บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

รีบเปิดประเทศ อาจได้ไม่คุ้มเสีย

รีบเปิดประเทศ อาจได้ไม่คุ้มเสีย

     ทันทีที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเริ่มลดลง การประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 และ15 ต.ค. ก็เริ่มขึ้นทันที ทั้งที่จริงๆ แล้วถึงแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตจะลดลง แต่สถานการณ์โดยรวมก็ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ซึ่งการพิจารณาเปิดประเทศนั้น รัฐบาลควรจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ใช่รีบเปิดเร็วไป เพราะนั่นเท่ากับกำลังนำพาประเทศ และประชาชนไปสู่อันตรายอย่างยิ่ง อย่างน้อยควรจะรออีกซักเดือนหรือ 2 เดือนก็ยังไม่ได้ช้าจนเกินไป 

 

    ทั้งนี้เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุถึงแผนการการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในสเต็ป 2  ประกอบด้วย 5 จังหวัด กรุงเทพฯ, ชลบุรี (บางละมุง สัตหีบ), ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน), เพชรบุรี (ชะอำ) และเชียงใหม่ (อ.เมือง แม่ริม และดอยเต่า) ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเปิดประเทศ4 จังหวัด (ชลบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี และเชียงใหม่) ในวันที่ 1 ต.ค. ส่วนกรุงเทพฯ (กรุงเทพฯ แชนด์บอกซ์) จะเปิดวันที่ 15 ต.ค.

    บอกตรงๆ ว่าหวาดเสียวเหลือเกิน กับความมั่นใจที่เปิดประเทศครังนี้ แม้จะเพียง 5 จังหวัด แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เกิดความวิตกกังวลได้แล้ว หากเราควบคุมการแพร่ระบาดได้ไม่ดีพอ และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ถามว่าประเทศไทยฉีดวัคซีนครอบคลุมถึงไหนแล้ว เพราะหากยังไม่มากพอ ก็ยิ่งไม่สมควรจะเร่งเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาตอนนี้ 
    
    ล่าสุด ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แสดงเป็นห่วงว่าการเดินหน้าเปิดประเทศในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ว่า อาจจะมีสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้น  และมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีน และยังมองว่าการเปิดประเทศของเราเร็วกว่าประเทศอื่นๆ เพราะในต่างประเทศ หมายความว่า ประเทศนั้นมีการฉีดวัคซีนเกิน 70 %  

    แต่สำหรับประเทศไทย ขณะนี้การเฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ยังแค่ 38% เข็ม  2 เพียง 18 %  เท่านั้น หากต้องการความแน่นอนว่า เปิดจริงมีความปลอดภัย ต้องฉีดวัคซีนเข็ม 1 ให้ได้   60% และ เข็ม 2 ต้องได้ 40-50 %  แต่จะเร่งฉีดตอนนี้  ก็คงไม่ได้ ความจริงหากจะเปิดประเทศ รออีกสัก 1 เดือนก็ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างพร้อมจริงๆ  

 

    เข้าใจว่าตอนนี้ ทุกฝ่ายอยากให้ประเทศเดินหน้าได้เร็ว อยากให้เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ก็ไม่ใช่เร่งรีบจนไม่ได้ดูถึงความเหมาะสม หรือสภาพความจริงเลย ในสถานการณ์แบบนี้ ก็เห็นอยู่แล้วว่าการแพร่ระบาดมันรวดเร็วขนาดไหน แถมสายพันธุ์ใหม่ ยังติดกันง่าย ติดกันเร็ว และเราก็เห็นจากในภูเก็ตแซนบ็อกซ์แล้วว่าเป็นยัง เพราะขนาดฉีดวัคซีนกัน 70-80% แต่ก็ยังมีคนติดโควิดกันอยู่ มันจะได้ไม่คุ้มเสียเอานะ   

     แล้วนับประสาอะไรกับพื้นที่อย่างกทม. ที่ยังติดกันวันละสามสี่พันคนอยู่เลย เพราะฉะนั้นจะมาเปิดประเทศตอนนี้ อย่างน้อยถามความเห็นประชาชนด้วยว่าอยากเปิดหรือไม่ ถามหมอ ถามบุคคลด่านหน้าว่าเขาพร้อมกันหรือยัง เพราะเพิ่งจะหายเหนื่อยจากวิกฤตเตียงขาด โรงพยาบาลล้นกันมาไม่เท่าไหร่ หากเปิดประเทศแล้วยอดผู้ป่วยกลับมาอีก จะทำกันอย่างไร ตั้งรับกันดีแล้วใช่ไหม ?? 

 

     เปิดประเทศในตอนที่เราพร้อมกว่านี้ และความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อลดลงกว่านี้ จะดีกว่ารีบเปิด แล้วก็อาจต้องรีบปิด เพราะยอดติดเชื้อพุ่งสูง ตอนนี้เน้นไทยเที่ยวไทยไปก่อนเถอะ อย่าเพิ่งนำเข้าเชื้อมาจากต่างประเทศ ช้าแต่ชัวร์ แต่กว่ารีบจนพังเลยค่ะ บทเรียนจากการบริหารวิกฤตของเราเป็นแบบไหนก็น่าจะมีให้เห็น ตั้งแต่ระลอก 3 เกิดขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่อย่างนั้นเกิดอะไรขึ้นมา "จะรับผิดชอบกันไหวหรือไม่? "            
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh