บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

BBLได้อะไรจากการซื้อ"เพอร์มาตา"

BBLได้อะไรจากการซื้อ

บิ๊กเซอร์ไพร์สสุดๆ สำหรับการประกาศดีลยักษ์ของธนาคารกรุงเทพ กับการเข้าซื้อ ธนาคาร พีทีเพอร์มาตา ทีบีเค (“เพอร์มาตา”)ของอินโดนีเซีย ในสัดส่วน 89.12% จากกลุ่ม สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และ พีที แอสทร่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทีบีเคม 



ดีลนี้มีมูลค่ามหาศาลกว่า 8 หมื่นล้านบาท และเบ็ดเสร็จแล้วน่าจะเฉียดแสนล้านบาทด้วยซ้ำ หากรวมสัดส่วนที่ต้องทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์อีกกว่า 10% ที่เหลือ เรียกว่าทันทีที่มีข่าว ราคาหุ้น BBL ก็รูดรับข่าวทันที และราคาหุ้น 2 วันเบื้องต้นลงไปแล้ว  13.50 บาท หรือประมาณ 8% 



ด้วยจำนวนเงินมากมายขนาดนี้ ไม่แปลกที่ราคาหุ้นจะถูกถล่มขายออกมา ต่อให้ผู้บริหารออกมายืนยันว่าสามารถจัดหาเงินทุนได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มทุนก็ตาม  เพราะเงินขนาดนี้ ถือหุ้น นักลงทุนไม่หวั่นไหวก็เป็นเรื่องแปลก  

    

นอกจากนี้ คำถามสำคัญต่อดีลนี้ก็คือ BBL คุ้มค่าที่จะลงทุนมากแค่ไหน แล้วจะได้อะไร และซื้อไปทำไม แถมในภาวะที่ธุรกิจแบงก์แข่งขันสูงแบบนี้ และยังต้องเจอกับกระแสดิสรัปชั่นอย่างต่อเนื่อง  เพราะฉะนั้น BBL ควรจะเอาเงินมหาศาลที่ทุ่มลงไปครั้งนี้ เพื่อไปพัฒนาระบบภายใน โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมดีหรือไม่ 



เพราะเมื่อมองจากแบงก์คู่แข่งที่ต่างก็ทุ่มงบประมาณแทบจะหมดหน้าตักกับการพัฒนาระบบให้ก้าวหน้า และล้ำสมัย แทนการขยายกิจการแบบที่แบงก์บัวหลวงกำลังทำอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารคงจะต้องไขข้อข้องใจผู้ถือหุ้นกันหลายยกเลยทีเดียว 
                      

 
แต่อย่างไรก็ดี แม้จะมีคำถามค้างคาใจว่า BBLจะได้คุ้มเสียหรือไม่  อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริหารแบงก์มอง เพราะไม่งั้นคงไม่ตัดสินซื้อกิจการขนาดนี้  ซึ่งนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ BBL ยืนยันหนักแน่นว่าการรวมกันของ 2 แบงก์ จะช่วยให้เชื่อมโยงเครือข่ายต่างประเทศได้อย่างครอบคลุม กว้างขวาง ครอบคลุมอย่างกว้างขวาง และเสริมเป้าหมายทางกลยุทธ์ให้แก่กัน และที่สำคัญยังมองว่าจะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงตลาดสำคัญทั่วทั้งภูมิภาค



 ขณะที่นายเดชา ตุลานันท์ ประธานกรรมการบริหาร ก็ย้ำหนักแน่นว่า คุ้มค่าลงทุนแม้ว่าจะต้องใช้เงินลงทุนถึง 80,000 กว่าล้านบาท เพราะมองว่าอินโดฯ ยังมีศักยภาพในการเติบโตและสามารถขยายธุรกิจได้ เนื่องจากในปัจจุบันเศรษฐกิจอินโดฯ เติบโตไม่ต่ำกว่า 5% แถมยังยืนยันด้วยว่าราคาซื้อไม่แพง


ฟังแบบนี้ผู้ถือหุ้นอาจจะโล่งใจขึ้นมาบ้าง เพราะการซื้อหุ้นระดับนี้ ผู้บริหารคงต้องคิดแล้วคิดอีก และคงน่าจะเจรจากันมานานพอสมควรแล้วกว่าจะประกาศดีลออกมาอย่างเป็นทางการ  


อีกทั้งหากมองอีกมุมหนึ่ง ปัจจุบัน BBL ก็มีสาขาในอินโดนีเซียอยู่แล้ว 3 สาขา เป็นสาขาเต็มรูปแบบในจาการ์ตา และสาขาย่อยที่สุราบายา  กับเมดาน โดยให้บริการเงินครบวงจร ทั้งเงินฝาก บริการเพื่อธุรกิจส่งออก นำเข้า สินเชื่อธุรกิจ บริการโอนเงินระหว่างประเทศ และบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  

 

ดังนั้นการซื้อเพอร์มาตา จึงน่าจะเป็นการเพิ่มเครือข่าย และขยายฐานธุรกิจในอินโดนีเซียที่ธนาคารกรุงเทพก็มีฐานที่มั่นที่ค่อนข้างจะมั่นคงอยู่แล้ว  การผนึกเพอร์มาตา จึงน่าจะเป็นดีลที่ BBLเลือกอย่างดีแล้ว 

 


ในขณะที่โบรกเกอร์ ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาลดลงอีกด้วย เพราะเชื่อว่ามีโอกาสทางธุรกิจในอนาคต  ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PBV 0.72 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ระดับ 0.87 เท่า  



 อีกอย่าง ดีลระยะยาวแบบนี้ยังต้องดูกันยาวๆ เพราะกว่าจะเรียบร้อยก็ปีหน้า ยังต้องมีอะไรให้ติดตามกันอีกมาก แต่ที่แน่ๆ ระดับเจ้าสัว "โสภณพนิช" ซื้อแล้วไม่คุ้ม ซื้อแล้วไม่ได้ ก็คงไม่ตัดสินซื้อ







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh