5 เรื่องใหญ่! หนุน “Crypto Uptober” เดือนแห่งการกลับมาของความเชื่อ
“Uptober” เป็นคำที่ชุมชนชาวคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกรู้จักดี เพราะตามสถิติทุกครั้งที่เดือนตุลาคมมาถึง มันมักเป็นเดือนแห่งการฟื้นตัวของตลาดคริปโทฯ อยู่เสมอ และในปีนี้ (2025) ดูเหมือน “Uptober” จะยังเป็นความเชื่อที่น่าสนใจ
เมื่อราคาคริปโทฯ ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญตั้งแต่ต้นเดือน วันนี้เลยอยากมาชวนคุยถึง 5 ปัจจัยหลักที่เป็นข่าวบวกที่มาหนุนตลาดอย่างจริงจังในช่วงนี้ ทั้งเงินทุนระดับสถาบัน การเปลี่ยนโฉมของ Ethereum ไปสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน และรวมถึงสัญญาณบวกจากเศรษฐกิจโลก ที่เอื้อต่อสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน มาคุยกันครับ
1.เงินทุนระดับสถาบันไหลเข้า ETF คริปโทฯ ต่อเนื่อง
แค่ต้นเดือนตุลาคมตลาดคริปโทฯ ทั่วโลกก็เห็นเม็ดเงินกว่า 5,900 ล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ที่อ้างอิงสินทรัพย์คริปโทฯ โดยตรงโดยเฉพาะ Spot Bitcoin ETF และ ETH ETF (ข้อมูลจาก Reuters และ Glassnode)
ซึ่ง ETF ถือเป็นเงินทุนใหม่จากโลก Traditional Finance ที่ทำให้นักลงทุนทั่วไปสามารถลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีได้โดยไม่ต้องถือด้วยตัวเอง เป็นแรงผลักด้นที่กำลังเข้ามาในระบบจากเดิมที่ตลาดคริปโทฯ ถูกขับเคลื่อนโดยนักลงทุนรายย่อย ตอนนี้เริ่มที่จะกลายเป็นเวทีของกองทุนขนาดใหญ่ระดับโลกเข้าสูตลาดของคริปโทฯ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเมื่อกองทุนต้องซื้อ Bitcoin เข้าพอร์ต มันคือการ “ดูดสภาพคล่อง” ออกจากตลาด ทำให้ supply ที่หรือเหรียญที่อยู่ในตลาดแลกเปลี่ยนคริปโทฯ ต่างๆ ลดลง ผลคือแรงกดดันฝั่งขายหายไป และยิ่งเม็ดเงินไหลเข้ามากเท่าไร ความเชื่อมั่นของตลาดก็ยิ่งสูงขึ้น ราคาก็ยิ่งสูงขึ้น
กราฟข้อมูลการไหลเข้าออกของกองทุนฝั่ง ETF จึงเป็นหนึ่งใน Indicator สำคัญที่หลายคนคอยติดตามอย่างใกล้ชิด และมีผลกระทบต่อราคาอย่างชัดเเจน
2.ETH ETF + Staking Yield จุดเปลี่ยนของ Ethereum สู่สินทรัพย์ที่ “ให้ดอกเบี้ยได้”
นี่คือเรื่องใหญ่ที่แรงที่สุดในเดือนนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง Bitcoin ที่พุ่งขึ้น All Time High อีกครั้ง แต่ยังมีข่าวดีของ Ethereum เมื่อทาง กลต ของสหรัฐอเมริกา และฮ่องกงเริ่มอนุมัติ Ethereum ETF แบบเปิด Staking Yield หรือพูดง่าย ๆ คือ “กองทุน ETH ที่ให้ผลตอบแทนเหมือนฝากกินดอกเบี้ย”
ซึ่ง ETH Staking เกิดขึ้นเมื่อ Ethereum ปรับเปลี่ยนระบบจากการขุดเหรียญหรือที่เรียกว่า Proof of Work มาเป็นการเก็บเหรียญ Proof of Stake ซึ่งก็คือกระบวนการที่ผู้ถือเหรียญ Ethereum (ETH) นำเหรียญของตัวเองไป “ล็อกไว้” (stake) เพื่อช่วยตรวจสอบธุรกรรมและรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย Ethereum โดยผู้ที่ stake จะได้รับรางวัลเป็น ETH เพิ่ม ซึ่งมาจากค่าธรรมเนียมและรางวัลบล็อกในระบบ เปรียบเหมือน “ดอกเบี้ย” สำหรับผู้ช่วยดูแลระบบเครือข่าย โดยในปัจจุบันผลตอบแทนจากการ stake อยู่ที่ประมาณ 3–4% ต่อปี
โดยกองทุนอย่าง Grayscale และ REX Osprey ได้ยืนยันการเพิ่มฟังก์ชัน “Stake ETH จริง” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุน ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ถือเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Ethereum เพราะมันทำให้ ETH ไม่ได้เป็นแค่ “เหรียญคริปโทฯ เคอเรนซีที่ใช้รัน Smart Contract” อีกต่อไป แต่กลายเป็นสินทรัพย์ที่มี “กระแสเงินสด” (Cash Flow) เหมือนหุ้นปันผลที่มีรายได้จากการถือครอง
ถ้าในอดีตนักลงทุนถือ ETH เพราะหวังว่าราคาจะขึ้น วันนี้เขาสามารถถือ ETH เพื่อ “สร้างรายได้ระหว่างทาง” ได้แล้ว และนั่นคือสิ่งที่ตลาดทุนเรียกว่า “Yield Asset” สินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องจากการถือครอง ซึ่งเป็นการสร้างความต้องการใหม่ให้กับ ETH โดยกองทุนต้องซื้อและนำไป Stake ETH จริง ทำให้เหรียญในตลาดลดลงและเพิ่มเสน่ห์ของการถือระยะยาว เพราะมีผลตอบแทนให้ระหว่างรอราคา
นักวิเคราะห์จาก JPMorgan คาดว่าหาก ETF ลักษณะนี้ได้รับความนิยมในวงกว้าง อาจมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในตลาด ETH กว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอที่จะเปลี่ยนแนวโน้มราคาของ ETH ได้เลย และหากมองในภาพใหญ่ การเกิดขึ้นของ ETH ETF + Staking Yield คือสัญญาณว่า “คริปโทฯ ” กำลังขยับเข้าใกล้โลกการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้นอีกขั้น โลกที่สินทรัพย์ดิจิทัล สามารถให้ผลตอบแทนและเชื่อมกับระบบเศรษฐกิจจริงได้
3.ข้อมูลบนเชนแสดงถึงมีนักลงทุนคริปโทฯ ถือยาวมากขึ้น
หนึ่งในข้อดีของเทคโนโลยีบล็อคเชน คือ เราสามารถตรวจข้อมูล On-chain Data หรือ “ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงบนบล็อกเชน” ได้ ซึ่งทุกคนสามารถตรวจสอบได้แบบโปร่งใส เพราะทุกธุรกรรมในระบบบล็อกเชนถูกบันทึกไว้แบบถาวร ไม่มีใครแก้ไขได้ และเปิดให้ใคร ๆ ก็เข้ามาดูได้ ถ้าให้พูดง่ายq On-chain Data คือ “กล้อง CCTV ของโลกคริปโทฯ ” ที่สามารถจับทุกการเคลื่อนไหวของเหรียญจริง ๆ และช่วยให้นักลงทุนเข้าใจจังหวะตลาดได้ลึกกว่าที่กราฟราคาบอกราคาเพียงอย่างเดียว
ซึ่งจากสถาณการณ์ล่าสุดแม้ราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นต่อเนื่อง แต่ข้อมูลบนบล็อคเชนยังบอกสิ่งหนึ่งชัดเจนว่าคนส่วนใหญ่ยังถือครอง Bitcoin อยู่ ไม่ใช่นำมาขายออก
โดย Glassnode หนึ่งในผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนรายใหญ่รายงานว่าในตอนนี้ 97% ของ Bitcoin ทั้งหมดอยู่ในโซนกำไร และแทนที่จะเห็นแรงขายกลับ เรากลับเห็นจำนวน address ที่ถือ Bitcoin มากกว่า 1 BTC เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดไตรมาสที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนเหรียญที่ถูกเก็บไว้ในกระเป๋า (Wallet) มีมากกว่าถูปริมาณเหรียญที่อยู่ในตลาด Exchange อีกด้วย
จากข้อมูล On-chain Data เหล่านี้ เราสามารถประเมินได้ว่าแรงขายระยะสั้นลดลงและตลาดกำลังอยู่ในช่วงสะสม (Accumulation Phase) ซึ่งเป็นลักษณะของขาขึ้นอย่างมีพื้นฐานมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น สถาณการณ์ปัจจุบันตลาดยังไม่ร้อนแรงจนน่ากลัว เพราะมีกลุ่มนักลงทุนถือยาวที่เชื่อมั่นในระยะยาวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ (หรือที่เรียกว่า “HODLers”) ที่กำลังเก็บเหรียญมากขึ้น แม้ราคาจะสูงก็ตาม
การวิเคราะห์ข้อมูล On-chain จึงเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนในโลกคริปโทฯ ที่จริงจังนำมาประเมินสถานการณ์ตลาดได้อีกด้วย
4.บรรยากาศมหภาคเอื้อ เมื่อ “เงินเฟ้อ” ทำให้คนหันกลับมาหาสินทรัพย์ที่จำกัด
ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณ “ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย” ตลาดเริ่มคาดว่าปีหน้าจะเข้าสู่รอบ “ลดดอกเบี้ย” ซึ่งหมายความว่าสภาพคล่องกำลังจะกลับเข้ามาในระบบ ขณะเดียวกันดอลลาร์อ่อนค่าจากเรื่องการเมืองและหนี้ เงินเยนก็อ่อนค่าหลังจากซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ชนะเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นซึ่งประกาศชัดว่าจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อ ตามแนวทาง “อาเบะโนมิกส์” (Abenomics) ทำให้นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือสินทรัพย์ทางเลือก กลับมามีแรงซื้อสูงอีกครั้ง ทองคำและ Bitcoin พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ เงินแท่ง (Silver) ก็เพิ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดกาล
ซึ่งนักวิเคราะห์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Debasement Trade” คือ การหนีออกจากเงินกระดาษที่เสื่อมมูลค่าจากเงินเฟ้อไปหาสินทรัพย์ที่ไม่ถูกลดค่าลง เช่น ทองคำและ Bitcoin ก็เริ่มเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนทั่วโลก
เมื่อโลกเริ่มไม่เชื่อในค่าเงินผู้คนย่อมหันไปหาความเชื่อใหม่ และคริปโทฯ กำลังได้โอกาสนั้นอีกครั้ง จนมีหลายคนบอกว่าตอนนี้ทองคำและ Bitcoin ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไร แต่เป็นที่หลบภัยจากการลดค่าเงินของโลกยุคหนี้สินล้น
Bitcoin ได้ถูกยกระดับเป็น ‘Save Haven Asset’ หรือ สินทรัพย์ที่นักลงทุนเลือกเข้าถือครองในช่วงที่ตลาดการเงินมีความไม่แน่นอนสูง หรือในยามวิกฤตเศรษฐกิจเทียบเท่ากับทองคำที่เป็น Save Haven หนึ่งเดียวมาเป้นระยะเวลานาน
5.ความชัดเจนทางกฎหมาย + การยื่น ETF ใหม่ทั่วโลก
เพียงแค่ 8 วันแรกของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Contelegraph สื่อมวลชลชื่อดัง ได้มีการยื่นขออนุมัติกองทุน ETF คริปโทฯ ใหม่มากถึง 21 กองทุน จากผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลกทั่วโลก ไม่ใช่แค่ Bitcoin หรือ Ethereum ที่ได้รับอนุญาตไปก่อนหน้านี้ แต่รวมถึงคริปโทฯ เคอเรนซีอื่นๆ เช่น Solona, Doge, Link รวมไปถึงเหรียญมีม Trump Token ก็มีคนยื่นขอด้วย
และไม่ใช่แค่ในประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศอย่าง ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ต่างเร่งออกกรอบกำกับใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดทางให้กองทุนในประเทศลงทุนในคริปโทฯ ได้โดยตรง
ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารยื่นของกองทุนอย่าง Bitwise และ 21Shares ยังมีการเพิ่ม “Option สำหรับ Staking Reward” เข้าไปด้วย แม้จะยังไม่ผ่านการอนุมัติเต็มรูปแบบ สิ่งนี้บ่งชี้ชัดว่า “ระบบการเงินหลัก” กำลังเริ่มเปิดกว้างและยอมรับคริปโทฯ อย่างจริงจัง
Uptober ครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มของรอบใหม่
ปี 2025 คือปีที่คริปโทฯ กลับมาอยู่ในจุด “เปลี่ยนผ่าน” อีกครั้ง และเดือนตุลาคมนี้คือภาพสะท้อนของการกลับมาพร้อมแรงหนุนจากทุกทิศทาง ตลาดอาจยังผันผวนเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ “โครงสร้างของผู้เล่นและทิศทางเงิน” ตอนนี้คริปโทฯ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรระยะสั้นอีกต่อไป แต่ด้วยทุนจริงจากภาคสถาบัน และระบบการเงินที่เริ่มยอมรับ
Uptober ปีนี้ไม่ใช่เดือนแห่งความหวังแต่มันคือเดือนที่ “ความเชื่อเริ่มกลายเป็นความจริง”
มาติดตามกันต่อไปนะครับ
บทความโดย : วรพจน์ ธาราศิริสกุล
Source:
Reuters: “Global crypto ETFs attract record $5.95 billion; Bitcoin scales new highs” (Oct 2025)
https://www.reuters.com/sustainability/boards-policy-regulation/global-crypto-etfs-attract-record-595-billion-bitcoin-scales-new-highs-2025-10-07/
CoinDesk: “Grayscale adds staking to Ethereum and Solana investment products” (Oct 2025)
https://www.coindesk.com/business/2025/10/06/grayscale-adds-staking-to-ethereum-and-solana-investment-products-in-u-s-first
Cointelegraph: “Grayscale stakes $150 M ETH as staking ETF deadlines approach” (Oct 2025)
https://cointelegraph.com/news/grayscale-stakes-150m-eth-staking-etp-deadlines
Livemint: “Bitcoin rises to record as debasement trade spurs risk rally” (Oct 2025)
https://www.livemint.com/market/cryptocurrency/bitcoin-rises-to-a-record-as-debasement-trade-spurs-risk-rally-11759641381629.html
Glassnode On-chain Report, Sept 2025
https://insights.glassnode.com/the-week-onchain-week-40-2025/
CoinDesk: “Bitcoin’s On-Chain Profitability Has Surged With 97% of Supply Now in Profit: Glassnode”
https://www.coindesk.com/markets/2025/10/08/bitcoin-s-on-chain-profitability-has-surged-with-97-of-supply-now-in-profit-glassnode?utm_source=chatgpt.com
Cryptoslate: “ETH and SOL ETFs may include staking rewards” (Oct 2025)
https://cryptoslate.com/sec-filing-reveals-eth-and-sol-etfs-may-include-staking-rewards/
Finomena: “ทำความรู้จัก Debasement Trade เมื่อ ‘เยน-ดอลลาร์-ยูโร’ อ่อนค่าพร้อมกัน นักลงทุนรับมือยังไงดี”
https://www.finnomena.com/finnomenafunds/debasement-trade/
Cointelegraph (Oct 10, 2025) –“21 new crypto ETF filings within first 8 days of Uptober”
https://cointelegraph.com/news/uptober-21-crypto-etf-filings-bitcoin-climbs