6 รูปแบบอาชญากรรมไซเบอร์ที่คนไทยพบบ่อย รู้ไว้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจ
อาชญากรรมไซเบอร์ (Cybercrime) กำลังเป็นปัญหาระดับชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สังคมเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว การทำธุรกรรมออนไลน์ กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นช่องทางที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ในการหลอกลวงและโจมตีเหยื่อ ผู้ใช้งานหรือผู้ที่มีบัญชีออนไลน์จึงควรหาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับภัยประเภทนี้เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อในอนาคต
ข้อมูลและแนวโน้มอาชญากรรมไซเบอร์ในไทย
ข้อมูลจาก statista.com ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับประเทศที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก โดยประชากรใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยเติบโตอย่างมาก และกลายเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางไซเบอร์ เช่น ฟิชชิ่ง (Phishing) ที่ส่งลิงก์อันตรายผ่านแอปพลิเคชัน ข้อความ SMS และเว็บไซต์ปลอม เพื่อหลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและนำไปสู่การขโมยเงิน

Source: statista.com
นอกจากนี้ ยังพบว่าจำนวนคดีความที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ที่ไม่ได้รับสินค้า แอปเงินกู้ดอกเบี้ยสูง แชร์ลูกโซ่ และการฉ้อโกงการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากอาชญากรรมไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่ประชาชนทั่วไปแล้ว ยังมีการโจมตีทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรและธุรกิจในประเทศไทยด้วย
6 รูปแบบของอาชญากรรมไซเบอร์ที่พบบ่อย

ฟิชชิ่ง (Phishing) – การหลอกลวงผ่านอีเมล เว็บไซต์ปลอม หรือข้อความ SMS เพื่อให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต โดยแอบอ้างว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้และขอเข้าถึงเพื่อตรวจสอบบัญชีธุรกรรมออนไลน์หรือบัญชีที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น
มัลแวร์ (Malware) และแรนซัมแวร์ (Ransomware) – โปรแกรมอันตรายที่ถูกส่งเข้าคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือเพื่อขโมยข้อมูลหรือเรียกค่าไถ่
โรแมนซ์สแกม (Romance Scam) – กลโกงที่มิจฉาชีพแฝงตัวเป็นคนรักทางออนไลน์และหลอกลวงให้เหยื่อโอนเงินให้
การฉ้อโกงทางการเงิน (Financial Fraud) – เช่น การแอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการหรือธนาคารเพื่อให้เหยื่อโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพ
แฮกบัญชีโซเชียลมีเดีย (Social Media Hacking) – การเจาะระบบบัญชีผู้ใช้เพื่อขโมยข้อมูลหรือหลอกลวงคนรู้จักของเหยื่อให้โอนเงิน
แชร์ลูกโซ่ออนไลน์ (Ponzi & Pyramid Scheme) – การชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ โดยใช้เงินจากนักลงทุนใหม่มาหมุนเวียนจนสุดท้ายเกิดการล้มละลาย
วิธีการป้องกันภัยจากการทำธุรกรรมออนไลน์
เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์ ผู้ใช้บริการธุรกรรมออนไลน์หรือผู้ที่มีบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล ควรปฏิบัติตามแนวทางป้องกันดังต่อไปนี้:
1. ใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่ง และเปิดใช้การยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน
2. ระมัดระวังในการคลิกลิงก์และเปิดไฟล์แนบ
3. ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและอัปเดตระบบปฏิบัติการอยู่เสมอ
4. ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลหรือเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
5. ใช้แอปพลิเคชันธนาคารที่ปลอดภัย และตรวจสอบธุรกรรมเป็นประจำ
6. สังเกตและตรวจสอบให้แน่ใจก่อนคลิกทำธุรกรรม
โฆษณาที่เห็นในโซเชียลมีเดีย ควรเช็กให้ชัวร์ว่ามาจากช่องทางทางการเท่านั้น โดยสังเกตได้จากสัญลักษณ์ Verified Badge (เครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าหลังชื่อเพจ)
หากเป็นเว็บไซต์ควรเช็ก url ให้ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของ Bitkub Exchange ต้องเป็นที่อยู่ www.bitkub.com เท่านั้น
กฎหมายและมาตรการด้านความมั่นคงไซเบอร์ของไทย

แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมความมั่นคงไซเบอร์ของไทยจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลยังคงมีอยู่ โดยมากกว่า 60% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงอายุ 16-64 ปี แสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต ในปี 2568 หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงได้ดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างเข้มงวด เช่น การควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล ห้ามการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม Peer-to-Peer Lending (P2P) และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องปฏิเสธการเปิดบัญชีหรือระงับการให้บริการกับลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือการที่ให้ความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนโดยกำหนดให้ผู้ใช้บริการอัปเดตข้อมูลชื่อเจ้าของซิมให้ตรงกับชื่อบัญชีธนาคาร เพื่อป้องกันการใช้บัญชีม้าในการกระทำความผิด และล่าสุดสถาบันการเงินได้รับคำสั่งให้เพิ่มความระมัดระวังในการเปิดบัญชีใหม่ โดยพนักงานต้องตรวจสอบข้อมูลลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการเปิดบัญชีที่อาจใช้ในการกระทำความผิด เป็นต้น มาตรการเหล่านี้จึงสะท้อนถึงความพยายามร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศไทยอย่างจริงจัง
บทสรุป
อาชญากรรมไซเบอร์เป็นภัยคุกคามที่ไม่สามารถมองข้ามได้ โดยเฉพาะในยุคที่การทำธุรกรรมออนไลน์เป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง การตระหนักรู้ถึงรูปแบบของภัยคุกคามและการใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และประชาชนในการสร้างความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ประเทศไทยจะสามารถลดจำนวนอาชญากรรมไซเบอร์และทำให้การทำธุรกรรมออนไลน์ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้ในอนาคต
บทความโดย: bitkub.com
อ้างอิง: Bitkub Blog 1, Bitkub Blog 2, Statistic
คำเตือน:
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้