FinTech

Bitcoin เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเพื่อรักษามูลค่าของงบดุล

Bitcoin เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเพื่อรักษามูลค่าของงบดุล

Bitcoin ยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเพื่อรักษามูลค่าของงบดุลไว้

โดย  ปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง และ กรรมการบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น

ตลาดคริปโทฯที่ร่วงหนักในสัปดาห์นี้ (17/05/2564) มุมมองส่วนตัว ผมคิดว่าเป็นการลงมาเพื่อปรับฐานเท่านั้น ยังมองไม่เห็นปัจจัยชัดเจนที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดคริปโทฯ กำลังเข้าสู่ช่วงขาลง เป็นการลงในเชิงของ technical indicator ในภาวะที่ตลาดยังขึ้นอยู่ สังเกตจาก Bitcoin ไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้ การลงจึงเป็นการลงเพื่อปรับฐาน เพื่อเตรียมตัวทดสอบอีกครั้ง เพราะปัจจัยหลักคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังอ่อนค่าอยู่ ซึ่งหากไม่ผ่าน 70,000 ก็จะลงมาใหม่ ตอนนี้ตลาดก็จะเป็น Sideway ไปเรื่อย ๆ อาจจะใช้เวลาเป็นเดือน ระหว่างนี้ตลาดก็จะวิ่งกว้าง ๆ และราคาค่อนข้างนิ่ง ซึ่งถือเป็นช่วงที่ทำกำไรค่อนข้างยาก แต่คิดว่าตลาดคริปโทฯ ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น

 

ที่มองว่าปัจจัยทั้งหมดนั้นยังไม่ได้อยู่ในช่วงขาลง ก็เพราะว่า ในขณะที่กลุ่มนักเก็งกำไรรายย่อยเกิดการ panic sell ถูกฟลัชออกในช่วงที่ตลาดถูกปั่นโดย Elon Musk เราได้เห็นวาฬโดดเข้ามาเก็บของถูกใส่กระเป๋าทันทีที่มีการไหลออกถึง 16,895 BTC ในช่วง 10 นาที ของวันที่ 19 พฤษภาคม  Glassnode ตั้งข้อสังเกตว่า Binance เป็นตัวรับสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดของการไหลเข้าของ Bitcoin เป็นการบ่งชี้เพิ่มเติมว่าการไหลเข้าล่าสุดน่าจะได้รับแรงหนุนจากทั้งนักเทรดมือใหม่ที่กำลังตื่นตระหนก และอาจเกิดจากการหมุนเวียนเงินทุนไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ แต่ในทางกลับกัน Coinbase ได้บันทึกการไหลออกของ Bitcoin ใหม่ที่สูงขึ้นนับตั้งแต่ทะลุระดับราคา 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว และยังมีแนวโน้มต่อไปซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันหรือวาฬกำลังไล่ช้อนของถูกจากรายย่อย

 

จากในโลกฝั่งตะวันตกที่ดูเหมือนว่าสถานการณ์ COVID-19 กำลังคลี่คลาย กลุ่มธุรกิจกำลังเตรียมตัวเดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ ท่ามกลางคำเตือนจากนักวิเคราะห์ว่าโลกกำลังเผชิญพายุเงินเฟ้อ อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ นายลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ ชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ บริษัทใหญ่ ๆ จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังพยายามที่จะรักษามูลค่าของเงินคงคลัง หากเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น และเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ และสกุลเงินสำรองอื่น ๆ อ่อนค่าลงอีก

 

แน่นอนว่า บริษัทฯในตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งที่ “เข้าร่วม” Bitcoin ( BTC ) ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2021 ที่แข็งแกร่ง ตัวอย่างเช่น Square ซึ่งถือ BTC มูลค่า 472 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รายงานการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นของไตรมาสที่ 79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ Tesla ซึ่งทุ่ม 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 8% ของเงินสดไปเป็น BTC ในเดือนกุมภาพันธ์มีรายได้เป็นประวัติการณ์โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 74% MicroStrategy ซึ่งใช้ Bitcoin เป็น ทุนสำรองหลักขององค์กรในปี 2020 มีรายรับเพิ่มขึ้น 10% ในไตรมาสที่ 1 ปัจจุบัน MicroStrategy เป็นเจ้าของ 4.38% ของ circulating supply ทั้งหมดของ Bitcoin

 

Microstrategy, Square และTesla กำลังเป็นตัวอย่างให้องค์กรใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ เห็นว่าการเก็บสินทรัพย์คงคลังเป็น Bitcoin คือทางเลือกที่ถูกต้อง สร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุนในฐานะสินทรัพย์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการลดของค่าเงิน หากอัตราเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นหรือแม้ว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น บริษัทเหล่านั้นอาจตัดสินใจที่จะกระจายเงินสดบางส่วนไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น Bitcoin Altcoin หรือทอง แทนที่จะเก็บเงินสดและเสี่ยงเกิดการขาดทุนจากเงินสดที่ถืออยู่ในงบดุล

 

แม้ว่ามูลค่าในอนาคตของ บิทคอยน์ อาจยังคงเป็นหัวข้อของการถกเถียงกันอยู่ โดยแนวรับสำคัญของ Bitcoin ตอนนี้คือ เส้น 38,000 หากราคาลงทะลุแนวรับนี้ มีโอกาสที่ Bitcoin จะราคาลงไปถึง 32,000-31,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  โดยแบ่งเส้นแนวรับที่ 42,000  38,000 และ 32,000 แต่ในความเป็นจริงตอนนี้ก็คือนักลงทุนและสถาบันการเงินเชื่อว่าการถือบิทคอยน์จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากสภาพคล่องล้นตลาด หากนักลงทุนรายย่อยจะเข้าในช่วงนี้ ถ้ามีเงินเย็นก็สามารถเข้าซื้อได้ในราคาปัจจุบัน ที่สำคัญก็คือจะต้องระมัดระวังเรื่องการถูกล่อลวงไปลงทุนแบบแชร์ลูกโซ่ นักลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทผู้ให้บริการเว็บเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากก.ล.ต.ได้ที่ https://เสี่ยงสูง.com/ ซึ่ง Satang Pro เป็นหนึ่งในเว็บเทรดฯ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.และเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน ISO 27001 และ ISO 27701 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลทั้งในรูปแบบดิจิทัลและเป็นเอกสาร ซึ่งจะช่วยป้องกันข้อมูลผู้ใช้รั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

มูลค่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่โดยรวมขณะเขียนบทความนี้ (20 พฤษภาคม 2564) อยู่ที่ 1.786 ล้านล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมี Bitcoin ครองส่วนแบ่งอยู่ที่ 42.1%

 

กราฟิก : ณัฐชนน พูนชัย-Boom


 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh