บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

"ยุบไม่ยุบ" ... ปีนี้น่าจะรู้กัน

     กลายเป็นเรื่องร้อนๆ อีกครั้ง กับการเมืองในประเทศ หลังจากเมื่อคืนวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา มติกรรมการบริหารพรรค และส.ส.พลังประชารัฐ ขับ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อม ส.ส. อีก 20 คน รวม 21 คน พ้นจากพรรค เนื่องจากสร้างความขัดแย้งและแตกแยก 


    
    จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไร เมื่อมองย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนมีปัญหาลงมติไม่ไว้วางใจช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อต้นเดือนกันยายน ปีที่แล้ว เพียงแต่ที่กระแสการเมืองกลับมาร้อนแรง เพราะการออกครั้งนี้ของ "ร.อ. ธรรมนัส" ครั้งนี้ มีนัยยะสำคัญที่น่าจับตามองมากกว่านั้น โดยเฉพาะประเด็นที่ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน จนอาจนำไปสู่การยุบสภา หรือไม่ ?

    เพราะอย่าลืมว่านอกจากเสียงที่หายไป 21 เสียงของ พปชร.แล้ว ล่าสุดบรรดาพรรคเล็กๆ อีกประมาณ 10 เสียงก็ประกาศเข้าร่วมกับ กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะย้ายไปอยู่กับพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพราะฉะนั้นงานนี้อะไรที่ว่าแน่ ก็เริ่มไม่แน่แล้ว สำหรับรัฐบาล และพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 

    ขนาด ดร.วิษณุ เครืองาม มือหนึ่งกฎหมายของรัฐบาล ยังยอมรับว่าสถานการณ์ของรัฐบาลตอนนี้ถือว่าสุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องรีบแก้ และเท่าที่ประเมินสถานการณ์แล้ว รัฐบาลต้องแก้ปัญหาภายในของตัวเองให้เรียบร้อย โดยเฉพาะแกนนำอย่าง พปชร. และการออกไปของก๊วน ร.อ. ธรรมนัส คราวนี้บอกเลยว่า อาจจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นได้ แม้จะไม่ใช่ในเร็วๆ นี้ก็ตาม

    ขณะที่ผลการเลือกตั้งซ่อม 2 จังหวัดในภาคใต้ ที่ประชาธิปัตย์ คว้าเก้าอี้ไปได้ทั้ง 2 พื้นที่ แทน พปชร. ก็เป็นการส่งสัญญาณภายในได้ดี นี่ยังไม่รวมเลือกตั้งซ้่อมใน กทม. ปลายเดือนนี้อีก และแเว่วๆ ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านในอนาคตอันใกล้นี้ ก็อาจจะเป็นตัวชี้วัดทางการเมืองของรัฐบาลได้

 

    ดังนั้นในยุคที่รัฐบาลต้องเดินหน้าแก้ทั้งปัญหาโควิดระบาด ที่มีมาเกือบ 3 ปี และล่าสุดกับปัญหาปากท้องสินค้าราคาแพง ที่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในขณะนี้แล้วนั้น เป็นเรื่องไม่ง่ายที่รัฐบาลลุงตู่จะผ่านไปได้ง่ายๆ ต่อให้วาระของรัฐบาลยังอยู่ไปจนถึงปี 2566 แต่ก็เป็นเรื่องไม่แน่นอน ถึงนายกฯ จะยืนยันไม่ยุบสภา ไม่ปรับ ครม. แต่ภายในปีนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

    วิกฤติศรัทธา ความน่าเชื่อถือที่มีต่อรัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ. ประยุทธ์นั้น มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว จากปัญหาการระบาดของโควิด ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ และปีนี้เรื่องราคาสินค้าแพงที่พาเหรดกันขึ้้นราคาแบบไม่เกรงใจประชาชนตาดำๆ ล้วนแต่กระทบรัฐบาล และความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น จะลากยาวบริหารประเทศไปจนครบเทอม หรือจะตัดสินใจยุบสภา ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสิน

 

    ส่วนใครจะบอกว่าก็แค่ ส.ส. 21 คนลาออก ก็ดูจะประมาทกันเกินไป เพราะถ้ายังจำกันได้ดี คำพูดที่ ร.อ. ธรรมนัส เคยบอกไว้ว่า

    "ผมคือเส้นเลือดใหญ่ เลี้ยงหัวใจรัฐบาล หากล้มผมได้ รัฐบาลสั่นคลอน" อาจจะกำลังเป็นจริงแล้วก็ได้

 

    เขียนแบบนี้ไม่ได้อยากจะให้รัฐบาลยุบสภา เพราะการยุบสภาจะกระทบอะไรอีกหลายๆ ด้านโดยเฉพาะนโยบายการบริหารประเทศที่จะไม่ต่อเนื่อง แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากเราดูการบริหารประเทศในช่วง 1-2 ปีนี้ของรัฐบาลก็สะท้อนอะไรได้หลายๆอย่างเป็นอย่างดีแล้ว เพราะฉะนั้นปีนี้ "ยุบไม่ยุบสภา น่าจะรู้กัน"







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh