FinTech

DeFi กับความเสี่ยงที่พึ่งก่อร่าง!

DeFi กับความเสี่ยงที่พึ่งก่อร่าง!

 

DeFi กับความเสี่ยงที่พึ่งก่อร่าง!


ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดถึงและรู้จักโปรเจกต์ DeFi กันมากขึ้น หลังโปรเจกต์ DeFi ของคนไทย ที่ชื่อ TukTuk Finance เปิดตัวเหรียญ บน Binance Smart Chain และราคาร่วงลงทันที 99% หรือในช่วงก่อนหน้านี้มีข่าวด้านลบที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ DeFi ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นการถูก Hack  หรือการปิดเว็บหอบเงินหนีของเจ้าของโปรเจกต์ DeFi ก็ตามแต่ ข่าวด้านลบของโปรเจกต์ DeFi ต่างๆ ก็ยังไม่สามารถหยุดนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงๆ และพร้อมที่จะเสี่ยงเข้าไปลงทุน ซึ่งบางคนสามารถเป็นเศรษฐีได้ในเวลาอันสั้น แต่บางคนก็ขาดทุนและบาดเจ็บเช่นกัน


การผันผวนเช่นนี้ทำให้สำนักงาน ก.ล.ต. ออกมาเตือนว่าการทำธุรกรรม DeFi อาจจะต้องปฎิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แม้ความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ทางสำนักงาน ก.ล.ต.เตือน อาจจะทำได้เฉพาะโปรเจกต์ DeFi ในประเทศไทยเท่านั้น และไม่มีผล กระทบใดๆ ต่อตลาด DeFi โลก เพราะนิยามของ DeFi คือระบบการเงินแบบเสรีที่ไร้ตัวกลางในการควบคุมจึงไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะเข้าไปกำกับดูแลอย่างเต็มตัว
 

 

DeFi สร้างโอกาสในการลงทุน และเป็นสาเหตุให้ราคาของเหรียญต่างๆ ปรับตัวขึ้น
 

แม้โปรเจกต์ DeFi จะมีความเสี่ยงและมีความผันผวน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นธุรกรรมที่สร้างโอกาสในการลงทุน และเป็นสาเหตุให้ราคาของเหรียญต่างๆ ปรับตัวขึ้นโดยเฉพาะเหรียญ Governance token ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับโปรเจ็กต์ DeFi หลายพันโปรเจ็กต์ ในเวลาไม่กี่เดือน ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก จนทำให้ราคาเหรียญ Governance token ปรับตัวสูงขึ้นหลายสิบเท่า กลายมาเป็นเหรียญที่ส่งผลต่อมูลค่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวมและมีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนปริมาณกว่า 2.8 ล้านล้านบาท

การที่นักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในโปรเจกต์ DeFi ก็เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าระบบการเงินดั้งเดิม จึงส่งผลให้ราคาเหรียญขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น Bitcoin Ethereum Binance coin ซึ่งเป็นเหรียญหลักที่จำเป็นต้องใช้สำหรับนำมาเป็นเหรียญตั้งต้นเพื่อมาฝากและรับดอกเบี้ยในธุรกรรม DeFi นั้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งจากการปรับตัวขึ้นของราคาเหรียญขนาดใหญ่ และเหรียญ Governance token ต่างๆ นั้น ยิ่งเป็นการดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในโปรเจกซ์ DeFi มากขึ้นเป็นเงาตามตัว
 

DeFi กับความเสี่ยงที่พึ่งก่อร่าง
 

เนื่องจากในปัจจุบันโปรเจกต์ DeFi ต่างๆ ที่ทำงานอัตโนมัติผ่านโค้ดคอมพิวเตอร์ที่เขียนใน Smart contract ซึ่งเป็นแนวคิดในการสร้างบริการทางการเงินแบบกระจายศูนย์โดยที่ไม่ต้องมีตัวกลางนั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น การสร้างสรรค์และออกแบบ DeFi Protocol ใหม่ๆ สิ่งที่ยากที่สุดคือการออกแบบ Mechanism ต่างๆ ในระบบให้สอดคล้องกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และโมเดลการลงทุน ซึ่งในปัจจุบัน DeFi protocol ต่างๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง และยังต้องการการพัฒนา Protocol ของระบบอีกมากในอนาคต 
 

ดังนั้น หากนักลงทุนที่ลงทุนในโปรเจกต์ DeFi ต่างๆ ในตอนนี้ จึงอาจมีความเสี่ยงที่ platform ที่ใช้บริการจะถูกโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ของ Protocol ไม่ว่าจะเป็นการ Hack หรือถูก Economic Attack จนทำให้ได้รับความเสียหายจากมูลค่าของเหรียญ และอาจสูญเสียความเชื่อมั่นของ Platform ไปจนทำให้ราคาเหรียญไม่อาจกลับมาได้อีกเลย 

 

DeFi เพิ่มความผันผวนในตลาดคริปโท
 

Platform DeFi ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถ Leverage การลงทุนขึ้นไปได้หลายเท่าตัว ผ่านการกู้ยืมเหรียญเพื่อมาลงทุนต่อนั้น ทำให้ราคาเหรียญต่างๆ มีความผันผวนสูงขึ้น ทั้งในภาวะตลาดขาขึ้น และขาลง เนื่องจากหากเป็นขาขึ้น นักลงทุนจะมีความมีความมั่นใจและกู้ยืมเงินจาก platform มาซื้อเหรียญที่ตนเองต้องการโดยหวังว่าจะทำกำไรได้มากกว่าต้นทุนดอกเบี้ยเงินที่กู้มา ซึ่งก็ยิ่งเป็นการใช้เงินที่มากกว่าเดิมผลักดันให้ราคาเหรียญเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันเมื่อภาวะตลาดโดยรวมกลายเป็นขาลง นักลงทุนที่เคยกู้มาเพื่อลงทุนบางส่วนอาจตัดสินใจขายเหรียญทิ้งและคืนเงินกู้เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงไม่อาจหาผลตอบแทนการจากลงทุนได้คุ้มค่ากับความเสี่ยง และในขณะที่ตลาดปรับตัวลงอย่างรวดเร็วก็จะส่งผลให้นักลงทุนที่ยังกู้มาลงทุนต้องถูกเรียกหลักประกันเพิ่มอย่างอัตโนมัติ และจะถูกบังคับขายหลักประกันทันทีที่ราคาเหรียญปรับตัวลงมาต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ ผลจาก Protocol ที่ทำงานอย่างอัตโนมัติในการบังคับขายเหรียญออกไป ยิ่งส่งผลให้ความผันผวนในขาลงเพิ่มขึ้นอย่างมาก และเกิดเป็นกระบวนการลูกโซ่ที่โยงใยถึงกันไปทั้งตลาดคริปโทเคอร์เรนซีนั่นเอง
 

หากนักลงทุนที่สนใจในการลงทุนผ่านระบบการเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า DeFi นี้ควรแบ่งเงินมาลงทุนในโปรเจกต์ DeFi ต่างๆ ในสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับพอร์ตการลงทุนทั้งหมด เนื่องจากยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากกว่าการซื้อเหรียญ  คริปโตเคอร์เรนซีทิ้งไว้เฉยๆ แม้ว่า Platform จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าระบบการเงินแบบดั้งเดิม แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงในด้านต่างๆ ที่มากกว่าเช่นกัน
 

กราฟิก : ณัฐชนน พูนชัย-Boom







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh