บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

คราบน้ำตาของยูเครน บนความขัดแย้งมหาอำนาจ สหรัฐฯ-ยุโรป-รัสเซีย

คราบน้ำตาของยูเครน บนความขัดแย้งมหาอำนาจ สหรัฐฯ-ยุโรป-รัสเซีย

     ตั้งแต่เข้าสู่กลางเดือน ก.พ. เป็นต้นมา ใครที่ติดตามสถานการณ์ระหว่างรัสเซีย กับ ยูเครน มาตลอดจะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ ระหว่าง 2 ประเทศ ตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามใจการเจรจาหลายครั้ง โดยการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทั้งจาก สหรัฐ ยุโรป และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เรียกว่าขนาดงัดมาตรการแซงชั่นต่างๆ ออกมาขู่ก็ไม่ทำอะไรดีขึ้น

 

    จนเมื่อเหตุการณ์สุดงอมถึงขีดสุด เมื่อประธานาธิบดีปูติน ของรัสเซีย ประกาศมอบอำนาจอธิปไตยสาธารณรัฐประชาชนโดเนตส์ และ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันส์ โดยเตรียมยก 2 จังหวัดนี้เป็นประเทศทันที และส่งความช่วยเหลือให้ 2 จังหวัดนี้ตั้งตัวเป็นรัฐได้ หลังจากนั้นปูตินสั่งให้กองทหารรัสเซีย บุกเข้าไปในเขตจังหวัดโดเนตส์ และ ลูฮันส์ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อเข้าไป “ป้องกันสันติภาพ” จากการรุกรานของยูเครน ก่อนที่จะเกิดเหตุโจมตีเมื่อวันพฤหัสบดีที่่ผ่านมา จนทำให้เอาโลกปั่นป่วน กระทบตลาดทุนทั่วโลก รวมไปถึงราคาบิตคอยน์ และราคาน้ำมันที่ดีดขึ้นไปทะลุ 100 เหรียญทุบสถิติในรอบ 8 ปี เพราะความหวาดหวั่นว่า การโจมตีครั้งนี้อาจนำไปสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

    ขณะที่ทั่วโลกกำลังปวดหัวกับโควิด-19 ที่ยังระบาดไม่เลิก และไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ถึงแม้หลายประเทศจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการ และยอมรับที่จะอยู่กับมันให้ได้ แต่ปูติน ที่โนสน โนแคร์ ทั้งสหรัฐฯ ทั้งยุโรป และนาโต้ ที่ยูเครนอยากเข้าร่วมนั้น กลับเดินหน้าถล่มชนชาติเดียวกัน เรียกว่าซ้ำเติมโลกให้ตึงเครียดเข้าไปอีก แถมดูเหมือนจะไม่สนว่าจะต้องถูกคว่ำบาตร หรือแซงชั่นหนักแค่ไหนอีกด้วย เพราะงานนี้ว่ากันว่า ปูตินต้องการสั่งสอนยูเครน ให้หลาบจำ และย้ำเตือนว่าการแปรพักตร์ไปอยู่กับฝั่งตะวันตก จะได้รับผลเช่นไร เหมือนก่อนหน้าที่รัสเซียเคยทำมาแล้วกับไครเมีย ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแผ่นดิน ยูเครน แต่สำหรับรอบนี้ รัสเซียอาจไม่ได้ต้องการแค่นั้น แต่อาจต้องการทั้งประเทศ

 

 

    อย่าลืมว่า ยูเครนเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียมาก่อน และมีการแยกตัวออกไปชัดเจน เมื่อปี 1991 เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย จนทำให้แต่ละประเทศแยกกันไปมีเอกราชของตัวเอง และยูเครนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยยูเครนมีพรมแดนฝั่งตะวันตกติดกับ โปแลนด์ สโลวะเกีย โรมาเนีย และ ฮังการี ซึ่งเป็นชาติที่อยู่ใน EU ดังนั้นจะมีความใกล้ชิดกับฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ฝั่งตะวันตกจะมีความรู้สึกต่อต้านรัสเซีย

    ส่วนฝั่งตะวันออกที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย ประชากรส่วนมากมีเชื้อสายรัสเซีย มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน และผูกพันกับรัสเซียมานาน ดังนั้นฝั่งนี้ต้องการจะผนวกเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียมากกว่า โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกสุดของยูเครน ที่เรียกแคว้นดอนบาส (Donbas) ซึ่งเป็นต้นเหตุของสถานการณ์ปัจจุบัน และในแคว้นมี 2 จังหวัดใหญ่คือ ลูฮันส์ (Luhansk) และ โดเนตส์ (Donetsk) ซึ่งเป็นเขตแดนที่มีคนเชื้อสายรัสเซียอาศัยอยู่มาก จนเกิดกลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดน (Seperatist) เพื่อขอแยก 2 จังหวัดนี้ไปตั้งตัวเป็นประเทศตัวเอง และรัสเซียให้การสนับสนุน 2 กลุ่มแบ่งแยกดินแดนจนในที่สุดก็ประกาศรับรอง

 

 

    หลายคนอาจประเมินว่า การถล่มยูเครนของรัสเซียครั้งนี้ เพื่อยื่นเงื่อนไข และข้อเสนอในการเจรจากับ มหาอำนาจฝั่งตะวันตกอย่างสหรัฐฯ และกลุ่มสหภาพยุโรป ว่าหากจะให้หยุดถล่มยูเครน จะต้องมีข้อเสนอที่ดีที่สุดมาให้ และนั่นน่าจะหมายถึง ฝั่งตะวันตกไม่ควรรับยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของนาโต้ อย่างที่รัสเซียต้องการ เพราะอย่าลืมว่างานนี้ สงครามเกิดเมื่อไหร่ ความเสียหายน่าจะเอนเอียงไปทางฝั่งของสหรัฐฯ และ ยุโรปมากกว่ารัสเซีย

    ส่วนประเด็นที่วิเคราะห์กันว่า เป็นการปั่นราคาน้ำมันให้สูงทะลุ 100 เหรียญ ซึ่งน่าจะทำให้รัสเซีย และรวมถึงสหรัฐฯ ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะรัสเซีย ที่เป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก เพราะราคาน้ำมันยิ่งแพง ก็ยิ่งดี ส่วนสหรัฐฯ นั้น ไม่บอกก็รู้ว่าพวกเขาไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าน้ำมันขึ้นราคา แต่อย่างไรก็ดี หากเป็นแค่สงครามปั่นราคาน้ำมันอย่างเดียว ก็คงจะดีกว่า ความตั้งใจก่อสงครามกับประเทศฝั่งตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งเราเองก็ภาวนาของให้จบแค่นี้พอ

 

 

    แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนแม้ถูกรัสเซียโจมตีอย่างหนัก แต่ล่าสุดยูเครนก็ยังไม่ได้รับคำตอบเรื่องการช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ และนาโต้ ทั้งที่มหาอำนาจกลุ่มนี้ เป็นผู้ผลักดันยูเครน ให้เข้าสู่สนธิสัญญานาโต้ และแยกตัวเป็นอิสระจากรัสเซียให้ได้ ซึ่งไม่แน่ว่า ยูเครนอาจจะถูกโดดเดี่ยว แล้วถูกทิ้งให้สู้กับรัสเซีย อย่างเดียวดาย และเอาจริงหากต้องสู้กับกองกำลังรัสเซียเพียงลำพัง แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่า จะออกหัวหรือก้อย เพราะยูเครนไม่มีทางสู้แสนยานุภาพทางทหารของรัสเซียได้แน่นอน เพราะเอาเข้าจริง สหรัฐฯ ยุโรป ก็ไม่ได้อยากทำสงคราม หรือเสียหายจากเรื่องนี้เหมือนกัน

    เราไม่รู้ว่าในที่สุดแล้ว ความขัดแย้งครั้งนี้จะจบลงอย่างไร แต่หากเป็นไปตามการวิเคราะห์ คือ สหรัฐฯ ยุโรป นาโต้ ที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ เพื่อหวังให้ยูเครนเข้าร่วม และคาดหวังกับผลประโยชน์ในดินแดนแห่งนี้ เฉกเช่นรัสเซีย ที่ยังไงก็ไม่ยอมปล่อยมือจากยูเครนเช่นเดียวกันนั้น ปะทุ ลุกลาม สิ่งที่มหาอำนาจตะวันตก และตะวันออก อยากได้ อาจจะเหลือเพียงซากปักหักพัง และคราบน้ำตาของยูเครนก็เป็นได้

 

 

    แต่สังเกตุกันไหมว่าทำไมความขัดแย้งรอบนี้ มหาอำนาจอย่างจีนถึงเงียบกริบ ไม่ออกตัวเลย ทั้งที่ก็เป็นพันธมิตรกับรัสเซียมาตลอด บางทีจีนอาจจะกำลังนั่งมอง นั่งยิ้มกับสถานการณ์ตอนนี้ก็ได้ ปล่อยให้คนอื่นทะเลาะกันไปเถอะ ตอนนี้ขอดูแลประเทศตัวเองให้แข็งแกร่งไปก่อน หมดโควิดเมื่อไหร่ จีนจะกลับผงาดให้โลกตะลึง







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh