บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

กำไรบจ.โค้งแรกยังโต... ลุ้นโค้ง2 ฝ่าเงินเฟ้อ-ศก.

กำไรบจ.โค้งแรกยังโต... ลุ้นโค้ง2 ฝ่าเงินเฟ้อ-ศก.

    ยังผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สำหรับกำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกของปีนี้ ที่ประกาศออกมาน่าจะครบหมดแล้ว 
    
    โดยล่าสุด ทางฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนรายงานกำไรงวด Q1/65 ออกมา 618 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน Market Cap. 95% ของบริษัททั้งหมดในตลาด มีกำไรรวมกันอยู่ที่ 2.74 แสนล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วน 26% ของประมาณการทั้งปี) และเมื่อเทียบกับกำไรทุกบริษัทในช่วงเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้น 9.5% yoy แต่ลดลงเล็กน้อยเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน -1.2% qoq

 

    กลุ่มที่มีกำไรเติบโตเด่น แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ 
    
    1. หุ้นพลังงาน ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ยืนระดับสูงกว่าปกติอาทิ TOP, BANPU, GULF ฯลฯ  
    
    2. หุ้นเปิดเมืองต่างๆ คือ กลุ่มธ.พ., กลุ่มค้าปลีก, กลุ่มอสังหาฯ, กลุ่มการแพทย์ และกลุ่มขนส่ง ได้แรงหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นขึ้นตามลำดับ อาทิ KTB KKP, CRC CPALL BJC, AP SPALI, BDMS BH, AOT ฯลฯ

    3. หุ้นส่งออก อาทิ กลุ่มอาหาร, กลุ่มเกษตร, กลุ่มชิ้นส่วนฯ ได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทอ่อนค่า พร้อมกับราคาสินค้าต่างๆ ที่ทยอยปรับขึ้น อาทิ BR SAPPE,GFPT NER , KCE SVI ฯลฯ

    ซึ่งแม้ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ยังผันผวน แต่ภาพรวมบริษัทจดทะเบียนยังปรับตัว และรับมือได้ ทำให้ผลประกอบการงวด Q1/65 ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดย ASPS ประเมินกำไร 65 ที่1.04 แสนล้านบาท คิดเป็น EPS65 ที่ 88.9 บาท/หุ้น ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณผ่อนคลายต่อตลาดหุ้นไทย

 

    แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้ ก็คือไตรมาสที่ 2 และไตรมาสต่อไป โดยเฉพาะไตรมาสที่ 2 ว่ากำไรบจ.จะยังไปได้ดีแค่ไหน เมื่อดูจากภาวะเงินเฟ้อล่าสุด โดยเดือน เม.ย. ที่ผ่านมานั้น เงินเฟ้อบ้านเราขึ้นไปถึง 4.65% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง และหากยังคงสูงต่อเนื่อง ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของ บจ. ได้

    โดย ASPS สะท้อนจากหุ้นค้าปลีกสหรัฐที่ปรับตัวลงแรง ขณะที่ไทยเราเองเริ่มเห็นตัวเลขเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกที่ล่าสุดมีสัดส่วนMarket Cap. 10.5% ของหุ้นทั้งหมด มากสุดเป็นอันดับ 2 ของตลาด รวมถึงกำไร Q1/65 มากสุดเป็นอันดับ 4 ของตลาด และอาจนำไปสู่การปรับประมาณการกำไรลง สร้างความผันผวนให้กับตลาดได้ โดยการปรับตัวลดลงของกลุ่ม COMM ทุกๆ 1%จะกดดัน SET Index ปรับตัวลดลงถึง 1.7 จุดได้

 

    เพราะฉนั้นเห็นแบบนี้แล้ว ก็วางใจไม่ได้ว่า กำไรบจ. ในไตรมาสถัดไปนั้น อาจมีความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมค่อนข้างสูงทีเดียว อย่าลืมว่าต้นทุนการดำเนินงานของ บจ.ส่วนใหญ่ อิงกับการขนส่ง การผลิต ซึ่งตอนนี้ก็พุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง และหากสงครามระหว่างยูเครน รัสเซีย ยังไม่จบ ราคาน้ำมันก็คงจะยังไม่มีทิศทางขาลงง่ายๆ เช่นเดียวกัน ก็น่าเป็นห่วงที่จะทำให้ บจ. สามารถรักษากำไรให้เท่ากับไตรมาสแรกที่ผ่านไปได้

    ต่อให้แบงก์ชาติ กระทรวงการคลัง จะออกมายืนยันว่า ประเทศยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ใครจะการันตีได้ว่า ถ้าเงินเฟ้อยังพุ่งทั่วโลกแบบนี้ ขณะที่เศรษฐกิจประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ หรือยุโรป อาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย อะไรที่ว่าแน่ก็คงไม่แน่เหมือนกัน
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh