“Financial Literacy” สำคัญกับคนไทยในยุคดิจิทัลอย่างไร?
ในยุคที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเทคโนโลยีการเงินพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด “ความรู้ทางการเงิน” หรือ Financial Literacy กลายเป็นทักษะจำเป็นสำหรับทุกคน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราบริหารเงินในกระเป๋าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นเสมือนเครื่องมือเอาชีวิตรอดในโลกดิจิทัลที่เต็มไปด้วยทั้งโอกาสและความเสี่ยง
จากรายงานเรื่อง OECD/INFE 2023 International Survey of Adult Financial Literacy เมื่อปี 2023 ระบุว่า สำหรับประเทศไทย มีคะแนนความฉลาดรู้ทางการเงินโดยรวมอยู่ที่ 71 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 ซึ่งถือเป็นคะแนนที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ และสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ คือ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวม (Overall Average) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) และเมื่อพิจารณาไทยในรายละเอียดขององค์ประกอบ 3 ด้าน พบว่า

คะแนนความรู้ทางการเงิน (Financial Knowledge Score): มีคะแนนในส่วนนี้อยู่ในระดับที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์และแนวคิดทางการเงินที่ซับซ้อน
คะแนนพฤติกรรมทางการเงิน (Financial Behaviour Score): เป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย โดยมีสัดส่วนคะแนนที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศส่วนใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมการจัดการการเงินเชิงรุก เช่น การวางแผนการเงิน การออม และการบริหารจัดการหนี้สินได้ดี
คะแนนทัศนคติทางการเงิน (Financial Attitudes Score): คะแนนในส่วนนี้อยู่ในระดับมาตรฐาน ซึ่งแสดงถึงทัศนคติในการวางแผนทางการเงินสำหรับอนาคตในระยะยาว
โดยสรุปคือประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความฉลาดรู้ทางการเงินในระดับสูงมาก โดยมี "พฤติกรรมทางการเงิน" เป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดที่ผลักดันให้คะแนนรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งในระดับโลกและระดับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการจัดการการเงินส่วนบุคคลของประชากรได้เป็นอย่างดี
คนไทยไม่ธรรมดา! มีจุดแข็งคือ “พฤติกรรม” ทางการเงิน
"พฤติกรรมทางการเงิน" (Financial Behaviour) คือ ภาคปฏิบัติของการจัดการเงินในชีวิตจริง มันคือการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนเป็นนิสัย ซึ่งสะท้อนถึงวินัยและความรับผิดชอบทางการเงินโดยตรง ไม่ใช่แค่ความรู้ในตำราตอนเรียนหนังสือเท่านั้น

จากข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีความสามารถในการนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี เช่น การใช้จ่าย การออมเงิน และการจัดการหนี้สิน จากกราฟชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจของคนไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 55% ในช่วงปี 2019-20 มาเป็น 70% ในปี 2022-23 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านความรู้ที่รวดเร็วและจับต้องได้
ไม่ไช่รู้ทัน แต่ต้องตามเทคโนโลยีการเงินให้ทัน
นี่จึงเป็นสัญญาณว่า การพัฒนาความรู้ทางการเงินในอนาคตต้องไม่ใช่แค่เรื่องของเงินฝากเงินออมหรือดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ต้องขยายไปสู่การรู้เท่าทันโลกการเงินดิจิทัลควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็วด้วยเหตุผลหลายประการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
โลกการเงินซับซ้อนหลากหลาย
เนื่องด้วยผลิตภัณฑ์การเงินไม่ได้มีแค่เงินฝาก ออมทรัพย์ หรือกองทุนเท่านั้น แต่ขยายไปถึง สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโต โทเคนการลงทุน พันธบัตรดิจิทัล ฯลฯ การมีความรู้ทางการเงินช่วยให้เราตัดสินใจลงทุนหรือใช้บริการได้อย่างมีเหตุผล ไม่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงจากมิจฉาชีพหรือความเสี่ยงอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น
การใช้จ่ายและลงทุนแบบดิจิทัลเพิ่มสูง
คนไทยใช้ PromptPay, QR Payment, Mobile Banking และ Digital Assets Exchange กันอย่างแพร่หลาย ธุรกรรมเกิดขึ้นแทบทุกวันและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง การมีความรู้ด้านการเงินและการเงินดิจิทัลช่วยให้จัดการเงินส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการผิดพลาด และเข้าใจค่าธรรมเนียมหรืออัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง
การวางแผนชีวิตและบริหารความเสี่ยง
ความรู้ทางการเงินช่วยให้คนไทยวางแผนออมเงิน เกษียณ ประกันภัย และจัดการหนี้ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง และการลงทุนมีความเสี่ยงแตกต่างกัน
การเข้าใจภาษีและสิทธิประโยชน์ของรัฐ
การลงทุนและใช้สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโต หรือโทเคนการลงทุน มีข้อกำหนดภาษีที่ต้องรู้ การเข้าใจ Financial Literacy ช่วยให้ผู้ลงทุนใช้สิทธิประโยชน์ได้ถูกต้อง เช่น ล่าสุดประเทศไทยได้มีการประกาศยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Capital Gain ที่ทำผ่านแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และ ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จากกระทรวงการคลัง
เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัล
ประเทศไทยกำลังพัฒนาเป็น Digital Hub ด้านการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งการลงทุนออนไลน์ การชำระเงินข้ามประเทศ และล่าสุดบริการใหม่อย่าง TouristDigiPay ที่ภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยกำลังผลักดันขึ้นมา เพื่อยกระดับระบบการชำระเงินดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีเป้าหมายให้ นักท่องเที่ยวที่มาไทยสามารถใช้ระบบดิจิทัลจ่ายเงินได้สะดวก ปลอดภัย และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะใช้สกุลเงินท้องถิ่น (บาท) หรือสกุลเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับระบบการเงินไทย
ในยุคดิจิทัลที่โลกการเงินหมุนไปอย่างรวดเร็ว เต็มไปด้วยโอกาสและความเสี่ยงใหม่ ๆ “ความฉลาดรู้ทางการเงิน” หรือ Financial Literacy ได้กลายเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการดำรงชีวิตของผู้คน หากคนไทยมีความเข้าใจเรื่องการเงินอย่างรอบด้านเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่จะช่วยให้แต่ละบุคคลสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตนเองและครอบครัวได้ แต่ยังส่งผลให้ประเทศชาติมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแรง ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริงอีกด้วย
อ้างอิง: OECD, Bitkubblog
บทความโดย: Bitkub.com
คำเตือน:
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้