FinTech

DeFi สายซิ่ง

DeFi สายซิ่ง

โดย วรพจน์ ธาราศิริสกุล CTO  JVentures 

 

ในขณะที่กำลังเขียนบทความตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกำลังตกลงมาอย่างรุนแรง เรียกได้ว่าแดงทั้งกระดาน หลายคนเชื่อว่าการตกลงครั้งนี้ เริ่มเกิดจากการทวิตเพียงทวิตเดียวของ Elon Musk ที่ประกาศว่า Tesla จะไม่รับ Bitcoin และเมื่อพี่ใหญ่ราคาลงก็ทำให้เกิดการ Panic Sale ตามๆกันมา ซึ่งภาวะการปรับฐานด้านราคาแบบนี้ จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติของสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือ Commodity โดยเฉพาะกับคริปโทเคอร์เรนซีที่มีการผันผวนมากอยู่แล้ว ก็จะสามารถเกิดขึ้นได้บ่อยและแต่ละครั้งก็จะลงได้เยอะกว่าสินทรัพย์ทั่วไป แต่การที่ลงด้วยเหตุผลแบบนี้เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาด Crypto Currency ณ ตอนนี้มากๆ ด้วยหลายๆ เหตุผลครับ 

 

เหรียญ SAFEMOON และเหรียญน้องหมา

ในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์เหรียญใหม่ๆออกมาแบบต้องเรียกว่ามีออกใหม่ออกกันเป็นรายชั่วโมง หลายคนสามารถทำกำไรได้ในระดับ 10x 100x หรือไปถึง 1000x ในเวลาสั้นๆ ในเหรียญที่ออกใหม่มากมายช่วงนี้มี Role Model หลักๆ ก็ คือ SAFEMOON และ SHIBA INU ครับ

 

SAFEMOON 

ลักษณะพิเศษของเหรียญ SAFEMOON นี้ก็คือ มันมีกลไกบางอย่างที่ทำให้เหรียญสามารถสร้างมูลค่าด้วยตัวมันเอง โดยกลไกที่พูดถึงนี้มีลักษณะคล้ายกับแชร์ลูกโซ่ เพราะเหรียญได้ถูกออกแบบให้มีการแบ่งส่วนเหรียญจำนวน 10% ของทุกธุรกรรมที่มีการซื้อขาย โดยครึ่งหนึ่งจะไปใช้จ่ายเงินปันผลให้กับทุกกระเป๋าที่ถือเหรียญ SAFEMOON และอีกครึ่งจะถูกนำไปเพิ่มสภาพคล่องบนตลาดซื้อขายและลดปริมาณของเหรียญในตลาดลง ทำให้ผู้ที่ถือเหรียญ SAFEMOON ไว้เฉยๆ จะมีจำนวนเหรียญเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีการซื้อขาย และเมื่อมีการชวนคนเข้ามาซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ก็จะทำให้ราคาสูงขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันถ้ามีคนขายเหรียญมากขึ้นราคาก็จะลดลงอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน กับการประสบความสำเร็จของ SAFEMOON ที่สามารถดึงคนเข้ามาซื้อเหรียญได้อย่างมากจากทั่วโลกและราคาขึ้นไปหลายพัน % ทำให้เกิดการเลียนแบบออกเหรียญลักษณะเดียวกันออกมามากมาย แต่ความจริงก็คือความจริงเหรียญเหล่านี้ก็เหมือนกับแชร์ลูกโซ่ทั่วไป ถ้าไม่สามารถดึงคนเข้ามาซื้อเพิ่มได้ ก็จะเกิดการล่มสลายของราคา บางเหรียญวิ่งราคาขึ้นไป และกลับลงมาแทบจะเป็นศูนย์ในเวลาอันรวดเร็ว 

 

SHIBA INU

เหรียญ SHIBA INU หรือ SHIB เป็นอีกหนึ่งเหรียญที่โด่งดังขึ้นมาในช่วงข้ามคืน และเป็นเหรียญมีมที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Dodge Coin ซึ่งเหรียญเหล่านี้ในปัจจุบันไม่ได้เน้นในด้านเทคโนโลยีหรือเน้นในด้านการใช้งานใดๆมากนัก โดย Dodge ได้ Copy เทคโนโลยีมาจาก Bitcoin และ SHIB ก็เป็นเหรียญ ERC20 ธรรมดาที่อยู่บนเครือข่าย Ethereum แต่เน้นไปที่ความโด่งดังของเหรียญมากกว่า ซึ่งทั้งเหรียญ Dodge และ SHIB ได้ถูกพูดถึงโดยเหล่าคนดังทั้งในและนอกวงการ มีการ List เหรียญนี้เข้าไปในตลาด Exchange ที่โด่งดังอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้มีคนสนใจเข้ามาซื้อและทำให้ราคาเหรียญสูงขึ้นอย่างน่าตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว

ซึ่งจากกระแสของเหรียญตระกูล Moon และตระกูลน้องหมาที่เกิดขึ้นในช่วงสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ถึงหลายคนมองว่ามันเป็นเพียงแค่ Hype สั้นๆ เพราะความจริงแล้วเหรียญเหล่านี้เป็นเพียงเหรียญแฟชั่นที่ไม่ได้มีแผนการที่ยั่งยืน ไม่ได้มีการนำไปใช้งานใดๆ ได้ และคงสูญหายไปในไม่นานนัก แต่จุดสำคัญจุดหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือเหรียญเหล่านี้ได้เป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้มีคนหันมาสนใจโลกของ Crypto Currency และ DeFi มากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน และนักลงทุนใหม่ๆ เหล่านี้ที่เข้ามาสู่โลกของคริปโทเคอร์เรนซีอย่างมากมายเนื่องจากเห็นผลกำไรที่น่าตื่นเต้น ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่จะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่เหมือนกับสินทรัพย์อื่นๆ ที่นักลงทุนที่ได้กำไรมาเยอะแล้วกำลังหาโอกาสขายให้กับนักลงทุนหน้าใหม่เพื่อเก็บกำไร 

 

Platform DEFI

จากการเกิดของ Decentralized Finance หรือโลกการเงินรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือคริปโทเคอร์เรนซีสามารถนำสินทรัพย์ของตนเองมาหาผลตอบแทนได้มากขึ้น ดังที่เคยกล่าวไว้ในบทความก่อนหน้า   ไม่ว่าจะเป็นการนำคริปโทเคอร์เรนซีไปเป็น Liquidity Pool และนำไป Farm เพื่อได้เหรียญ Rewards ใน DEX (Decentralized Exchange) การนำคริปโทเคอร์เรนซีมาเป็นสินทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อสามารถได้เหรียญอื่นไปหาผลตอบแทนได้เพิ่มเติม ใน Crypto Lending  หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ Platform ที่อำนวยความสะดวกในการทำ  leveraged yield farming หรือการที่ให้นักลงทุนสามารถลงทุนเกินกว่าสินทรัพย์ที่ตัวเองมีได้ แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็น DeFi Platform ที่สามารถทำให้เราได้ผลตอบแทนสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่มากกว่าที่สามารถทำได้ในโลกการเงินปกติอย่างมีนัยยะสำคัญ และผลตอบแทนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทำให้มีคนสนใจเข้ามาสู่โลกของ DeFi มากขึ้นนอกเหนือไปจากการเก็งกำไรเหรียญเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีผลตอบแทนที่น่าดึงดูดมาก DeFi ก็ยังมีความเสี่ยงสูงตามไปด้วยเหมือนกัน เพราะ DeFi Platform เหล่านี้ได้เชื่อมโยงกับราคาเหรียญที่เมื่อราคาลงจนถึงจุดหนึ่งจะทำให้สินทรัพย์ที่มีอยู่ของเรามีค่าลดลงอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเกิดจาก Impermanent Loss ใน DEX หรือการบังคับขาย (Liquidate) ใน Lending Platform และ Leverage Yield Farming ที่เหรียญที่เอาไว้ค้ำประกันถูกขายทอดตลาด ดังนั้น ถ้ามีการลดลงของเหรียญมากๆ ในเวลาอันรวดเร็ว จะทำให้เกิดผลกระทบต่อตลาดแบบโดมิโนอย่างแน่นอน และเมื่อนั้นเหรียญที่เราคิดว่าฝากไว้เพื่อทำกำไร อาจจะมีมูลค่าลดลงก็เป็นไปได้

จากสองเหตุผลที่กล่าวมา จึงอยากเน้นย้ำๆ ให้กับเพื่อนๆ ที่เพิ่งเข้าสู่โลกของคริปโทเคอร์เรนซีและ DeFi โดยเฉพาะในช่วงนี้ ถึงแม้เทคโนโลยีบล็อกเชนและ Smart Contract ได้พิสูจน์ถึงความสามารถของมันให้ได้ประจักษ์แล้วว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่จะเป็นอนาคตของโลกการเงินแน่นอน  แต่ก็ขอให้ลงทุนอย่างระมัดระวังและลงทุนเฉพาะกับเหรียญหรือ Platform ที่เราศึกษาและมั่นใจเท่านั้น ทุกตลาดมีคนได้ ก็จะต้องมีคนที่เสีย อย่าเป็นคนที่เสียเลยนะครับ  

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนนะครับ

 

 

กราฟิก : ณัฐชนน พูนชัย-Boom

 

 

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh