บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

ปรับเกณฑ์ Free Float ต่ำ ต้องสะท้อนภาวะตลาด

ปรับเกณฑ์ Free Float ต่ำ ต้องสะท้อนภาวะตลาด

 ตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่มา ข่าวคราวเรื่องการทบทวนหลักเกณฑ์ และมาตรการเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่มี Free Float ต่ำของตลาดหลักทรัพย์ ค่อยๆ ออกมาเป็นระลอกๆ 

 

หลังจากช่วงปลายปี 63 ราคาหุ้นบางตัว ที่คุณก็รู้ว่าเป็นหุ้น DELTA เคลื่อนไหวอย่างร้อนแรง ราคาสูงเกินพื้นฐานไปมาก ทำจุดสูงสุดเพิ่มขึ้นถึงหลายพันเปอร์เซ็นต์ และทำให้มาร์เก็ตแคปของ DELTA ปรับขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของตลาดหลักทรัพย์ 

เพราะฉะนั้นหากราคาหุ้นมีการเคลื่อนไหวขึ้นหรือลงอย่างรุนแรง จะทำให้ดัชนีหุ้นไทยไม่สะท้อนพื้นฐานจริง แล้วเมื่อพบว่าเป็นการปรับขึ้นจากความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นรายตัวที่มี Free Float ต่ำ (ผู้ถือหุ้นรายย่อย) ด้วยแล้ว จึงยิ่งไม่สะท้อนความจริงเข้าไปใหญ่ 

 

ฟาก ก.ล.ต. จึงทนไม่ไหว ต้องออกมากระทุ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว เพื่อให้หุ้นของบริษัทจดทะเบียนสามารถซื้อขายได้คล่องตัวในราคาที่เหมาะสม รวมถึงการทบทวนมาตรการขึ้นเครื่องหมายเตือนผู้ลงทุน โดยเฉพาะหุ้น  Free Float ต่ำ เพราะหลักเกณฑ์  Free Float  เป็นเกณฑ์ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และมีความสำคัญอย่างมากต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น บจ. และเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับดัชนี SET50 - SET100 และดัชนี SETHD อีกด้วย 

ที่ชัดเจนที่สุด ก็คือประเด็นหุ้น DELTA ที่ก.ล.ต.ระบุชัดเจนว่ามี  Free Float ที่แท้จริงค่อนข้างต่ำ ขณะที่ราคาซื้อขายเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบันยังไม่เข้าข่ายมีการขึ้นเครื่องหมายเตือน ก.ล.ต. จึงได้ขอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ฯ    ซึ่งทั้งบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจดทะเบียน และแน่นอนที่สุดนักลงทุน ต่างก็ใจจดใจรอว่าเมื่อไหร่ตลาดหลักทรัพย์จะคลอดเกณฑ์ออกมา ว่าจะใช้วิธีการอย่างไร "ขอให้เร็ว ขอให้ไว และขอให้ชัด" 


ปัจจุบันนี้เกณฑ์  Free Float จะกำหนดให้ บจ.จะต้องมีการกระจายให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับต่างประเทศที่ใช้ดูแลอยู่ที่เฉลี่ย 10-15% ซึ่งบจ.ที่มีสัดส่วนตํ่ากว่าเกณฑ์ จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลให้กับผู้ลงทุนได้รับทราบ เพื่อกระตุ้นให้มีสัดส่วน Free Float กลับขึ้นมาไม่น้อยกว่า 15% 

ส่วนการดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัททุกบริษัท กรณีที่ราคามีสภาพที่ผิดไปจากปกติ จะมีการติดตามให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลเข้ามาในระบบ ถึงพัฒนาการที่สำคัญให้ผู้ลงทุนได้รับทราบเพิ่มเติมด้วย 
                    
ดังนั้นการทบทวนเกณฑ์ของตลาดฯ จึงต้องสะท้อนพื้นฐานที่แท้จริง และที่สำคัญสภาพตลาดปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว การกำหนด  Free Float จึงต้องแก้ให้ทันสมัยด้วยเช่นกัน     
                        

 

ส่วนการกำหนดเกณฑ์ใหม่หุ้นตัวไหนได้รับประโยชน์ หรือเสียประโยชน์นั้น ทาง บล. ทรีนีตี้ ได้ทำบทวิจัยออกมาได้น่าสนใจ จึงขอนำมาฝากผู้อ่านกันในคอลัมน์นี้เลย 

ทรีนีตี้  ระบุในบทวิเคราะห์ว่าเห็นด้วยกับการทบทวนหลักเกณฑ์  Free Float ต่ำ หลังจากที่ได้ทบทวนล่าสุดในปี 60 อย่างไรก็ดีหากเกิดขึ้นจริงจะกระทบกับสมาชิกที่อยู่ในดัชนีปัจจุบันพอสมควร โดยเฉพาะดัชนีสำคัญอย่าง SET50 และ SET100 จากการศึกษาอ้างอิงกับราคาปิดของหุ้นแต่ละตัว พร้อมกับสมมติฐานข้อมูลต่างๆ พบประเด็นที่น่าสนใจต่างๆดังต่อไปนี้
                       
1) ตัวหุ้นที่คาดว่าจะได้รับน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากสุด หากมีการปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณดัชนีใหม่ ได้แก่ BBL, SCC, SCB, KBANK, BDMS, INTUCH, CPALL, PTT, CPN, TISCO
                       
2) ตัวหุ้นที่คาดว่าจะถูกลดน้ำหนักลงมากสุด หากมีการปรับเปลี่ยนวิธีคำนวณดัชนีใหม่ ได้แก่ DELTA, AOT, GULF, ADVANC, GPSC, PTTEP, SCGP, AWC, BJC, CBG
                       
3) จากการคำนวณ พบว่าหุ้นที่มีโอกาสถูกลดน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากในดัชนีปัจจุบัน ซึ่งหากนับเฉพาะ 10 ตัวแรกของ ดัชนี SET50 และ SET100 ในขณะนี้ พบว่าเกณฑ์ใหม่จะทำให้หุ้น 10 ตัวนี้มีน้ำหนักรวมกันลดลงในดัชนีราว 2.4% และ 2.5% ตามลำดับ นั่นหมายความว่าระหว่างทางที่จะไปถึงการคำนวณรอบใหม่นั้น หากนักลงทุนสถาบันบางส่วนตัดสินใจทยอยลดน้ำหนักของหุ้นเหล่านี้ลง จะส่งผลให้ SET Index ปรับตัวลงโดยสุทธิได้
                        
ขณะที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ต่างก็มองว่าการปรับเกณฑ์นั้นจะช่วยลดความผันผวนของตลาดฯ ลงได้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มแบงก์ใหญ่ที่น่าจะได้รับผลบวกมากที่สุด 

 

ส่วนจะบวก หรือ ลบ มากน้อยแค่ไหน ก็คงต้องตามลุ้นเกณฑ์ที่จะเคาะออกมาอีกครั้ง ซึ่งล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ออกมาอัพเดทความคืบหน้าว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษาผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งหลังศึกษาเสร็จจะเปิดเฮียริ่งเป็นลำดับต่อไป 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh