลังของเพลง หรือเนื้อหาพิเศษแตกต่างจากปกติ ซึ่งถือเป็นอีกรูปแบบที่ทำรายได้ให้กับนักร้องนักดนตรีได้อีกหนึ่งช่องทาง โดยเฉพาะในขณะนี้ที่โลกประสบปัญหาจากโควิดที่กระทบกับรายได้หลักของนักร้องและนักดนตรีไปทั่วโลก 

วงการกีฬาก็ได้รับประโยชน์จาก NFT เช่นกัน ซึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุด น่าจะเป็น NBA Topshot ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง Dapper Labs บริษัทด้านบล็อกเชนเทคโนโลยี กับทาง NBA ที่ได้นำ Moment ต่างๆ ในเกมส์บาสมาขายเป็น NFT VDO Clip ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง

NFT ยังสามารถนำไปใช้ในอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น นำไปใช้แทนตั๋วคอนเสิร์ต นำไปใช้แทนคูปอง นำไปใช้กับของสะสมดิจิทัล  เช่นการ์ดเกมส์ต่างๆ ยังมีอีกหลายการวิจัยที่บอกว่า NFT จะสามารถนำไปใช้กับโฉนดที่ดินเช่นกัน

NFT กับวงการศิลปะ

แม้ว่า NFT จะถูกนำไปใช้ในหลายๆ รูปแบบ แต่ที่เป็นที่นิยมมากๆ ก็น่าจะเป็นวงการศิลปะที่ได้มีการนำรูปภาพ งานศิลปะดิจิทัลต่างๆ มาทำเป็น NFT และนำไปขายในตลาด NFT ที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีข่าวการซื้อขายงานศิลปะบน NFT ที่สามารถขายได้ในราคาสูงมาก เช่น ผลงานของศิลปิน Beeple ที่ชื่อว่า "Everydays: The First 5,000 Days" ได้ถูกประมูลไปในราคา $69 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือ NFT รูปทวิตแรกของ Jack Dorsey CEO และผู้ก่อตั้งทวิตเตอร์ ก็สามารถขายออกไป $2.9 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 87 ล้านบาท 

ซึ่งปรากฎการณ์เหล่านี้เอง ทำให้เกิดความสนใจของ NFT จากสื่อมวลชนและศิลปินทั่วโลก กับโอกาสในการได้รายได้รูปแบบใหม่จากผลงานของตัวในการขาย NFT เมื่อนำงานศิลปะต่างๆ มาสร้างมาเป็น NFT ก็จะเปรียบเสมือนใบรับรองทางดิจิทัล ที่จะแสดงถึงความเป็นต้นฉบับของงานนั้นๆ ซึ่งจะมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ซึ่งด้วยการเป็นดิจิทัลโทเคน ก็จะสามารถทำให้การซื้อขายงานแต่ละชิ้น เกิดขึ้นบนโลกดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย แถมด้วยความสามารถในการเข้าไปตรวจสอบความเป็นเจ้าของและประวัติการเป็นเจ้าของที่ผ่านมาของ NFT ชิ้นนั้นๆได้อีกด้วย โดยข้อมูลเหล่านี้จะไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ไขได้ 

NFT จึงเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มนักสะสมทั่วโลก เพราะให้ความรู้สึกว่าตนมีสิทธิพิเศษที่ได้ครอบครองของที่มีจำกัดและหายากได้ หรือได้สะสมงานที่เป็นประวัติศาสตร์มีเรื่องราวจากศิลปินที่ชื่นชอบได้โดยตรง จากในอดีตที่จะหาซื้อได้อย่างยากลำบาก แถมยังสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นของจริงแน่นอน และยังสามารถนำไปซื้อขายได้อย่างสะดวก ผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขาย NFT อย่าง OpenSea, Foundation และอื่นๆ อีกมากมาย

ในอีกมุมหนึ่ง NFT ก็ได้เกิดโอกาสในการลงทุนให้กับนักลงทุนได้อีกด้วย เพราะการที่มีตลาดซื้อขายได้อย่างสะดวก คนเข้ามาสนใจใน NFT มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้มีนักลงทุนใน NFT สามารถทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ งานศิลปะ NFT หลายๆ ชิ้นที่มีคุณค่าและมีเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถทำกำไรให้กับผู้ซื้อคนแรกๆ ได้อย่างมากมาย

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เรื่องของ NFT ยังแยกออกจากเรื่องลิขสิทธิ์ของชิ้นงานนะครับ การซื้อ NFT ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพียงการเป็นเจ้าของของ NFT ชิ้นนั้นที่มีงานศิลปะติดอยู่เท่านั้น ยังไม่ได้รวมถึงการเป็นเจ้าของภาพหรือลิขสิทธิ์ใดๆ ของงานชิ้นนั้นนะครับ เรื่องนี้มองได้ว่าจะเป็นอีกรูปแบบของสินค้าของงานชิ้นนั้นเท่านั้น

NFT กับศิลปินในเมืองไทย

ในเมืองไทย NFT ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเมื่อเทียบกับต่างประเทศ แต่ก็ถือว่าเดิบโตได้อย่างรวดเร็วในหมู่ศิลปินคนไทย  มีศิลปินชื่อดังหลายๆ ท่านก็เริ่มที่จะสร้างงานไปขายในตลาด NFT กันแล้ว เช่น ติ๊ก ชีโร่ YoungOhm ปาล์ม Instinct หรือแม้แต่หนังสือขายหัวเราะ ก็ได้นำปกแรกของหนังสือขายหัวเราะนำมาทำเป็น NFT ขายด้วย

ในส่วนชองศิลปินหน้าใหม่ก็ได้มี Community เกี่ยวกับ NFT เกิดขึ้นมากมายหลายๆ เพจ รวมแล้วหลายหมื่นคนที่สนใจในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสร้างงานเพื่อนำไปขายในตลาด NFT ต่างๆ มีการแสดงผลงานที่น่าสนใจ มีการรวมตัวศิลปินเพื่อสร้างงาน NFT กันอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นประกฎการณ์สำคัญของวงการศิลปะไทย

ถึงแม้ว่าการเข้าไปสร้าง NFT ยังมีกระบวนการที่ถือว่าไม่ง่ายสำหรับมือใหม่ มีความเสี่ยงของการดูแล NFT ที่ได้มา มีค่าใช้จ่าย
ที่ยังสูงและตลาดที่มีแต่ในต่างประเทศ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ NFT ในเมืองไทยยังไม่โตเท่าไหร่นัก  เร็วๆ นี้ก็จะมีตลาด NFT ของคนไทยเกิดขึ้นก็จะช่วยลดอุปสรรคเหล่านี้ลงได้ และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ศิลปินไทยที่เคยขายงานได้เฉพาะกับคนไทยหรือยังมีคนรู้จักไม่มาก หรือศิลปินรุ่นใหม่ที่จะได้มีโอกาสที่จะสามารถนำเสนองานไปสู่นักสะสมทั้งในประเทศ
และในตลาดโลกได้

มีคนกล่าวไว้ว่า NFT จะเป็นสิ่งที่จะเชื่อมโลกปัจจุบันกับโลกของอนาคต เชื่อมโลกของศิลปินกับโลกออนไลน์ และเชื่อมคนส่วนใหญ่ของโลกเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอเรนซีได้มากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ศิลปะจะทำให้เทคโนโลยีใกล้ตัวเรามากขึ้น เรามาร่วมตื่นเต้นกันเทคโนโลยีใหม่ตัวนี้กันครับ

------------------
กราฟิก : ณัฐชนน พูนชัย-Boom

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh