บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

โรงพยาบาลมีสี

โรงพยาบาลมีสี

กลายเป็นประเด็นที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสนใจไม่น้อย กับการจัดเกรด แบ่งสี แยกประเภทของโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้ประชาชน และผู้ใช้บริการได้รู้ว่าโรงพยาบาลที่ใช้บริการอยู่นั้น จัดอยู่ในระดับไหน หลังจากก่อนหน้ามีประเด็นมาต่อเนื่อง เรื่องการคิดค่ายา ค่าบริการแพงหูฉี่ จนมีเรื่องร้องเรียนอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะราคายาที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่าสมเหตุ สมผลแค่ไหน      


 ล่าสุด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ประกาศแบ่งกลุ่มกันให้เห็นชัดเจนไปเลย โดยแบ่งกลุ่มโรงพยาบาลออกเป็น 3 กลุ่ม 3 สี สีเขียว สีเหลือง และสีแดง จากจำนวนโรงพยาบาลทั่วประเทศ 351 แห่ง 


1. กลุ่มที่คิดราคายาไม่แพง หรือแบบอนุเคราะห์ผู้ป่วย ใช้สัญลักษณ์สีเขียว มี 214 แห่ง  2. กลุ่มที่คิดราคายาระดับกลางๆ 64 แห่ง ใช้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ และ 3. กลุ่มโรงพยาบาลที่ คิดราคายาแบบสูงมาก หรือแบบสุดโต่ง รวม 73 ราย ใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์  ซึ่งการแบ่งสีแบบนี้จะช่วยให้ประชาชนได้ประกอบการตัดสินใจในการใช้บริการ ก่อนจะเดินเข้าไปรักษา โดยเริ่มประกาศรายชื่อไปแล้วในส่วนของสีเขียว ซึ่งมีผลไปเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา  


 หลังจากนั้นจะทยอยประกาศรายชื่อในส่วนของสีเหลือง แต่จะเว้นโรงพยาบาลสีแดงเอาไว้ เรียกว่าละไว้ในฐานที่เข้าใจ ไม่มีรายชื่อคือ "เข้าใจนะว่าแพง" แล้วก็ไม่ใช่แพงเฉยๆ แต่แพงมาก ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่ามีที่ไหนบ้างละกันนะ เพราะน่าจะรู้กันดี เพราะโรงพยาบาลสีแดงบ้านเรานั้นคงมีไม่มาก จะว่ากระทรวงพาณิชย์ก็เข้าใจแบ่งสี "สีแดง" เท่ากับหยุด หยุดคิดก่อนเข้าไปใช้บริการ  
         

อย่างไรก็ดี เท่าที่ดูรายชื่อกลุ่มสีเขียวที่ประกาศออกมา ก็มีบางโรงพยาบาลที่เห็นแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า เข้าเกณฑ์ได้อย่างไร เพราะดูยังไงก็เป็นประเภท 5 ดาว ทั้งการบริการ และราคา แต่ในที่นี่กรมการค้าภายในชี้แจงว่าการจัดกลุ่มดังกล่าวได้พิจารณาจากราคาซื้อ และขายยากว่า 3,000 รายการ ที่โรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งส่งมาให้ก่อนหน้านี้ 


โดยกรมได้นำมาจัดทำเป็นคิวอาร์โค้ดราคายา แต่ละรายการส่งไปให้โรงพยาบาลเอกชนเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนใช้ตรวจสอบ เปรียบเทียบราคายาแต่ละชนิดของแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งจะถูกจะแพงแค่ไหน ประชาชนก็สามารถไขข้อข้องใจเองได้


ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ ของใหม่สำหรับการแบ่งสี เพื่อจำแนกประเภทโรงพยาบาลเอกชนให้ชัดเจนขึ้นเสียที เพราะขึ้นชื่อว่าโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่ใครๆ ก็ต้องคิดว่าแพงเป็นของคู่กันมาอยู่แล้ว แต่จะแพงระดับไหน ระดับที่รับได้ หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่กำลังทรัพย์ของผู้ใช้บริการด้วย ดังนั้นการกำหนดสีออกมาแบบนี้ก็จะได้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ประชาชนได้รู้ ได้เลือกได้ แพงไปก็ไม่ไปใช้บริการเท่านั้นเอง ส่วนใครที่อยากรู้รายชื่อโรงพยาบาล เข้าไปตรวจสอบได้เลยที่ https://www.dit.go.th


ขณะที่โรงพยาบาลเองก็ต้องจริงใจเรื่องการเปิดเผยข้อมูล ทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ไม่ใช่ยาถูกแต่บวกอย่างอื่นเพิ่ม เพราะไม่อย่างนั้นก็เหมือนเอาเปรียบประชาชน เพราะหากค่ารักษายาบาลแพงเกินไป ต้องมาเป็นหนี้เป็นสิน หาเงินมาจ่ายค่ายา ค่าหมอ แบบนั้นก็ไม่ไหว จะบอกว่าไม่มีเงินก็ไปรักษาโรงพยาบาลรัฐฯ หรือโรงพยาบาลที่ถูกกว่า ถ้ากรณีฉุกเฉินเลือกไม่ได้ขึ้นมา พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกอีกเหมือนกัน   
    

ภาครัฐฯ กำลังเดินมาถูกทางแล้วในขั้นแรก แต่ก็ทำให้เบ็ดเสร็จ ชัดเจนในทุกระดับ โปร่งใส ทุกขั้นตอน ไม่ใช่เข้าโรงพยาบาลสีเขียวที่ว่าราคายาถูกสุดแล้ว แต่มีประชาชนกลับมาร้องเรียนเรื่องถูกโขกราคาแพงอีก แบบนั้นก็เท่ากับสีเพี้ยน และไร้ประโยชน์  


เพราะฉะนั้นการติดตามผลจากนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่าคิดว่าจบแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยนะคะ ต้องวิน-วิน ทุกฝ่าย 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh