วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ไม่ได้มีความหมายเพียงในฐานะวันชาติสหรัฐอเมริกาครบรอบ 250 ปีเท่านั้น หากแต่อาจถูกจารึกไว้ในฐานะวันที่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเปลี่ยนโฉมไปตลอดกาล เมื่อ Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act ซึ่งถือเป็นกฎหมายกำกับดูแล Crypto ฉบับแรกที่ครอบคลุมระดับ Federal ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้การลงนามโดยประธานาธิบดี Donald Trump มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ที่มา CLARITY Act และเส้นทางสู่วันนี้
CLARITY Act มีจุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เมื่อ French Hill ประธาน House Financial Services Committee เสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภา ด้วยเจตนารมณ์หลักในการยุติความขัดแย้งเรื่องเขตอำนาจระหว่าง SEC และ CFTC ซึ่งทั้งสองหน่วยงานต่างอ้างสิทธิ์กำกับดูแลตลาด Crypto มาตลอดกว่าทศวรรษ
เส้นทางนับจากนั้นคืบหน้าตามลำดับ สภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านร่างด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ก่อนที่ Senate Banking Committee จะผ่านร่างต่อด้วยคะแนน 15 ต่อ 9 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ร่างกฎหมายได้รับการบรรจุเข้า Senate Legislative Calendar หมายเลข 423 ซึ่งหมายความว่าบัดนี้มีสถานะพร้อมรับการพิจารณาจากวุฒิสภาเต็มคณะอย่างเป็นทางการ
หัวใจของ CLARITY Act
หัวใจของ CLARITY Act คือการจำแนกสินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็นสามประเภท เพื่อให้แต่ละหน่วยงานมีขอบเขตอำนาจที่ชัดเจน
– Digital Commodity — อยู่ใต้ CFTC
Bitcoin และ Ethereum จะอยู่ภายใต้การกำกับของ CFTC แทนที่จะเป็น SEC การจำแนกเช่นนี้จะช่วยขจัดความเสี่ยงทางกฎหมายที่ค้างคาอยู่กับสองเหรียญหลักนี้มาอย่างยาวนาน
– Investment Contract Asset — อยู่ใต้ SEC
Token ที่ระดมทุนจากนักลงทุนผ่านทีมบริหารกลางจะยังคงอยู่ภายใต้การกำกับของ SEC ตามกรอบเดิม
– Payment Stablecoin — อยู่ใต้หน่วยงานธนาคาร
Stablecoin ที่ใช้ชำระเงินจะอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานธนาคาร โดยมีข้อกำหนดสำคัญว่าห้ามจ่ายดอกเบี้ยในลักษณะเดียวกับเงินฝากธนาคาร แต่อนุญาตให้มีการให้ Reward ที่ผูกกับการใช้จ่ายจริงได้
ทำไมต้องเป็น 4 กรกฎาคม?
วันที่ 4 กรกฎาคมไม่ใช่เส้นตายทางกฎหมาย หากแต่เป็นเป้าหมายทางการเมืองที่ White House กำหนดขึ้นเอง Patrick Witt ผู้อำนวยการบริหาร President’s Council of Advisors for Digital Assets กล่าวไว้อย่างชัดเจนในงาน Consensus Miami ว่า “We’re targeting July 4th. I think that would be a tremendous birthday present for America, celebrating our 250th.”

Source: CoinDesk
การเลือกวันชาติครบรอบ 250 ปีสะท้อนถึงการใช้สัญลักษณ์ทางการเมืองของฝ่ายบริหาร เพื่อสร้าง Legacy และสื่อสารต่อสาธารณชนว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญระดับประวัติศาสตร์ ทว่าเบื้องหลังคำประกาศอันยิ่งใหญ่นั้น ยังมีอุปสรรคที่ต้องฝ่าผ่านอีกหลายด่าน
นอกจากนี้ยังมีมิติเชิงปฏิทินที่สำคัญ เพราะหลังจากวันที่ 4 กรกฎาคม สภาจะเข้าสู่ช่วง Summer Recess และเมื่อกลับมาช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ปฏิทินนิติบัญญัติก็จะถูกกดทับด้วยการเตรียมการเลือกตั้ง Midterm ในเดือนพฤศจิกายน ยิ่งกฎหมายล่าช้าออกไปเท่าใด โอกาสผ่านก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
ถ้าพลาด July 4 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?
การพลาดเส้นตายวันที่ 4 กรกฎาคมไม่ได้หมายความว่าร่างกฎหมายจะล้มเหลวทันที แต่หมายความว่าหน้าต่างแห่งโอกาสจะแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ Brian Gardner นักวิเคราะห์นโยบายจาก Stifel ระบุว่ากฎหมายควรผ่านวุฒิสภาให้ได้ก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม เพราะหากล่วงเลยเข้าสู่ช่วง August Recess โอกาสจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
Senator Cynthia Lummis ประธานอนุกรรมาธิการสินทรัพย์ดิจิทัล เตือนไว้ว่า หากพลาด Congress ชุดนี้ทั้งหมด กระบวนการทั้งหมดจะต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้นในสภาชุดถัดไป และมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องรอจนถึงปี 2573 ขณะที่ Galaxy Research ประเมินโอกาสผ่านตลอดทั้งปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 60% และ Polymarket ณ ปลายเดือนมิถุนายน ให้ตัวเลขอยู่ที่ราว 70%
จะผ่านหรือไม่? ตลาดรับรู้ความไม่แน่นอนไปแล้วล่วงหน้า
ณ วันที่ 25–26 มิถุนายน 2569 ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลหลักปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความล่าช้าของ CLARITY Act และท่าทีเข้มงวดของ Fed ในการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา

Source: Coinmarketcap.com
ด้าน Bitcoin (BTC) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 เดือนที่ประมาณ 59,102 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวมาอยู่แถว 61,000–62,000 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum (ETH) แตะจุดต่ำสุดในรอบระยะสั้นที่ประมาณ 1,552 ดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวมาอยู่แถว 1,650–1,680 ดอลลาร์ และ XRP ก็ปรับร่วงลงราว 20% นับจากต้นเดือนมิถุนายน มาอยู่แถว 1.04–1.13 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหรียญที่ได้รับผลกระทบจาก CLARITY Act มากที่สุด เนื่องจากสถานะทางกฎหมายของ XRP ผูกโยงโดยตรงกับผลลัพธ์ของร่างกฎหมายนี้ (ข้อมูลจาก Coinmarketcap.com)
ความเคลื่อนไหวของราคาข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าตลาดได้ “ราคาในความเสี่ยง” ของการล่าช้าไปแล้วบางส่วน ในทางกลับกัน หาก CLARITY Act สามารถผ่านการลงคะแนนระดับ Senate Floor ได้ก่อน August Recess นักวิเคราะห์จาก Galaxy Research มองว่าตลาดมีโอกาสฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ XRP แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าตลาด Crypto มักตอบสนองต่อความคาดหวังล่วงหน้าก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจริง ความผันผวนสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสองทิศทาง ทั้งก่อนและหลังการลงนามอีกทั้งราคาในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคตด้วย
บทความโดย www.bitkub.com
อ้างอิง: Bitkub Blog 1, Bitkub Blog 2, CoinDesk, Yahoo Finance, Congress.gov
คำเตือน:
– คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
– ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต
– ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อเสนอการลงทุนหรือการจัดการใด ๆ ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เนื้อหาข้างต้นเป็นการวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลในอดีต อาจมีการคลาดเคลื่อนได้ นักลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล