บทความโดย ชานน จรัสสุทธิกุล
ปัจจุบันแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Crypto และ Token ถูกแฮ็กกันอย่างต่อเนื่อง จนความเชื่อมั่นในตลาดคริปโทฯ ลดลงและราคาสินทรัพย์ร่วงตามไปด้วย
แม้แต่เหรียญอย่าง BTC ก็ไม่ได้ปลอดภัยจากการโจมตี เพราะถึงตัว Bitcoin อาจไม่ถูกแฮ็กโดยตรง แต่ Ecosystem รอบข้างยังมีช่องโหว่ ไม่ว่าจะเป็น Pool, DeFi ที่ใช้ WBTC หรือ Wallet ที่ใช้เก็บ BTC ล่าสุดแม้แต่ Coldcard ก็เพิ่งถูกแฮ็กไป
เอาเข้าจริง นี่ถือเป็นความเสียหายที่รุนแรงมากสำหรับวงการคริปโทฯ เพราะในโลกการเงิน “ความเชื่อมั่น” คือสิ่งสำคัญที่สุด หากความเชื่อมั่นหมดไป แล้วใครจะกล้าเข้ามาในตลาด และเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
เทคโนโลยี AI กำลังขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงส่ง สวนทางกับความเชื่อมั่นในตลาดที่กำลังหายสาบสูญ
แพลตฟอร์มและ Ecosystem ต่างๆ ในตลาด โดยเฉพาะ Web3 ล้วนใช้คนเป็นผู้พัฒนาและตรวจสอบระบบหรือ Audit แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ ปัจจุบัน AI สามารถค้นหาช่องโหว่และเจาะระบบที่ใช้งานอยู่ทั่วไปได้แล้วในหลายแพลตฟอร์ม
นี่จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตการแฮ็กกันจ้าละหวั่น สร้างความเสียหายเป็นเม็ดเงินมหาศาล และทำลายความเชื่อมั่นในตลาด Cryptocurrency อย่างหนัก
Web3 โดนก่อน Web2 โดนตามมาแน่นอน
แพลตฟอร์มหรือ Ecosystem ในโลกคริปโทฯ ส่วนใหญ่เป็น Open Source หรือเปิดเผย Code ให้ทุกคนตรวจสอบกระบวนการทำงานบน Blockchain ได้ จุดประสงค์คือเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่าระบบไม่มีกระบวนการโกงเงินหรือเอาเปรียบผู้ใช้งาน
แต่การเปิดเผย Code ก็เป็นดาบสองคม เพราะ Hacker สามารถนำ Code เหล่านั้นไปให้ AI วิเคราะห์ เพื่อค้นหาช่องโหว่และใช้ในการโจมตีระบบได้เช่นกัน
ส่วน Web2 เช่น Centralized Exchange เชื่อว่าหลาย Exchange ก็มีช่องโหว่ที่ AI สามารถใช้โจมตีได้ เพียงแต่ Source Code และข้อมูลภายในเข้าถึงได้ยากกว่า
Hacker จึงอาจใช้ Social Engineering หรืออาศัย Human Error เพื่อเข้าถึง Source Code และช่องโหว่ของระบบ เช่น ปลอมตัวเป็น HR จากบริษัทอื่นเพื่อเสนอตำแหน่งงาน หรือแฝงตัวเข้ามาสร้างความสนิทสนมกับคนในองค์กร เพื่อค่อยๆ เข้าใกล้ข้อมูลของ Exchange และ Source Code มากขึ้น จนกระทั่งถึง “วันลงดาบ”
ในบทความนี้ ผมตั้งใจใช้เพียงคำว่า AI โดยไม่กล่าวถึงตัวเด่นๆ อย่าง Fable หรือ Mythos เพราะผมเชื่อว่า Hacker ที่อยู่เบื้องหลังการเจาะระบบที่ผ่านมา อาจใช้ AI ที่ฉลาดเทียบเท่า หรืออาจฉลาดกว่า Fable 5 ไปแล้วด้วยซ้ำ
แล้วตลาดจะรอดได้อย่างไร
การจะ Heal ตลาดคริปโทฯ และเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา จำเป็นต้องสร้าง Ecosystem ของตลาดขึ้นใหม่ทั้งหมด
พูดง่ายๆ คือ เราอาจต้องเริ่มเล่นกันบนกระดานใหม่ โดยใช้ “AI Proof” เป็นรากฐานของการสร้างความเชื่อมั่น
แพลตฟอร์มหรือ Ecosystem ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในตลาด จำเป็นต้องผ่านมาตรฐานการ Audit แบบครบวงจรจาก AI ชั้นนำ ซึ่งต้องมีความสามารถในการตรวจจับและป้องกันการโจมตีในระดับเดียวกับ AI ที่ Hacker ใช้เจาะระบบ
เมื่อแพลตฟอร์มมี AI Proof ที่ดี พร้อมอัปเดต Patch และใช้ AI ตรวจสอบระบบอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตี ทำให้แพลตฟอร์มอยู่ได้อย่างยืนยาว และอาจเรียกความเชื่อมั่นของตลาดกลับคืนมาได้อีกครั้ง