Crypto ETF หรือ Crypto Exchange Traded Fund คือ กองทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนตามราคาของคริปโทเคอร์เรนซี เช่น Bitcoin หรือ Ethereum โดยไม่ต้องเปิดกระเป๋าเก็บเหรียญ (wallet) หรือผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง ทุกอย่างซื้อขายผ่านบัญชีหุ้นแบบเดิมที่นักลงทุนคุ้นเคยอยู่แล้ว
ปี 2569 ถือเป็นปีที่โมเมนตัมของ Crypto ETF แผ่ขยายจากสหรัฐฯ ไปทั่วโลกอย่างชัดเจน และล่าสุดประเทศไทยเองก็เพิ่งเปิดประตูเริ่มต้นรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการ บทความนี้พาไปสำรวจภาพรวมทั่วโลก และเจาะลึกความเป็นไปได้ของ Crypto ETF ในไทย
ภาพรวม Crypto ETF ทั่วโลก
สหรัฐฯ อนุมัติ Spot Bitcoin ETF ครั้งแรกในเดือนมกราคม 2567 และตามด้วย Spot Ethereum ETF ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน จากนั้นตลาดก็ขยายตัวต่อเนื่องไปยังสินทรัพย์อื่น จนถึงปัจจุบันตลาดสหรัฐฯ มี ETF ที่อ้างอิง Bitcoin และเหรียญทางเลือกหลักหลายสกุล รวมถึง Ethereum, Solana, Litecoin และ HBAR โดยมีผลิตภัณฑ์อีกหลายสิบรายการรอการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแล
ในแง่เม็ดเงิน ช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาถือเป็นสัปดาห์ที่คึกคักที่สุดของปีสำหรับกลุ่มนี้ โดยกองทุน Bitcoin และ Ethereum แบบ Spot ของสหรัฐฯ มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นราว 23,000 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2569 แต่มีเงินไหลเข้าสุทธิจริงเพียงราว 2,600 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลือมาจากราคาของ Bitcoin และ Ethereum ที่ปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์เดียวกัน ทำให้สินทรัพย์สุทธิของกองทุน Bitcoin อยู่ที่ราว 96,100 ล้านดอลลาร์ และกองทุน Ether อยู่ที่ราว 14,300 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญ: มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) ที่พุ่งขึ้นแรง ไม่ได้แปลว่ามีเงินใหม่ไหลเข้าเสมอไป บางส่วนเป็นเพียงผลจากราคาสินทรัพย์อ้างอิงที่ปรับตัวขึ้นเท่านั้น

ข้อมูลจาก https://farside.co.uk/btc/ ระบุว่าช่วงวันที่ 17–26 สิงหาคม 2569 กองทุน Bitcoin ETF แบบ Spot ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิเป็นบวกต่อเนื่องทุกวันทำการ รวมทั้งสิ้นประมาณ 2,801.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.8 พันล้านดอลลาร์) โดยวันที่ 20 สิงหาคมมีเงินไหลเข้าสูงสุดในช่วงนี้ที่ 606.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งข้อมูลจาก Farside Investors นี้สอดคล้องกับภาพรวมที่ว่าเดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่คึกคักที่สุดของปีสำหรับกองทุน Bitcoin ETF สหรัฐฯ ทั้งนี้ ตัวเลขไหลเข้าในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงทิศทางในอนาคต และข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะตลาดแต่ละวัน
ฮ่องกงเปิดตัว Spot Bitcoin และ Ether ETF จำนวน 6 กองทุนในเดือนเมษายน 2567 กลายเป็นตลาดแรกในเอเชียที่เปิดให้นักลงทุนรายย่อยซื้อขายคริปโทที่ราคาสปอตได้ โดยผู้ออกกองทุนเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์จากจีนสามราย ก้าวนี้ถูกมองว่าเป็นการวางตำแหน่งฮ่องกงให้นำหน้าสิงคโปร์และดูไบในการเป็นศูนย์กลางกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาค
เกาหลีใต้ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้มงวดกับคริปโทมากที่สุด กำลังเปลี่ยนท่าที โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ยืนยันแผนอนุญาต Spot Digital Asset ETF ภายใต้ยุทธศาสตร์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 ซึ่งครอบคลุมทั้ง Spot Bitcoin ETF และ ETF สินทรัพย์ดิจิทัลอื่น โดยได้แรงบันดาลใจจากความสำเร็จของตลาดสหรัฐฯ และฮ่องกง ก่อนหน้านี้กฎหมายเกาหลีใต้ไม่ยอมรับให้คริปโทเป็นสินทรัพย์อ้างอิงของ ETF ได้เลย โดยกระบวนการนี้จะเดินคู่ไปกับกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่ที่ครอบคลุมทั้งเรื่อง stablecoin และ ETF
แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่อนุมัติ Spot Bitcoin ETF ก่อนสหรัฐฯ เสียอีก และยังคงรักษามาตรฐานกำกับดูแลที่ชัดเจนสำหรับทั้งกองทุนและศูนย์ซื้อขาย ส่วนยุโรปมีผลิตภัณฑ์ลักษณะ ETP (Exchange Traded Product) ที่ทำหน้าที่คล้ายกันมาระยะหนึ่งแล้ว และญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ก็อยู่ระหว่างจับตาความเคลื่อนไหวของประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจว่าจะเดินตามฮ่องกงและเกาหลีใต้หรือไม่
ความเป็นไปได้ของ Crypto ETF ในไทย
ตามข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 171/2569 ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการจัดตั้งและกำกับดูแล Crypto ETF ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกับหลักการปรับปรุงคุณสมบัติของ DA Custodian ต่างประเทศสำหรับกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เอกสารรับฟังความเห็นทั้ง 2 ฉบับเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ก่อนที่ ก.ล.ต. จะนำความเห็นที่ได้รับไปประกอบการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์ต่อไป ผู้ที่สนใจแสดงความเห็นสามารถศึกษารายละเอียดและส่งความเห็นได้ผ่านช่องทางที่ ก.ล.ต. ระบุไว้ในเอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว
โดยสำนักงาน ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์นี้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ก่อนนำไปประกอบการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ที่แน่นอนต่อไป ซึ่งหมายความว่า ณ ขณะนี้ Crypto ETF ในไทยยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็น ยังไม่มีผลบังคับใช้จริง และยังไม่มีกองทุนใดเปิดขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ ได้แก่ผลสรุปการรับฟังความเห็นภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าหลักเกณฑ์สุดท้ายจะออกมาในรูปแบบใด ความพร้อมของ บลจ. ไทยในการเตรียมบุคลากรและระบบงานสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนจัดตั้งกองทุน ทิศทางของ DA Custodian ในประเทศว่าจะมีผู้ให้บริการที่ผ่านมาตรฐานเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ รวมถึงประสบการณ์จากตลาดที่เปิดมาก่อน เช่น สหรัฐฯ ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ที่อาจถูกใช้เป็นบรรทัดฐานในการปรับหลักเกณฑ์ไทยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
บทความโดย www.bitkub.com
อ้างอิง: Bitkub Blog, sec.or.th, cnn.com, incrypted.com
คำเตือน:
– คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
– ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
– ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการจัดการใด ๆ ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เนื้อหาข้างต้นเป็นการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาโดยใช้ข้อมูลในอดีตและเครื่องมือวิเคราะห์ อาจมีการคลาดเคลื่อนได้ นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล