บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

จับตาประชุม กนง. เดือนหน้า .... ขึ้นดอกเบี้ย ??

จับตาประชุม กนง. เดือนหน้า .... ขึ้นดอกเบี้ย ??

     ในที่สุดธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ก็ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.5% ไม่ฮาร์ดคอร์ขึ้นรวดเดียว 0.75% แม้เงินเฟ้อในประเทศจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้ว่าการเฟด เจอโรม พาวเวล ก็ยืนยันว่าการประชุมครั้งต่อไปก็จะยังไม่ขึ้น 0.75% แม้ว่าเป้าหมายของพวกเขาจะต้องการให้เงินเฟ้อลงไปอยู่ที่ 2% ก็ตาม เรียกได้ว่าตลาดลุ้นกันน่าดู เพราะกลัวเฟดจะมีเซอร์ไพร์ส 


    แต่ก็อย่างที่เราเห็นๆ กัน เมื่อราคาน้ำมันโลกยังพุ่งขึ้นไม่ยั้ง ก็ยังไว้วางใจอะไรไม่ได้ และการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก็นำร่องให้ธนาคารกลางหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง อังกฤษ เริ่มทยอยขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ขึ้นมาทั่วโลกแล้ว และคาดว่าคงมีอีกประเทศกำลังจะขึ้นตามมา
รวมไปถึงคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ของเราด้วยเช่นกัน ซึ่งการประชุมที่จะมีขึ้นในเดือน มิ.ย. นี้ กนง. ก็มีลุ้นที่จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย จากระดับปัจจุบันที่ 0.5% เช่นกัน 

    แม้ว่าก่อนหน้านี้ กูรูหลายๆ สำนัก รวมไปถึงนายแบงก์ส่วนใหญ่จะยังคงเชื่อว่า กนง. น่าจะตรึงดอกเบี้ยอย่างน้อยไปถึงปลายปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศเพิ่้งจะเริ่มฟื้นตัว และยังเชื่อว่าแบงก์ชาติ น่าจะให้น้ำหนักเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าเงินเฟ้อ จนต้องเร่งขึ้นดอกเบี้้ยทันที

    อย่างไรก็ดี การประชุม กนง. รอบนี้ก็ยังน่าจับตามอง เพราะเมื่อเห็นตัวเลขเงินเฟ้อ เดือนล่าสุดที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4.65% และเฉลี่ย 4 เดือนปีนี้ อยู่ที่ 4.71% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง ก็อาจจะทำให้ กนง. อาจจะต้องให้น้ำหนักกับตัวเลขเงินเฟ้อในการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยคราวนี้มากขึ้น เพราะหากราคาน้ำมันยังไม่มีทีท่าลดลง ส่งผลต่อต้นทุนการขนส่ง การผลิต และที่สำคัญราคาสินค้า อาหารสด ที่เพิ่มขึ้นแทบทุกอย่าง ก็ไม่แน่ว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจจะเป็นทางเลือกที่ต้องทำ

 

    ก่อนหน้านี้ บล.เอเซียพลัส ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วกกว่าคาด จากเงินเฟ้อเร่งตัวต่อเนื่อง และทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบในระดับสูง (ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยฯนโยบายลบเงินเฟ้อฯ)

    โดย ASPS ระบุว่า หากย้อนดูอดีตที่ผ่านมาพบว่ารอบที่เงินเฟ้อเร่งตัวเกินระดับ 5% จะกดให้อัตราดอกเบี้ยฯที่แท้จริงติดลบมากกว่าปกติ (ค่าเฉลี่ยรอบ 20 ปีเท่ากับ 0.13%) ส่งผลการขึ้นดอกเบี้ยฯเกิดขึ้นตามมา 

    อาทิ ในปี 2005 เงินเฟ้อฯเร่งตัวจาก 5.35% ไปทำจุดสูงสุดที่ 6.3% ส่งผลอัตราดอกเบี้ยฯที่แท้จริงลงไปทำจุดต่ำสุดที่ -2.80% รอบนั้น กนง.ได้มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยฯทันทีจากระดับ 2.5% สู่ระดับ 5% ในระยะเวลา 12 เดือน

    ถัดมาในปี 2008 เงินเฟ้อเร่งตัวจาก 5.37% สู่ระดับ 9.16% ดึงให้อัตราดอกเบี้ยฯที่แท้จริงลงมาทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ -5.66% กนง.ได้คงดอกเบี้ยฯในช่วงแรกไว้ที่ 3.25% เป็นระยะเวลา 6 เดือนก่อนที่จะขึ้นดอกเบี้ยฯไปที่ 3.75% ในอีก 3 เดือนถัดมา

 

    มองมุมไหนก็น่าลุ้นเหลือเกินว่า เดือนหน้า กนง. จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ และอย่างไร ส่วนตลาดหุ้นนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะเราก็เห็นชัดว่าความวิตกกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ยังคงเป็นปัจจัยลบหลัก เพราะดูเหมือนว่านักลงทุนจะไม่เชื่อผู้ว่าการเฟดฯ เพราะคาดกันว่าการประชุมรอบหน้า เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรง 0.75% ค่อนข้างแน่นอน จึงทำตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงค่อนข้างแรง รวมไปถึง SET Index บ้านเรา ซึ่งรอบนี้อาจจะหลุดแนวรับที่ 1,620 หรือ 1,610 อีกด้วย
    
    เพราะฉะนั้นมาลุ้นเดือน มิ.ย. กันว่าทิศทางดอกเบี้ยบ้านเราจะไปทางไหน เพราะอัตราเงินเฟ้อตอนนี้เอาไม่อยู่แล้ว







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh